ตลาดหุ้นเอเชีย ร่วงทั่วภูมิภาค! น้ำมันพุ่งใกล้ 120 ดอลลาร์ กดดันหุ้นเทคโนโลยี-ชิป
ตลาดหุ้นเอเชีย วันนี้ (9 มี.ค. 2569) ปรับตัวลดลงทั่วทั้งภูมิภาค ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานโลก หลังราคาน้ำมันพุ่งเข้าใกล้ระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากการที่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลางหลายประเทศลดกำลังการผลิต ภายหลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเริ่มชะลอการปรับขึ้น หลังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียเสนอขายน้ำมันดิบเข้าสู่ตลาดเพิ่มเติม ซึ่งช่วยบรรเทาความตึงเครียดในตลาดพลังงานบางส่วน แม้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังคงอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลงแรงและหลุดระดับสำคัญ หลังแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้น โดยหุ้น SoftBank เป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวลงมาก ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมชิปอย่าง Advantest และ Lasertec ถูกเทขายเช่นกัน จากความกังวลว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะกระทบต้นทุนและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
- ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 52,728.72 จุด ร่วงลง 2,892.12 จุด หรือ -5.20%
ตลาดหุ้นจีน
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวลงเล็กน้อย โดยแรงกดดันหลักมาจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่อ่อนตัว อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนปรับลดลงน้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนยังคงคาดหวังมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจจากรัฐบาล
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 4,096.60 จุด ลดลง 27.59 จุด หรือ -0.67%
ตลาดหุ้นฮ่องกง
ฮั่งเส็งอ่อนตัวลงตามทิศทางตลาดโลก จากแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีและกลุ่มการเงิน ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาผลกระทบของราคาน้ำมันที่พุ่งสูงต่อเศรษฐกิจโลกและการค้าระหว่างประเทศ
- ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 25,408.46 จุด ลดลง 348.83 จุด หรือ -1.35%
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้
ดัชนี KOSPI ร่วงลงแรง และมีการใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว (circuit breaker) ระหว่างวัน หลังตลาดเผชิญแรงขายหนักในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ที่ปรับตัวลงแรง
นักวิเคราะห์ระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจทำให้ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ในฐานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ อีกทั้งยังอาจกระทบห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หากวัตถุดิบบางชนิดจากภูมิภาคดังกล่าวขาดแคลน
- ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ระดับ 5,251.87 จุด ร่วงลง 333 จุด หรือ 5.96%
อ้างอิง : www.cnbc.com