เปิดแผลกลโกงยัดไส้บัตรเลือกตั้ง พิรุธทิ้งใบคะแนนลงถังขยะ “เท้ง” โต้ “เฮ้ง” อย่าเบี่ยงเบนประเด็น “สุชาติ” เดือดฟาดผู้นำจิตวิญญาณส้ม
เปิดแผลกลโกงยัดไส้บัตรเลือกตั้ง พิรุธทิ้งใบคะแนนลงถังขยะ “เท้ง” โต้ “เฮ้ง” อย่าเบี่ยงเบนประเด็น “สุชาติ” เดือดฟาดผู้นำจิตวิญญาณส้ม
วันที่ 10 ก.พ. 2569 หลังเลือกตั้ง สส.ปี 69 เพื่อเปลี่ยนโฉมประเทศไทยขบ ถูกตั้งข้อครหาทันทีในหลายเขตเลือกตั้งเมื่อผลนับคะแนนจบลงเกือบ 1 แสนหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยเฉพาะพรรคประชาชนที่ออกตัวยอมรับผลการแพ้-ชนะ แต่โกงนับคะแนน รับไม่ได้ เพราะทุกคะแนนเสียงของประชาชน เป็นเจตจำนงที่ต้องปกป้อง ล่าสุด พรรคประชาชนเคลื่อนไหวขอยืนนับคะแนนใหม่ 10 เขต โดยพรรคประชาชนย้ำว่าทีมเฉพาะกิจสำหรับรับเคส ดำเนินคดีการนับคะแนนผิดปกติทั่วประเทศ นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ก.พ. และดำเนินการยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ประกอบด้วย ขอนแก่น เขต 3 นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ลำปาง เขต 2 น.ส.สุวิภา กุศลจูง สุราษฎร์ธานี เขต 1 นายรัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์ ชลบุรี เขต 1 นายวรท ศิริรักษ์ มหาสารคาม เขต 1 นายธีระวัฒน์ พรรณะ นครราชสีมา เขต 13 น.ส.นาลันทา บุญชิต ชัยนาท เขต 1 นายทรงพล ภัทราภิรมย์ สมุทรปราการ เขต 6 นายวีรภัทร คันธะ ตาก เขต 1 นายคริษฐ์ ปานเนียม สระบุรี เขต 1 นายสรพัช ศรีปราชญ์
ทั้งนี้เขตที่น่าจับตามองมากที่สุด ต้องยกให้เขต 1 จ. ชลบุรี ที่มีม็อบลุกฮือขอนับคะแนนใหม่ ในประเด็นร้อน ลองเกาะติดคำตอบคำของนายสุชาติ ชมกลิ่ม แกนนำ พรรคภูมิใจไทย ที่รับผิดชอบพื้นที่จ.ชลบุรี เขต 1-เขต 5 โดยเป็นการสัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเวลา 09.30 น.ว่าต้องแยกหน้าที่กันก่อน หน้าที่ของผมจบตั้งแต่ 18.00 น. วันที่ 7 ก.พ. พอวันที่ 8 ก.พ. ตื่นมาก็ไปเลือกตั้ง ที่เหลือทั้งหมด ทุกพรรคการเมืองมีผู้สังเกตการณ์เข้าไปสังเกตการณ์ทุกหน่วยเลือกตั้ง มีกล้องวิดีโอจับทุกหน่วยเพื่อจับพฤติกรรมของแต่ละพรรคการเมือง การนับคะแนนที่หน้าหน่วย ผมก็ไม่ได้ไปอยู่ที่หน้าหน่วยไหนเลย มอนิเตอร์อยู่ที่บ้าน การนับคะแนนเมื่อคะแนนตรงกับผู้มาใช้สิทธิมันก็จบโดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่มีข้าราชการเป็นผู้ดูแลประจำหน่วยเลือกตั้ง ใน จ.ชลบุรีมี 168 หน่วย ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นถ้ามันไม่ตรง มีบัตรเขย่งก็ต้องมีการนับใหม่ตรงนั้น เพื่อสรุปตามกฎหมาย
ปัญหาที่เกิดขึ้นในเขต 1 จ.ชลบุรีวันนี้ ดูจากเฟซบุ๊กแล้ว เกิดจากแกนนำจิตวิญญาณของเขาที่มาปั่นป่วนทั้งหมด เท่าที่ดูจากคะแนนเลือกตั้ง สรุปแล้วได้ประมาณ 45,700 คะแนน ส่วนสีส้มได้ประมาณ 41,000 คะแนน ต่างกันเกือบ 5 พันคะแนน ก็สงสัยว่าเขาสงสัยอะไรบ้าง จึงไปดูคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของเขาได้ประมาณ 43,000 คะแนน ไม่ใช่ว่าจะมากถึง 4-5 หมื่นอะไร ที่จะเป็นคะแนนผิดปกติได้ ดังนั้นจึงเห็นชัดว่านี่คือการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง
เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะชี้แจงข้อกฎหมาย สำหรับตนไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกฎหมาย แต่เท่าที่รู้คิดว่าเมื่อนับคะแนนไปแล้วถ้าจะท้วงกันต้องประท้วงที่หน้าหน่วย แต่เมื่อมันจบแล้ว มีการเซ็นชื่อโดยกปน.ประจำหน่วยหมดแล้ว ก็ต้องรวบรวมไปส่งที่ กกต.ชลบุรี ปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าอยากนับใหม่ต้องไปทำตามข้อกฎหมาย อาจไปร้องศาลหรืออะไรก็แล้วแต่ ตนถามว่าคะแนนห่างกัน 4-5 พัน ถ้านับใหม่แล้วผลออกมาเท่าเดิมใครรับผิดชอบ คนที่ปลุกปั่นรับผิดชอบหรือไม่ คนที่อยู่ข้างหลังฉาก พวกที่ใส่แมสก์ ใส่หมวก ใส่แว่น ไปเป็นตัวแอบอยู่ข้างหลังรับผิดชอบหรือไม่ นอกจากนี้ ในส่วนของเขต 2 จ.ชลบุรี นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งทั้งหมด ทุกหน่วยกลุ่มตนเป็นผู้ชนะหลักร้อย คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ามาตนยังไม่รู้เลยว่านับตรงไหน แต่เขาบอกว่าเราแพ้ 1,500 คะแนน กลับมาแพ้ 1,000 คะแนน เราก็ยอมรับตามหลักประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้ไปเรียกร้องให้นับใหม่ เราไม่เห็นหีบเลือกตั้งล่วงหน้า และไม่รู้ว่านับตรงไหนด้วย แต่เรายอมรับในกติกาของ กกต.ที่ส่งตัวเลขมา
เมื่อถามว่า ในโซเชียลมีการส่งภาพว่ามีการนับที่หน่วย และมีการนำกระดาษไปทิ้งที่ถังขยะ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายสุชาติระบุว่า ตอบแทน กกต.ไม่ได้ แต่ตรงนี้อาจเป็นกระดาษที่แปะกระดาน แต่กระดาษแผ่นนั้นตนไม่ทราบว่าเขาจะต้องเอาไปใช้อะไรต่อหรือไม่ รู้แต่ว่าแต่ละหน่วยเมื่อจบแล้วจะมีกระดาษ A4 ที่ต้องเซ็นทุกคน ต้องเอาส่วนหนึ่งเข้าไปในหีบหรือไม่ เขาคงไม่เอากระดาษแผ่นใหญ่ไปใช้หรือไม่ ตนไม่รู้ขั้นตอนของเขา เป็นเรื่องของ กปน.
เมื่อถามว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ควรจะทำอย่างไร เพราะตอนนี้เหมือนประชาชนคาใจกันทั้งประเทศ นายสุชาติ ระบุว่า ทาง กกต.ต้องชี้แจงข้อกฎหมายและขั้นตอน และต้องถามกลับว่าคนที่อยู่เบื้องหลังที่โพสต์เฟซบุ๊กออกหน้ากัน ที่ปลุกปั่นทั้งหมด เมื่อนับคะแนนใหม่แล้วอย่างเช่นที่ จ.ปทุมธานี เมื่อนับคะแนนใหม่แล้วคะแนนเท่าเดิมคุณจะรับผิดชอบอย่างไร และถ้าเขาบอกว่ากทม.ให้นับใหม่ทั้ง 33 เขตแล้วจะทำอย่างไร หรือถ้าตนบอกว่าให้นับคะแนนเขต 2 ชลบุรีใหม่ทั้งหมดจะทำอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในหน่วยเลือกตั้งต่างๆ มีทีมของนายสุชาติไปสังเกตการณ์หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ทุกคนทุกพรรคส่งไปหมด ที่บางแสนมีหน่วยหนึ่งที่ไฟดับ ตนสงสัยว่าทำไมไฟดับ ต่อมาได้รับทราบว่ามีพายุเกิดขึ้น ในตอนนั้นคะแนนเราก็นำอยู่แล้ว ไม่ใช่เราตาม คะแนนนำไป 4 พันกว่าแล้ว และหน่วยดังกล่าวเรานำอยู่ 100 คะแนน จนมีการไฟฟ้าไปแก้ปัญหา เมื่อไฟติดก็นับกันต่อ และมีคนของเขาเฝ้าอยู่
เมื่อถามว่า ประชาชนคาใจ เพราะหน่วยดังกล่าวที่บอกว่าไฟดับ แต่พัดลมยังใช้ได้อยู่ นายสุชาติระบุว่า มันคิดอย่างนั้นไม่ได้ เมื่อไฟดับมันก็ต้องดับ ไม่อย่างนั้นการไฟฟ้าจะมาซ่อมทำไม เราพูดได้ แต่ไม่มีหลักฐาน เมื่อถามอีกว่า หากต้องนับใหม่ติดใจหรือไม่ นายสุชาติระบุว่า “ถ้านับใหม่คะแนนออกมาเท่าเดิม ผมมั่นใจอยู่แล้วว่ามันต้องเท่าเดิม เขารับผิดชอบอะไรดีกว่า เขาจะลาออกจาก สส.มั้ย เขากล้ามั้ย คนที่ปลุกปั่นอยู่น่ะ ไม่ต้องเอ่ยชื่อหรอก คนที่ปลุกปั่นอยู่ ก็ดูในเฟซบุ๊กสิ เขากล้ามั้ยล่ะ อย่าทำอะไรอยู่หลังฉาก”
เมื่อถามว่าหากไม่เคลียร์อาจลุกลามเป็นเหตุการณ์ใหญ่โต นายสุชาติระบุว่า เป็นหน้าที่ของกกต. ต้องควบคุมดูแลจัดการเลือกตั้ง
“ควรยอมรับความจริงว่ากระแสพรรคคุณมันตกมาตั้งกี่ล้านเสียง คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าคุณมีเท่าไหร่ อย่างเขตตนมีคะแนนปาร์ตี้ลิสต์แค่ 43,000 ในจำนวนนั้นมี 3,000 ที่เลือกผม ก็ต้องขอบคุณด้วย” นายสุชาติกล่าวทิ้งท้าย
ทางด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ถึงปัญหาความวุ่นวายการนับคะแนนที่จ.ชลบุรี เขต 1 ว่า พรรคปชน.มอบหมายให้นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ รองเลขาธิการพรรค ปชน.ดูแลในพื้นที่ภาคตะวันออก ไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่แล้ว ผู้สมัครสส.พรรค ก็ไปอยู่กับประชาชนในพื้นที่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งที่ จ.ชลบุรี มีการพบเห็นใบนับคะแนนในถังขยะ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย ไม่ถูกต้อง ขอส่งข้อเรียกร้องไปยัง กกต.ทุกคน เชื่อว่า สิ่งที่สำคัญ คือทำให้ทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้ง แพ้ได้ แต่ถูกโกงไม่ได้ การสั่งให้นับคะแนนใหม่ทั้งจังหวัดหรือทั้งประเทศ คิดว่าเป็นสิ่งที่อยู่ในวิสัยที่ทำได้ อย่างน้อยการนับคะแนนใหม่ มารวมศูนย์การนับคะแนนอยู่ที่ตรงกลาง ประชาชนรวมถึงสื่อมวลชนช่วยกันตรวจสอบการนับคะแนนได้อีกรอบหนึ่ง
เมื่อถามถึงกรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้ว่ามีคนอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวให้นับคะแนนใหม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ยืนยัน ไม่มีแกนนำพรรคคนใดคนหนึ่งที่ไปเป็นแกนนำในการนำประท้วง เราระมัดระวังตัวอย่างมาก ที่จะไม่ให้ฝั่งตรงข้ามหรือแม้แต่นายสุชาติ เอาประเด็นนี้ไปบิดเบือนได้ ถ้าพูดแบบนี้คิดว่าไม่เป็นธรรมกับประชาชน ทุกคนยอมรับความพ่ายแพ้ได้ แต่ไม่สามารถยอมรับกลโกงได้ ดังนั้นนายสุชาติหรือใครก็ตามแต่ควรเรียกร้องในสิ่งเดียวกันคือการทำให้การเลือกตั้งนั้นโปร่งใส ที่สามารถตัดสินใจได้ง่ายมาก คือให้นับคะแนนใหม่
ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. แถลงเรียกร้องให้กกต. ชี้แจงสังคมถึงจัดการเลือกตั้งทั่วไปที่มีปัญหาและบกพร่องจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีประเด็นการซื้อเสียงที่ กกต. จับใครไม่ได้เลย แต่พบว่าทุนเทาถูกพูดถึงเต็มทุกพื้นที่ ยังไม่รวมถึงการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส มีหลายหน่วยเลือกตั้ง ที่กปน. และเจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้ผู้สังเกตุการณ์ถ่ายวิดีโอ หรือถ่ายภาพทั้งที่เป็นสิทธิและเลขาธิการกกต. นายแสวง บุญมี บอกว่า สามารถทำได้ แต่ในความเป็นจริง ในพื้นที่ชายขอบ ห่างไกล ประชาชน และผู้สังเกตุการณ์ ถูกสั่งห้ามแม้แต่จะถ่ายภาพ แถมมีบัตรเขย่งจำนวนมาก เช่น การนับคะแนนที่เขต 7 ปทุมธานี เขต 1 ชลบุรี รวมถึงบัตรเสียกว่า 3 ล้านใบ ถือว่าเป็นจำนวนมาก และการนับคะแนนที่ล่าช้า ดังนั้น กกต. ต้องชี้แจงว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
“กกต. ต้องนับคะแนนเขตที่มีปัญหาใหม่ ทั้งหมด กกต.ทั้ง 7 คน มีอำนาจสั่งการได้อยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจน ไร้ข้อกังขา ที่สำคัญ กกต. ต้องเปิดเผยรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศให้สาธารณะรับรู้ เพราะมีรายชื่อผู้ไม่มาใช้สิทธิถึง 5 ล้านคน ถือเป็นรายชื่อที่หายไปจากการเลือกตั้งครั้งก่อน”น.ส.นันทนา ระบุ
สำหรับทางด้านกกต.ได้ขอใช้เวลา 2 วัน ควานหาหลักฐานก่อนตัดสินนับคะแนนใหม่ เขต 1 จ.ชลบุรี
สำนักข่าว The Room 44 รายงานถึง “กลยุทธ์ใต้ดินยัดบัตรลงหีบเลือกตั้ง” ที่มีการพูดถึงในบางเขตเลือกตั้งว่า วิธีการที่ทำได้ มีวิธีเดียว โดยนักการเมืองต้องเป็นผู้มีอิทธิพลวางงานทำเป็นขบวนการ โดยซื้อยกหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้มีการปฏิบัติการเป็นทีม หากหน่วยไหนเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ต้องหาที่มาของบัตรที่ยัดลงหีบว่าเป็นบัตรปลอมหรือนำบัตรมาจากพื้นที่อื่น วิธีการตรวจสอบ อาทิ ดูที่ต้นขั้วบัตร จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ไป บัตรเลือกตั้งที่เหลือ ลายเซ็นผู้มาใช้สิทธิ