IMF ชี้สงครามตะวันออกกลางทดสอบเศรษฐกิจโลก เสี่ยงดันพลังงาน-เงินเฟ้อพุ่ง
IMF ระบุความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังทดสอบความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก พร้อมเตือนโลกต้องเตรียมรับแรงกระแทกใหม่ที่เกิดขึ้นบ่อยและคาดเดาได้ยาก
วันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 10.35 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าคริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่าสงครามในตะวันออกกลางกำลังทดสอบความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก และโลกจะยังต้องเผชิญกับแรงกระแทกใหม่ ๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันต่อไปในอนาคต
จอร์จีวากล่าวในการประชุม Asia in 2050 Conference ที่กรุงเทพฯ ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางสร้างความกังวลต่อ IMF อย่างมาก เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตและได้รับผลกระทบจำนวนมาก พร้อมเตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อ อาจส่งผลต่อราคาพลังงาน ความเชื่อมั่นของตลาด การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อทั่วโลก
และกล่าวว่า ผลกระทบดังกล่าวจะเพิ่มภาระให้กับผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจทั่วโลกที่ต้องรับมือกับความไม่แน่นอนมากขึ้น
“เราอยู่ในโลกที่เผชิญกับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้นและคาดไม่ถึงมากขึ้น …แม้เราจะไม่สามารถคาดการณ์ได้เสมอว่าแรงกระแทกจะมาในรูปแบบใด แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้เสมอ”
การตอบโต้ของอิหร่านต่อการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลได้เริ่มส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก
แบบจำลองของ Bloomberg Economics ระบุว่า หากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจกระตุ้นเงินเฟ้อและกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลก นอกเหนือจากความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างประเทศจากมาตรการภาษี ซึ่ง IMF เคยเตือนก่อนหน้านี้ว่าอาจกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังแข็งแกร่ง
จอร์จีวาระบุว่า IMFกำลังติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และจะนำผลกระทบของสงครามมาประเมินในรายงาน World Economic Outlook ฉบับใหม่ที่จะเผยแพร่ในเดือนเมษายน
ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม IMFได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเล็กน้อย โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโต 3.3% ในปี 2026 และ 3.2% ในปีถัดไป
ผู้อำนวยการIMF ยังกล่าวชื่นชมประเทศในเอเชียที่สามารถฟื้นฟูระบบสถาบันทางเศรษฐกิจ เสริมความแข็งแกร่งของเงินทุนสำรอง และสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ดี หลังวิกฤตการเงินเอเชียในช่วงปี 1997–1998
อย่างไรก็ตามเธอเตือนว่าภูมิภาคเอเชียยังต้องเตรียมรับมือกับโลกที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะมาจากเทคโนโลยีใหม่ ความตึงเครียดทางการค้า หรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
จอร์จีวายังเรียกร้องให้ประเทศในเอเชีย เพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาค เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการค้าโลก โดยสามารถเร่งการบูรณาการเศรษฐกิจผ่านการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี
“ไม่มีประโยชน์ที่จะมัวแต่กังวลกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา …สิ่งสำคัญคือการมุ่งเน้นสิ่งที่เราทำได้ เพื่อทำให้ประเทศและเศรษฐกิจของเราพร้อมที่สุดสำหรับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง”
ขณะเดียวกันสงครามในตะวันออกกลางได้เริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกแล้ว โดยตลาดหุ้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือดัชนีหุ้นเทคโนโลยีในเกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติหลายพันล้านดอลลาร์
จอร์จีวากล่าวทิ้งท้ายว่า “ยิ่งวิกฤตครั้งนี้จบลงเร็วเท่าไร ก็ยิ่งดีต่อเศรษฐกิจโลกมากเท่านั้น”
อ้างอิง : bloomberg.com