TWPC พลิกเทิร์นอะราวด์ ลุยตลาดนอกอัพมูลค่า
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 15.05 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 08.05 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชัน - TWPC โชว์ผลงานปี 2568 เทิร์นอะราวด์แรง กำไรสุทธิพุ่ง 318% แตะ 156 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นขยายสู่ 21% จากกลยุทธ์ Premiumization และคุมต้นทุนมีวินัย แจกปันผล 0.114 บาท/หุ้น เดินหน้าขยาย Food–HVA สู่ตลาดเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และตะวันออกกลาง หนุนการเติบโตปี 2569 ต่อเนื่อง
นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 318% แตะ 156 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 71 ล้านบาทในปีก่อน กำไรจากการดำเนินงาน ทะยาน 965% ปริมาณขายรวมเติบโต 7% และอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวจาก 15% เป็น 21%
ทั้งนี้โครงสร้างธุรกิจที่เป็นความได้เปรียบของ TWPC แบบ Multicore Platform ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลักที่ทำงานเสริมกันและกระจายตัวในระดับภูมิภาค ช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการ และเปิดโอกาสให้บริษัทขับเคลื่อนการเติบโตจากหลายเครื่องยนต์ไปพร้อมกัน
โดยกลุ่มธุรกิจอาหาร (Food) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 28% ของรายได้รวม ทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์การเติบโตด้านผู้บริโภค มีรายได้เติบโต 8% แตะระดับ 2,558 ล้านบาท จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (RTE) และอาหารพร้อมปรุง (RTC) ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่กลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม หรือ Specialty (HVA) เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตโดดเด่น ด้วยปริมาณขายเพิ่มขึ้น 2% และอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นถึง 720 basis points เมื่อเทียบกับปีก่อน จากความต้องการสูตรส่วนผสมเฉพาะทางในอุตสาหกรรมเบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์นม และขนมขบเคี้ยวทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมแผนขยายตลาดสู่ยุโรปและตะวันออกกลางในปี 2569
ส่วนกลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native Starch) ยังคงเป็นเสาหลักที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้พอร์ตธุรกิจ ด้วยผลตอบแทนที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความแข็งแกร่งของกำไรที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับการลงทุนและขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีการเติบโตสู
สำหรับกลยุทธ์ Premiumization ของ TWPC เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนและกำลังเร่งตัวขึ้น โดยสัดส่วนสินค้าพรีเมียมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวถึง 630 basis points จากการปรับพอร์ตสินค้าอย่างเป็นระบบไปสู่กลุ่มมูลค่าสูงและมีความผันผวนต่ำ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันให้กลุ่มธุรกิจอาหาร (Food) และ แป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) มีสัดส่วนกำไรรวมมากกว่า 80% ภายในปี 2573 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของคุณภาพกำไรที่ดำเนินไปอย่างชัดเจนและทวีคูณ
การปรับตัวดีขึ้นของมาร์จิ้นดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปัจจัยตามวัฏจักร โดยต้นทุนขายที่ลดลงถึง 15% ช่วยสร้าง Operating Leverage ให้ธุรกิจสามารถขยายอัตรากำไรได้ทุกครั้งที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น หรือเมื่อสัดส่วนสินค้าพรีเมียมสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การกระจายฐานการผลิตและตลาดในภูมิภาค CLMV ประเทศไทย และตลาดหลักในเอเชีย-แปซิฟิก ช่วยจำกัดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นหลัก อีกทั้งกลุ่ม HVA ยังมีอำนาจในการกำหนดราคาสินค้าเฉพาะทางที่ไม่ผูกกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้โครงสร้างธุรกิจมีความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.114 บาท สำหรับงวดดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 29 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นของบริษัท
“ผลงานในปี 2568 เป็นบทพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจแบบ Multicore ของเราสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง บริษัทสามารถขยายอัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 630 basis points และทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 965% จากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างมีวินัยว่าเราควรแข่งขันที่ไหนและอย่างไร ในปี 2569 บริษัทจะเร่งขยายกลุ่ม HVA สู่ตลาดเอเชีย-แปซิฟิกและยุโรป ขยายพอร์ตอาหารพรีเมียมสู่ระดับสากล และเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะบริษัทอาหารระดับโลก”