โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ตรีนุช’ ประชุมศูนย์ช่วยเหลือฯ ติดตามสถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลาง

The Reporters

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 09.52 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 09.52 น.

‘ตรีนุช’ประชุมศูนย์ช่วยเหลือฯ ติดตามสถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลาง เตรียม 4 มาตรการดูแลแรงงานไทย – อิหร่าน

วันที่ (4 มี.ค. 69) ที่ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมศูนย์ช่วยเหลือประสานงานติดตามสถานการณ์ความไม่สงบ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนด แนวทางช่วยเหลือแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยง

น.ส.ตรีนุช เปิดเผยภายหลังการประชุมว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใย พี่น้องประชาชนคนไทยที่พำนักและทำงานอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน

กระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรการรองรับไว้ 4 มิติ โดยมิติแรกคือการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แบ่งระดับความพร้อมออกเป็น 4 ระดับ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงและรองปลัดกระทรวงดูแลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานทูตแรงงานในประเทศใกล้เคียง ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบ

สำหรับผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ โดยประเทศแรกที่ต้องเร่งดำเนินการคือ อิหร่าน ซึ่งมีกำหนดดำเนินการช่วยเหลือระหว่างวันที่ 7–10 มีนาคมนี้ ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อวางขั้นตอนนำ คนไทยกลับประเทศอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานเตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันสำหรับสื่อสารกับแรงงานไทยใน ต่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เพื่อสอบถามสถานการณ์ความเป็นอยู่ ติดตามพิกัดที่พัก รวมถึงดูแลด้านสภาพจิตใจของแรงงาน และสื่อสารกับครอบครัวในประเทศไทย

ในด้านการปฏิบัติการ น.ส.ตรีนุช ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการอพยพ เนื่องจากมีช่องทางประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตและทูตแรงงานโดยตรง ขณะที่กระทรวงแรงงานจะสนับสนุนด้านข้อมูลแรงงาน การเยียวยา และการดูแลหลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย

ปัจจุบันสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นจุด ๆ และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางทหาร โดยแรงงานไทยส่วนใหญ่ทำงานด้านเกษตรและก่อสร้าง จึงยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง

สำหรับจำนวนแรงงานไทยใน อิสราเอล ซึ่งมีประมาณ 58,000 คน มีผู้แจ้งความประสงค์เดินทางกลับไม่เกิน 50 ราย ขณะที่แรงงานไทยในอิหร่านมีไม่เกิน 100 คน และส่วนใหญ่แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอย่างเป็นทางการจะมีการแถลงร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง

ส่วนมาตรการรองรับแรงงานหลังเดินทางกลับ กระทรวงแรงงานจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางผ่านกองทุนที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานบริษัทนายจ้างในกรณีที่แรงงานเดินทางไปทำงานภายใต้สัญญาจ้าง เพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ ตลอดจนเตรียมมาตรการรองรับด้านอาชีพ การจัดหางาน และพัฒนาทักษะ เพื่อให้แรงงานสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...