โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IMF ชี้สงครามตะวันออกกลางทดสอบเศรษฐกิจโลก เสี่ยงดันพลังงาน-เงินเฟ้อพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 5 มีนาคม 2569 เวลา 18.13 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

IMF ระบุความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังทดสอบความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก พร้อมเตือนโลกต้องเตรียมรับแรงกระแทกใหม่ที่เกิดขึ้นบ่อยและคาดเดาได้ยาก

วันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 10.35 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าคริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่าสงครามในตะวันออกกลางกำลังทดสอบความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก และโลกจะยังต้องเผชิญกับแรงกระแทกใหม่ ๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันต่อไปในอนาคต

จอร์จีวากล่าวในการประชุม Asia in 2050 Conference ที่กรุงเทพฯ ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางสร้างความกังวลต่อ IMF อย่างมาก เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตและได้รับผลกระทบจำนวนมาก พร้อมเตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อ อาจส่งผลต่อราคาพลังงาน ความเชื่อมั่นของตลาด การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อทั่วโลก

และกล่าวว่า ผลกระทบดังกล่าวจะเพิ่มภาระให้กับผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจทั่วโลกที่ต้องรับมือกับความไม่แน่นอนมากขึ้น

“เราอยู่ในโลกที่เผชิญกับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้นและคาดไม่ถึงมากขึ้น …แม้เราจะไม่สามารถคาดการณ์ได้เสมอว่าแรงกระแทกจะมาในรูปแบบใด แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้เสมอ”

การตอบโต้ของอิหร่านต่อการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลได้เริ่มส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก

แบบจำลองของ Bloomberg Economics ระบุว่า หากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจกระตุ้นเงินเฟ้อและกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลก นอกเหนือจากความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างประเทศจากมาตรการภาษี ซึ่ง IMF เคยเตือนก่อนหน้านี้ว่าอาจกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังแข็งแกร่ง

จอร์จีวาระบุว่า IMFกำลังติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และจะนำผลกระทบของสงครามมาประเมินในรายงาน World Economic Outlook ฉบับใหม่ที่จะเผยแพร่ในเดือนเมษายน

ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม IMFได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเล็กน้อย โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโต 3.3% ในปี 2026 และ 3.2% ในปีถัดไป

ผู้อำนวยการIMF ยังกล่าวชื่นชมประเทศในเอเชียที่สามารถฟื้นฟูระบบสถาบันทางเศรษฐกิจ เสริมความแข็งแกร่งของเงินทุนสำรอง และสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ดี หลังวิกฤตการเงินเอเชียในช่วงปี 1997–1998

อย่างไรก็ตามเธอเตือนว่าภูมิภาคเอเชียยังต้องเตรียมรับมือกับโลกที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะมาจากเทคโนโลยีใหม่ ความตึงเครียดทางการค้า หรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

จอร์จีวายังเรียกร้องให้ประเทศในเอเชีย เพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาค เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการค้าโลก โดยสามารถเร่งการบูรณาการเศรษฐกิจผ่านการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี

“ไม่มีประโยชน์ที่จะมัวแต่กังวลกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา …สิ่งสำคัญคือการมุ่งเน้นสิ่งที่เราทำได้ เพื่อทำให้ประเทศและเศรษฐกิจของเราพร้อมที่สุดสำหรับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง”

ขณะเดียวกันสงครามในตะวันออกกลางได้เริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกแล้ว โดยตลาดหุ้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือดัชนีหุ้นเทคโนโลยีในเกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติหลายพันล้านดอลลาร์

จอร์จีวากล่าวทิ้งท้ายว่า “ยิ่งวิกฤตครั้งนี้จบลงเร็วเท่าไร ก็ยิ่งดีต่อเศรษฐกิจโลกมากเท่านั้น”

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...