โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคาดสงครามอิหร่านอาจฉุด GDP ไทยลง 0.1-0.2% มั่นใจคุมเงินเฟ้ออยู่

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคาดสงครามอิหร่านอาจฉุด GDP ไทยลง 0.1-0.2% มั่นใจคุมเงินเฟ้ออยู่

แบงก์ชาติประเมินผลกระทบสงครามอิหร่านใกล้ชิด เบื้องต้นคาด ฉุด GDP ไทยลง 0.1-0.2% แต่เตือนผลกระทบต่อเงินเฟ้ออาจมากกว่า เหตุราคาน้ำมันมีสัดส่วน 13% ในตะกร้าเงินเฟ้อ ยืนยันเสถียรภาพเศรษฐกิจมหาภาคไทยยังแกร่ง ทั้งทุนสำรองสูงและหนี้ต่างประเทศต่ำ พร้อมเผยการลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นการเดินหมากล่วงหน้า เพื่อรับมือความเสี่ยง

วันนี้ (4 มีนาคม) วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยว่า ขณะนี้ ธปท. อยู่ระหว่างเฝ้าระวังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากน้อยเพียงไร เนื่องจากสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้แบบ ‘รายวันรายชั่วโมง’

โดยวิทัยกล่าวว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจะมีผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) บ้าง เนื่องจากไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (Net Importer) โดยประเมินว่าจะฉุด GDP ลงประมาณ 0.1% – 0.2% แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

“ถ้ามีการรบกันนานจนมีผลต่ออุปทานน้ำมัน ยิ่งนานเท่าไหร่ยิ่งจะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันมากขึ้นเท่านั้น” อย่างไรก็ตาม วิทัยระบุว่า เบื้องต้น ธปท.คาดว่าการโจมตีจะใช้เวลาประมาณ 4-5 สัปดาห์ ตามที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศไว้

ราคาน้ำมันพุ่งกระทบกับ ‘ภาวะเงินเฟ้อ’ มากกว่า GDP

วิทัยชี้ว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจะกระทบกับ ‘ภาวะเงินเฟ้อ’ มากกว่า เนื่องจากราคาน้ำมันถูกคำนวณในตะกร้าเงินเฟ้อประมาณ 13% แต่ด้วยภาวะเงินเฟ้อไทยที่อยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าจะอยู่ที่ราว 0.2% – 0.3% ในปี 2569 ทำให้ ธปท.ยังมีขีดความสามารถในการดูแลเรื่องค่าครองชีพได้หากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น วิทัย ผู้ว่าฯ ธปท. ยังย้ำว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยจึงยังอยู่ในภาวะที่เข้มแข็งดี แต่ต้องประเมินต่อไปว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะบานปลายยาวนานแค่ไหน

“ในภาพรวม ไทยเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพเศรษฐกิจมหาภาคดีมาก โดยมีเงินกู้จากต่างประเทศที่เสี่ยงจะถูกดึงกลับไป ‘ไม่มากนัก’ และอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับทุนสำรองของประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยมีกันชน (Buffer) ที่ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวน หรือการเคลื่อนย้ายเงินได้ค่อนข้างดี”

‘ลดดอกเบี้ยล่วงหน้า’ แต้มต่อการเงิน

ทั้งนี้ วิทัย ผู้ว่าฯ ธปท. เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เห็นถึงความเสี่ยงของสถานการณ์ในตะวันออกกลางล่วงหน้าแล้ว เพียงแต่สถานการณ์จริงรุนแรงกว่าที่คาดไว้ และเป็นโชคดีที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เหลือ 1.00% ก่อนที่สถานการณ์จะปะทุ

“เราก็โชคดีที่ลดดอกเบี้ยล่วงหน้าไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จริงๆ เราเห็นความเสี่ยงตรงนี้แล้ว แต่คิดว่าถ้าเกิดขึ้นไม่น่าจะแรงขนาดนี้ น่าจะเหมือนปีที่แล้วที่รบกัน 12 วันระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน คราวนี้อาจจะกว้างขวางกว่าที่ประเมินไว้บ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่ถ้าไม่บานปลายไปกว่านี้ก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแต่ควบคุมได้” วิทัยกล่าว

น้ำมันสำรอง 60 วัน ไม่น่ากังวล เหตุไทยมีแหล่งนำเข้าอีกหลายแหล่ง

สำหรับความกังวลเรื่องประกาศน้ำมันสำรองของไทยซึ่งเหลืออยู่ 60 วันนั้น วิทัยกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก เพราะในทางปฏิบัติ ไทยมีการนำเข้าน้ำมันและพลังงานจากหลายโซน ไม่ใช่แค่แหล่งเดียว

พร้อมชี้ว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดถือเป็นเรื่องปกติ และจะกลับมาเป็นปกติภายใน 2-3 วัน เมื่อถึงเวลานั้น ธปท. จึงจะเริ่มประเมินผลกระทบต่อราคาน้ำมันและการปิดช่องแคบต่อไป อย่างไรก็ตาม วิทัยมองว่ายังอยู่ในจุดที่ควบคุมได้

ไม่เพียงเท่านั้น วิทัยยังมองอีกด้วยว่า หากราคาน้ำมันจะพุ่งเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็เป็นเพียงการพุ่งขึ้นชั่วคราวเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...