รู้จัก Snowflake (SNOW US) หุ้นที่ไม่ได้ถูก AI แทนที่ แต่คือรากฐานที่ทำให้ AI ฉลาดขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการสับเปลี่ยน (rotation) ออกจากหุ้นเซมิคอนดัคเตอร์ เพื่อย้ายไปกลุ่มซอฟแวร์ รู้จัก Snowflake (SNOW US) หุ้นที่ไม่ได้ถูก AI แทนที่ แต่คือรากฐานที่ทำให้ AI ฉลาดขึ้น
บล.ธนชาต ได้ประมวลเรื่องราวสำคัญดังนี้
1. เกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มเซมิคอนดัคเตอร์และซอฟแวร์
- Sentiment ของกลุ่มเซมิคอนดัคเตอร์ถูกกดดันจากประเด็นเรื่อง Nvidia การที่หุ้น Nvidia งบออกมาดีกว่าตลาดคาดแต่หุ้นร่วงดิ่งหนักเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า ข่าวดีได้ถูกรับรู้ไปหมดแล้วในราคาหุ้นที่สูงลิ่ว และตอนนี้นักลงทุนอาจกำลังมองหาทางเลือกใหม่ที่ดูคุ้มค่าน่าลงทุนกว่ากลุ่มเซมิคอนดัคเตอร์
- สำหรับกลุ่มซอฟแวร์ที่เพิ่งฟื้นมาในช่วง 3 วันนี้ บล.ธนชาตมองว่าหุ้นหลายตัวดูน่าสนใจมาก แต่ก็ควรเลือกลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงหุ้นที่ถูกเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทดแทนได้ง่าย
สำหรับวันนี้ บล.ธนชาตแนะนำพิจารณาหุ้น
- PLTR US ซึ่งเป็นธุรกิจที่เปรียบเสมือนกับ “กาว" หรือ ตัวที่รวบรวมข้อมูลจากทุกระบบที่กระจัดกระจายเข้าไว้ด้วยกัน และทำให้ AI สามารถใช้งานได้จริงในองค์กรต่างๆ ทั้ง ภาครัฐ และเอกชน, นอกจากนี้ยังเป็นธุรกิจที่จำเป็น ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์การลงทุนด้านความมั่นคงที่ขยายตัวต่อเนื่อง
- SNOW US แพลตฟอร์มเก็บและจัดการข้อมูลบน Cloud (Cloud Data Warehouse) ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดเพื่อใช้งานบนระบบคลาวด์โดยเฉพาะ หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ Snowflake เปรียบเสมือน "คลังข้อมูลอัจฉริยะในอากาศ" ที่บริษัทต่างๆ ใช้เก็บข้อมูลมหาศาลของตนเองไว้ในที่เดียว เพื่อให้พนักงานหรือระบบต่างๆ สามารถเรียกไปใช้งานหรือวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว
ในมุมมองของบล.ธนชาตแพลตฟอร์มอย่าง Snowflake ไม่ได้ถูก AI เข้ามาแทนที่ แต่กลับเป็น "รากฐานสำคัญ" ที่ทำให้ AI ทำงานได้ดีขึ้น ด้วยเหตุผลดังนี้
หนึ่ง AI ต้องการ "อาหาร" ที่มีคุณภาพ (Data Foundation)
AI จะเก่งได้ต้องมีข้อมูลมหาศาลในการเรียนรู้ ซึ่ง Snowflake ทำหน้าที่เป็น Single Source of Truth หรือแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวให้กับองค์กร การที่ AI จะประมวลผลได้แม่นยำ มันต้องอาศัยโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูลที่มั่นคงและปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ Snowflake เชี่ยวชาญ
สอง Snowflake มีโครงสร้าง "สมอง" ของระบบจัดการข้อมูล (Cloud Services Layer)
ระบบดังกล่าวคือ Cloud Service Layer ซึ่งเปรียบเสมือน "สมอง" ที่คอยจัดการเรื่องความปลอดภัย (Security), การเพิ่มประสิทธิภาพ (Optimization), และการจัดการธุรกรรมข้อมูล (Transactions) สิ่งเหล่านี้เป็นงานโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ AI ทั่วไป จะสามารถแทนที่ระบบฐานข้อมูลเชิงลึกได้เอง
สาม มีฟีเจอร์เฉพาะทางที่ AI เลียนแบบได้ยาก เช่น
"Time Travel" การย้อนเวลากลับไปดูข้อมูลในอดีตได้สูงสุด 90 วัน เพื่อแก้ไขความผิดพลาด, และ "Zero-copy Cloning" การคัดลอกข้อมูลมหาศาลเพื่อไปทดสอบระบบได้ทันทีโดยไม่เสียพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มและไม่ต้องรอเวลานาน
สี่ Snowflake กำลังกลายเป็น "บ้านของ AI"
ปัจจุบัน Snowflake ได้เพิ่มส่วนที่รองรับการทำ AI/ML (Machine Learning) เข้าไปในแพลตฟอร์มโดยตรง เช่น การจัดการโมเดลและฟีเจอร์ต่างๆ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ AI บน Snowflake เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด