โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ร่วง 600 จุด S&P 500 ปิดลบ 3 วันติด หวั่นเอไอป่วนธุรกิจ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 22.09 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 23.24 น.

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า หุ้นวอลล์สตรีทร่วงลงเมื่อวันพฤหัสบดี หลังนักลงทุนเริ่มกังวลต่อผลกระทบด้านลบจากการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เอไอ (AI) ซึ่งคุกคามโมเดลธุรกิจ อุตสาหกรรมทั้งหมด และอาจนำไปสู่การว่างงานที่สูงขึ้น

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วงลง 669.42 จุด หรือ 1.34% ปิดที่ 49,451.98 จุด โดยถูกฉุดลงโดย Cisco Systems ที่ร่วงลง 12% หลังผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่าย เช่น สวิตช์ และเราเตอร์ ออกแนวโน้มกำไรไตรมาสปัจจุบันที่น่าผิดหวัง

ดัชนีS&P 500 ลดลง 1.57% ปิดที่ 6,832.76 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite ร่วง 2.03% ปิดที่ 22,597.15 จุด

บางกลุ่มของตลาดหุ้นถูกกดดันในปีนี้ จากการเปิดตัวเครื่องมือเอไอ ที่อาจเลียนแบบธุรกิจของบริษัทเหล่านั้น หรืออย่างน้อยก็กัดกินส่วนต่างกำไร

หุ้นกลุ่มการเงิน เช่น Morgan Stanley ถูกกดดันจากความกังวลว่า เอไอ จะทำลายธุรกิจจัดการความมั่งคั่ง ขณะที่หุ้นบริษัทขนส่ง และโลจิสติกส์ เช่น C.H. Robinson ร่วงลง 14% จากความกลัวว่า เอไอ จะช่วยให้การขนส่งสินค้าประหยัด และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้บางส่วน

ความกังวลต่อการทำลายจาก เอไอ ยังลุกลามไปยังภาคอสังหาริมทรัพย์ กระทบหุ้นอย่าง CBRE และ SL Green Realty จากแนวคิดว่าการว่างงานที่สูงขึ้นจะลดความต้องการพื้นที่สำนักงาน

หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ ซึ่งเผชิญปัญหาความกังวลเรื่องการทำลายมานานหลายสัปดาห์

ขยายการขาดทุนตั้งแต่ต้นปีในวันซื้อขายนี้ หุ้น Palantir Technologies ถอยตัวลงเกือบ 5% ทำให้การร่วงลงนับแต่ต้นปีเกิน 27% แล้ว หุ้น Autodesk ร่วงเกือบ 4% โดยการปรับตัวลงตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ราว 24% กองทุน iShares Expanded Tech-Software Sector ETF (IGV) ลดลงเกือบ 3% และปัจจุบันต่ำกว่าจุดสูงสุดล่าสุดราว 31% หลังเข้าสู่ตลาดหมีครั้งแรกเมื่อเดือนที่แล้ว

“AI ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้หุ้นเหล่านี้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเป็นทรงพาราโบลา และทำให้ตัวคูณมูลค่าหุ้น สูงขึ้นไปในระดับที่เริ่มจะสุดโต่ง แม้จะยังไม่ถึงขั้นสุดโต่งเกินไปนัก ตอนนี้กลับกลายเป็นปัจจัยเดียวที่ฉุดรั้งพวกมันไว้” เจย์ วูดส์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Freedom Capital Markets กล่าว

การเทขายในตลาดโลหะเงิน ซึ่งปีนี้ถือเป็นเทรดเด่นในหมู่นักลงทุนรายย่อย ยิ่งตอกย้ำบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในวันพฤหัสบดี โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโลหะเงินร่วงลงถึง 10%

นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงได้มากกว่าในตลาด หุ้น Walmart และ Coca-Cola ปรับตัวขึ้น 3.8% และ 0.5% ตามลำดับ หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน และสาธารณูปโภค เป็นผู้นำตลาดในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรมของ S&P 500 โดยปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% แต่ละกลุ่ม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ช่วยดันกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานให้ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่

หุ้นปิดลบในวันก่อนหน้า หลังจากที่เคยดีดตัวขึ้นจากแรงหนุนของรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่ง โดยความตื่นตัวต่อข้อมูลดังกล่าวเริ่มจางลง เมื่อบรรดานักเศรษฐศาสตร์สงสัยว่าตัวเลขนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มการจ้างงานที่สูงขึ้นจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการปรับทบทวนตัวเลขในรายงานเดียวกันบ่งชี้ว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 แทบไม่มีการเติบโตของการจ้างงานเลย

ขณะนี้นักลงทุนกำลังเตรียมรับมือกับรายงานเงินเฟ้อสำคัญในวันศุกร์

นักเศรษฐศาสตร์ที่ร่วมตอบแบบสำรวจของสื่อดาวโจนส์คาดว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมกราคมจะเพิ่มขึ้น 0.3% ทั้งในส่วน “ทั่วไป” ซึ่งรวมทุกหมวด และ “พื้นฐาน” ซึ่งไม่รวมอาหาร และพลังงาน

“CPI ตอนนี้มีความสำคัญน้อยลงเล็กน้อยหลังจากเราได้ตัวเลขการจ้างงานที่ดี เพราะมันทำให้เฟดมีเหตุผลที่จะ ‘พัก’ ดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันเป็นเวลาพอสมควรอยู่แล้ว” รอส เมย์ฟิลด์ นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Baird กล่าว “แม้ CPI จะออกมาร้อนแรง (สูงกว่าคาด) เฟดก็ยังมีเวลาอีกสักสองสามเดือนเพื่อดูแนวโน้มจากข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนจะต้องตัดสินใจครั้งใหญ่จริงๆ”

ในอีกด้านหนึ่ง หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด นักกลยุทธ์รายนี้คาดว่า วันศุกร์อาจกลายเป็นวันที่นักลงทุนกลับมา เปิดรับความเสี่ยง อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เขาเสริมว่า “ตัวเลขเงินเฟ้อจะต้องออกมาสูงเกินคาดแบบแรงจริงๆ ถึงจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยต่อทั้งตลาดหุ้น และตลาดฟิวเจอร์ดอกเบี้ยเฟด ”

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...