โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

จี้รัฐดันนมโรงเรียน 365 วัน เคลียร์หนี้น้ำนมพันล้าน ชะลอนำเข้านมผง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายสุบิน ป้อมโอชา ประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” วันนี้ (วันที่ 5 มี.ค.69) ทางชุมนุมฯ ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มารับข้อเรียกร้อง ให้เร่งแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำนมดิบ หลังได้รับผลกระทบจากการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นตามข้อตกลงการค้าเสรี ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทยเผชิญภาวะน้ำนมดิบล้นตลาด และมีปัญหาจำหน่ายไม่ได้ในหลายพื้นที่

จากผลกระทบภายใต้นโยบายการค้าเสรีของไทยที่เข้าร่วมองค์การการค้าโลก (WTO) และข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับหลายประเทศ รวมถึงความตกลงการค้าเสรีไทย–นิวซีแลนด์ (TNZCEP) และไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ทำให้มีการนำเข้านมผงและผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ปริมาณการรับซื้อน้ำนมดิบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในประเทศลดลงอย่างชัดเจน โดยในปี 2568–2569 รับซื้อน้ำนมดิบเฉลี่ยประมาณ 800 ตันต่อวัน ลดลงจากปี 2565 ที่มีการรับซื้อถึง 1,232 ตันต่อวัน ขณะที่โควตาการนำเข้านมผงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 74,827 ตันในปี 2564 เป็น 92,292 ตันในปี 2569 เพิ่มขึ้นราว 23.34% ส่งผลให้การใช้น้ำนมดิบในประเทศลดลงกว่า 32.43%

“สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจำนวนมากได้รับผลกระทบ บางพื้นที่ต้องเทน้ำนมดิบทิ้งหรือจำเป็นต้องขายในราคาต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งปัญหานี้เริ่มปรากฏชัดตั้งแต่ต้นปี 2568 และยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน”

ทั้งนี้ ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย ในฐานะตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ ระบุว่า ไม่ได้คัดค้านการเปิดเสรีทางการค้า แต่ต้องการให้รัฐกำหนดมาตรการบริหารจัดการที่สมดุล เพื่อไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร (Food Ecosystem) และห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมนมของประเทศ

พร้อมกันนี้ ได้เสนอข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา โดยมีข้อเสนอสำคัญ ดังนี้

1.ชะลอการนำเข้านมผงและผลิตภัณฑ์นม ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี TNZCEP และ TAFTA ในปี 2569 จนกว่าสถานการณ์น้ำนมดิบในประเทศจะคลี่คลาย

2.เร่งดำเนินการตาม MOU การซื้อน้ำนมดิบปี 2568–2569 ขององค์กรเกษตรกรผู้ซื้อน้ำนมดิบ ทั้งภาคสหกรณ์ 24 แห่ง และภาคเอกชน 8 แห่ง ปริมาณรวม 211.686 ตันต่อวัน

2.ระบายนมดิบเข้าสู่ระบบแปรรูปนม UHT สำหรับจำหน่ายเชิงพาณิชย์และโครงการนมโรงเรียน เพื่อลดปัญหาน้ำนมดิบค้างสต็อก

3.ทบทวนการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์นม ให้ระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบอย่างชัดเจนว่าใช้น้ำนมโคจากเกษตรกรไทยหรือใช้นมผงนำเข้า เพื่อความโปร่งใสต่อผู้บริโภค

4.ผลักดันโครงการนมโรงเรียนให้นักเรียนดื่มนมครบ 365 วันต่อปี เพื่อเพิ่มการบริโภคนมภายในประเทศ

5.เร่งจัดสรรงบประมาณชำระค่าน้ำนมดิบค้างจ่ายให้เกษตรกร ซึ่งติดค้างมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 จนถึงปัจจุบัน รวมประประมาณพันล้านบาท

“หากไม่มีมาตรการเร่งด่วน อาจส่งผลกระทบต่อระบบอุตสาหกรรมโคนมทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สหกรณ์ ไปจนถึงผู้ประกอบการแปรรูปนมในประเทศ” นายสุบิน กล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...