โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เชือดสุกรเซ่นผี” ร่องรอยศาสนาหมอผีกลางพระราชวังต้องห้าม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 10.41 น.
พระตำหนักคุนหนิง ปี 1902 (ภาพจาก Wikimedia Commons)

ร่องรอยศาสนาหมอผี ศาสนาโบราณของ “ชนเผ่านอกด่าน” กับพิธีกรรมเซ่นไหว้ผีของศาสนานี้กลางพระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง

ศาสนาหมอผี(Shamanism) เป็นศาสนาโบราณที่นับถือเทพเจ้าหลายองค์ของชนเผ่าทางเหนือของแผ่นดินจีน ศาสนานี้จะมี ชาแมน(พ่อมดคนทรง) เป็นสื่อกลาง ผู้ทำนายทายทัก รักษาโรค และควบคุมลมฟ้าอากาศ ผ่านการสวดมนต์ และร่ายรำบูชา

ชนเผ่าหนี่ว์เจินบรรพบุรุษชาวแมนจู คือหนึ่งในชาติพันธุ์สำคัญที่นับถือศาสนาหมอผี ราชวงศ์ชิงของชาวแมนจูเองก็อาศัยศาสนานี้รวบรวมชนเผ่าต่าง ๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน จนพวกเขาสามารถปกครองแผ่นดินจีนได้สำเร็จ และใน “พระราชวังต้องห้าม”ยังมีร่องรอยความเชื่อนี้

รัชศกซุ่นจื้อปีที่ 10 (ค.ศ. 1653) สมัยจักรพรรดิซุ่นจื้อ (ค.ศ. 1643-1661) มีการบูรณะ “คุนหนิงกง”หรือพระตำหนักคุนหนิง โดยเลียนแบบ “ชิงหนิงกง” แห่งเมืองเสิ่นหยาง ราชธานีเก่าของราชวงศ์ชิง โดยเปลี่ยน 4 ห้องปลายสุดทางทิศตะวันตกของพระราชวังต้องห้ามเป็นสถานที่เซ่นไหว้ชาแมน

ที่คุนหนิงกงจะมีการเซ่นไหว้ชาแมนทุกวัน วันละ 2 ครั้ง แต่ละครั้งใช้สุกร 2 ตัว และต้องเป็นสุกรเพศผู้สีดำสนิท มีพิธีเซ่นไหว้ใหญ่ปีละ 2 ครั้ง แต่ละครั้งใช้สุกร 39 ตัว เมื่อรวมพิธีเซ่นไหว้อื่น ๆ ณ พระตำหนักแห่งนี้อีก แต่ละปีต้องใช้สุกรมากถึง 518 ตัวเลยทีเดียว

พิธีกรรมจะทำตอนเช้าและตอนเย็น พิธีเช้าจะไหว้พระพุทธเจ้า, เจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้ากวนอูส่วนพิธีเย็นจะสักการะเทพเจ้านาตานต้ายหุน(เทพเจ้าของชาวแมนจู) และคาถุนนั่วเหยียน(เทพเจ้าของชาวมองโกล) เป็นหลัก

พิธีหลักของการบูชาทั้งเช้าและเย็นคือฆ่าสุกรสังเวยก่อน แล้วให้“ชาแมนหญิง” ทำพิธีด้วยการร่ายรำ ร้องเพลง ประกอบดนตรี และใช้เครื่องมือสื่อวิญญาณ สุดท้ายจะให้ผู้ร่วมพิธีกินเนื้อหมูที่เซ่นไหว้ร่วมกัน

โดยหลักพระมเหสีจะเสด็จมาร่วมพิธีในทุก ๆ วัน ส่วนจักรพรรดิจะทรงร่วมเฉพาะพิธีเซ่นไหว้ใหญ่ประจำปี คือ พิธีเซ่นไหว้ใหญ่ฤดูวสัตน์ และฤดูสารท หรือบางครั้งอาจเสร็จมาร่วมเป็นกรณีพิเศษหากมีเหตุสำคัญ

ทั้งนี้ ชาแมนหญิง อาจเรียกว่าเป็น “ข้าราชการหญิงผู้ประกอบพิธีกรรม”จะไม่ถ่ายทอดคาถาบทสวดแก่ใครง่าย ๆ และหากถึงแก่กรรม ผู้สืบทอดจะต้องเป็นลูกสะใภ้เท่านั้น ไม่ใช่ธิดาทางสายเลือด

รอบคุนหนิงกงยังมี หลุมหมื่นอักษรคือลานโล่งกว้างสำหรับก่อไฟผิงกันหนาว 3 ทิศ ได้แก่ ใต้ ตะวันตก และหนือ และมีเสาไม้เรียกว่า เสาสั่วหลุน หรือ “เสาเทพเจ้า” ในภาษาแมนจู สำหรับบวงสรวงฟ้า โดยระหว่างประกอบพิธีจะบรรจุข้าวบดละเอียด และเครื่องในสุกรบดละเอียดในภาชนะให้กากิน เนื่องจากชาวแมนจูยกย่องว่า กาเป็นนกกายสิทธิ์ สื่อกลางระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า

เนื่องจากการบูชาต้องสังเวยด้วยสัตว์ คุนหนิงกงจึงมีเตาขนาดใหญ่สำหรับตั้งหม้อใหญ่ 2 ใบ แต่ละใบสามารถต้มสุกรได้ถึงครั้งละ 2 ตัว และสถานที่บูชา เทพเจ้าเตาไฟ ประจำพระราชวังต้องห้าม ก็ตั้งอยู่ที่พระตำหนักแห่งนี้ด้วย

เหล่านี้เป็นหลักฐานว่า ราชวงศ์ชิงให้ความสำคัญต่อศาสนาดั้งเดิมอย่างเหนียวแน่น และในฐานะที่พวกเขาเป็นผู้ปกครอง พระตำหนักคุนหนิงจึงเป็นพื้นที่โอบรับเทพเจ้าตามคติของชาวจีน (ชาวฮั่น) ด้วย จึงปรากฏการบูชาทั้งเทพเจ้าแมนจู มองโกล รวมถึงพระพุทธเจ้า เจ้าแม่กวนอิม และเทพเจ้ากวนอูนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : บทความนี้เรียบเรียงจาก หนังสือ ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม. จ้าวกว่างเชา เขียน, อชิรัชญ์ ไชยพจน์พาณิช และชาญ ธนประกอบ แปล. (2560). กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เชือดสุกรเซ่นผี” ร่องรอยศาสนาหมอผีกลางพระราชวังต้องห้าม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...