โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ด่วน! เรือสินค้าไทย ถูกยิงหลังพ้นช่องแคบเฮอร์มุซ

สยามนิวส์

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 08.58 น. • meimei
Wassana Nanuam รายงาน เกิดเหตุเรือสินค้าติดธงชาติไทยถูกอาวุธไม่ทราบฝ่ายยิงได้รับความเสียหาย บริเวณทะเลอาหรับ หลังผ่านช่องแคบเฮอร์มุซ ส่งผลให้ห้องเครื่องยนต์ท้ายเรือเสียหายอย่างหนัก สูญเสียการควบคุม ลูกเรือทั้ง 23 ชีวิตต้องสละเรือ ขณะที่กองทัพเรือรับทราบเหตุและเตรียมให้ความช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ Wassana Nanuam รายงาน เกิดเหตุเรือสินค้าติดธงชาติไทยถูกอาวุธไม่ทราบฝ่ายยิงได้รับความเสียหาย บริเวณทะเลอาหรับ หลังผ่านช่องแคบเฮอร์มุซ ส่งผลให้ห้องเครื่องยนต์ท้ายเรือเสียหายอย่างหนัก สูญเสียการควบคุม ลูกเรือทั้ง 23 ชีวิตต้องสละเรือ ขณะที่กองทัพเรือรับทราบเหตุและเตรียมให้ความช่วยเหลือ

รายงานระบุว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 มีนาคม 2569 บริษัท พีเชียส เจ้าของเรือสินค้า 5a MAYUREE NAREE หมายเลข IMO 9323649 Call sign HSGM ซึ่งติดธงชาติไทย แจ้งเหตุว่า เรือกำลังเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มุ่งหน้าเมืองกันดลา ประเทศอินเดีย ระหว่างเดินเรือในทะเลอาหรับ ภายหลังผ่านช่องแคบเฮอร์มุซ ได้ถูกอาวุธไม่ทราบฝ่ายยิงเข้าบริเวณห้องเครื่องยนต์ท้ายเรือ

แรงกระแทกจากการโจมตีทำให้ระบบควบคุมเรือได้รับความเสียหาย ไม่สามารถควบคุมการเดินเรือต่อได้ ส่งผลให้กัปตันตัดสินใจสั่งสละเรือเพื่อความปลอดภัย โดยมีลูกเรือบนเรือทั้งหมด 23 คน

เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าอาวุธดังกล่าวมาจากฝ่ายใด ขณะที่กองทัพเรือไทยรับทราบรายงานเหตุการณ์แล้ว และอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือ รวมถึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...