ดาวโจนส์ ร่วงแรง! น้ำมันทะลุ 90 ดอลลาร์ กังวลสงคราม–ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอ
6 มี.ค. 2569 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวลดลงในวันศุกร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะที่ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอกว่าคาด ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจกลับมาสูงอีกครั้ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก นักลงทุนกังวลน้ำมันพุ่ง–เศรษฐกิจชะลอ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบในวันศุกร์ (6 มี.ค. 2569) โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 47,501.55 จุด ลดลง 453.19 จุด (-0.95%)
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,740.02 จุด ลดลง 90.69 จุด (-1.33%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 22,387.679 จุด ลดลง 361.307 จุด (-1.59%)
ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราการว่างงานขยับขึ้นสู่ระดับ 4.4% ทำให้ตลาดเริ่มกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเริ่มชะลอตัว
นอกจากนี้ หุ้นหลายกลุ่มที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจได้รับแรงกดดัน เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมและท่องเที่ยว หลังต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ หลังน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลดลงเช่นกัน หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งสร้างความกังวลต่อเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานในภูมิภาค
- ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 598.69 จุด ลดลง 6.14 จุด (-1.02%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 23,591.03 จุด ลดลง 224.72 จุด (-0.94%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 7,993.49 จุด ลดลง 52.31 จุด (-0.65%)
นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด หลังความตึงเครียดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดพลังงาน
ตลาดหุ้นอังกฤษปรับตัวลง ตามทิศทางตลาดโลก
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันศุกร์ ท่ามกลางแรงขายในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม หลังนักลงทุนกังวลผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,284.75 จุด ลดลง 129.19 จุด (-1.24%)
การปรับตัวลงของตลาดสะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุน ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
ราคาน้ำมันพุ่งแรง ทะลุ 90 ดอลลาร์ กังวลอุปทานโลกสะดุด
ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในวันศุกร์ หลังสงครามในตะวันออกกลางสร้างความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงาน โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของโลก
- ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 90.90 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 12.21%
- ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนพฤษภาคม) ปิดที่ 92.69 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 8.52%
ตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นกว่า 35% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้าในปี 1983
นักวิเคราะห์เตือนว่าหากการขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียยังหยุดชะงัก ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นแตะระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ราคาทองคำปรับขึ้น หลังข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอ
ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกระตุ้นความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจลดดอกเบี้ยในอนาคต อย่างไรก็ตามราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 5,149.14 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 1.4%
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 5,158.70 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 1.6%
แม้ราคาทองคำจะปรับขึ้นในวันศุกร์ แต่ตลอดทั้งสัปดาห์ยังมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นในสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนหันมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความผันผวนของตลาดโลก
- ยูโร/ดอลลาร์ อยู่ที่ 1.161 ดอลลาร์
- ดอลลาร์/เยน อยู่ที่ 157.83 เยน
- ปอนด์/ดอลลาร์ อยู่ที่ 1.3358 ดอลลาร์
ดัชนีดอลลาร์มีแนวโน้มปรับขึ้นประมาณ 1.4% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ที่มากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี ขณะที่นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์สงครามและแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐอย่างใกล้ชิด