โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทย ปิดร่วงแรงลง 27.40 จุด หลุด 1,400 จุด น้ำมันแพงพุ่งดันเงินเฟ้อฉุดตลาด

BTimes

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 18.05 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 10.25 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ดัชนี SET ตลาด หุ้นไทย ปิดวันนี้อยู่ที่ 1,382.97 จุด ปรับลง 27.40 จุด หรือ -1.94% ด้วยมูลค่าซื้อขายรวม 94,274.29 ล้านบาท ทำจุดต่ำสุด 1,331.23 จุด และจุดสูงสุด 1,386.04 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่

1.PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 7,917.08 ล้านบาท ปิดที่ 144.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท

2.DELTA มูลค่าการซื้อขาย 6,808.65 ล้านบาท ปิดที่ 245.00 บาท ลดลง 10.00 บาท

3.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 5,594.61 ล้านบาท ปิดที่ 184.50 บาท ลดลง 3.50 บาท

บล.ไอร่า ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ดัชนีปรับตัวลดลง ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดภูมิภาค จากความกังวลสถานการณ์สงครามอิหร่านมีโอกาสยืดเยื้อมากกว่าที่เคยคาดไว้ และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ในภาวะ Risk-off ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่เร่งตัวขึ้นมาแรงจนทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อ และส่งผลต่อการดำเนินนโญบายการเงินที่ค่อนข้างมีความตึงตัว

โดยคืนนี้ต้องติดตามการประชุมฉุกเฉินของกลุ่ม G20 เกี่ยวกับการระบายคลังน้ำมันสำรอง (SPR) ออกมาสู่ตลาด ซึ่งตามข่าวถือว่าเป็นปริมาณที่ค่อนข้างมากประมาณ 300-400 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็น 25-30% ของคลังสำรองทั้งหมด หากระบายออกมาระยะสั้นอาจช่วยผ่อนคลายปัจจัยกดดันราคาน้ำมันไม่ให้ปรับขึ้นแรงมากจนเกินไป

สำหรับไทยซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิและส่วนใหญ่นำเข้าจากตะวันออกกลาง ได้รับผลกระทบโดยตรงหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งล่าสุดอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลาง เป็นภาพที่กดดันบรรยากาศการลงทุนค่อนข้างมาก ทั้งนี้ การปล่อยน้ำมันสำรอง SPR อาจช่วยไทยได้จำกัด เนื่องจากชนิดของน้ำมันที่โรงกลั่นไทยใช้แตกต่างจากน้ำมันสำรองดังกล่าว ขณะที่มาตรการรัฐ เช่น การขอความร่วมมือ Work from Home หรือจำกัดการส่งออกน้ำมัน ช่วยลดผลกระทบได้เพียงบางส่วนแต่ไม่สามารถแก้ที่ต้นเหตุหลักได้ หากสงครามยืดเยื้อกดดันทิศทางสินทรัพย์เสี่ยง ยังต้องระมัดระวังในการลงทุนแนะ Wait and See รอติดตามสถานการณ์ สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นอยู่แล้วแนะนำหาจังหวะลดสัดส่วนการลงทุน (Position) ลงเพื่อลดความเสี่ยง

ส่วนแนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดดัชนีมีโอกาสเกิด Technical Rebound ได้อีกครั้ง หลังวันนี้ดัชนีปรับตัวลงลึกและมีจังหวะดีดกลับขึ้นมาช่วงท้ายตลาด โดยประเมินแนวรับที่ 1,360 จุด และแนวต้านที่ 1,386-1,400 จุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...