'พีรวิชญ์' บรรยายที่ มศว หัวข้อ วัยรุ่นและพื้นที่การเมืองยุคใหม่ ชมน้องๆ วิพากษ์ได้แหลมคม ย้ำการเมืองไม่ได้จำกัดแค่ในสภา
พีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (8 มีนาคม 2569) ว่า วันก่อนได้มาบรรยายวิชา Intro to Sociology ให้น้อง ๆ ปี 1 คณะสังคมศาสตร์ มศว ฟัง ในหัวข้อที่ส่วนตัวอินมากอย่าง Political Sociology: วัยรุ่นและพื้นที่การเมืองยุคใหม่ครับ
ตอนนั่งทำสไลด์เตรียมสอน สารภาพว่าแอบคิดถึงบรรยากาศสมัยเรียน ป.โท ที่ฝรั่งเศสขึ้นมาตงิด ๆ ใครที่คุ้นเคยกับแวดวงวิชาการฝรั่งเศสจะรู้ดีว่า รัฐศาสตร์ที่นั่นวางรากฐานและแนบสนิทอยู่กับสังคมวิทยาค่อนข้างมาก (Political Sociology คือหัวใจหลักเลยก็ว่าได้) คลาสวันนี้ก็เลยตั้งใจพก "แว่นตาสังคมวิทยา" กลิ่นอายฝรั่งเศสไปให้น้อง ๆลองใส่ดู
เราเริ่มต้นคลาสด้วยการตั้งคำถามสำคัญที่ว่า "พื้นที่ทางการเมืองแบบไหนกันแน่ ที่คนรุ่นใหม่สนใจและพร้อมจะกระโดดเข้าไปมีส่วนร่วม?"
ผมหยิบงานของนักสังคมวิทยาฝรั่งเศสอย่าง Anne Muxel มาชวนน้องๆ สำรวจปรากฏการณ์นี้ว่า จริง ๆ แล้วเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้ไร้เดียงสาหรือ Apolitical หรอกครับ พวกเขาแค่หมดศรัทธากับพื้นที่การเมืองแบบเดิมๆ (Electoral Politics) แล้วหันไปหา "การเมืองแบบแสดงออก" (Expressive Politics - Protestataire) แทน การลงถนน แฟลชม็อบ การปั่นแฮชแท็ก หรือการแบนแบรนด์สินค้า สิ่งเหล่านี้คือพื้นที่ปฏิบัติการที่พวกเขารู้สึกว่ามัน "เรียล" มีอิสระ และส่งเสียงได้ดังกว่าการเดินเข้าคูหาทุกๆ 4 ปี
จากนั้นเราขยับไปคุยเรื่อง "แอคหลุม" ผ่านแนวคิดของลุง Pierre Bourdieu …ทำไมบางคนถึงกล้าฟาดเรื่องการเมืองด้วยหน้าจริงโปรไฟล์จริง ในขณะที่หลายคนต้องซ่อนตัวอยู่หลังคีย์บอร์ด? ทฤษฎีความสามารถทางการเมือง (Political Competence) ของบูร์ดิเยอช่วยตอบเรื่องนี้ได้ดีมาก ว่าท้ายที่สุดแล้ว "ทุน" (Capital) ทางสังคม การศึกษา และสภาพแวดล้อมแบบไหนที่อนุญาตให้คนเรามีความมั่นใจในการพูดเรื่องการเมืองไม่เท่ากัน
อีกพาร์ทที่สนุกคือการไล่ดู Timeline ของกระบวนการขัดเกลาทางการเมือง (Political Socialisation) ว่าใครคือคน "ปั้น" ชุดความคิดเราในแต่ละยุค? ตั้งแต่ยุคที่พ่อแม่คือตัวกรองผ่านวิทยุ ยุคทีวีครองเมือง มาจนถึงยุคปัจจุบันที่ "อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่าง ๆ " กลายมาเป็นผู้ขัดเกลาและกำหนดว่าเราควรจะอินกับประเด็นไหนมากกว่าประเด็นไหน
ก่อนจะขมวดจบด้วยประเด็นสำคัญอย่าง Institutionalisation (การทำให้เป็นสถาบัน) เมื่อพรรคการเมืองผู้ใหญ่เริ่มอยู่ไม่ติด และพยายามดึงพลังที่กระจัดกระจายของคนรุ่นใหม่เข้ามาจัดตั้ง เราลองเปรียบเทียบโมเดลปีกเยาวชนอย่าง Young PAP (สิงคโปร์), Jeunes Avec Macron (ฝรั่งเศส) และโมเดล YPP ของเพื่อไทย… ผมโยนคำถามให้น้อง ๆ ถกเถียงกันตรง ๆ ว่า ตกลงแล้วพื้นที่เหล่านี้คือการมอบอำนาจ (Empowerment) ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าไปเปลี่ยนจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่กลยุทธ์ Tokenism / Co-optation (การกลืนกิน) เพื่อดึงวัยรุ่นมาเป็นไม้ประดับ ฟอกขาว และต่ออายุให้สถาบันการเมืองแบบเดิมกันแน่?
ดีใจที่ได้เห็น Energy ของน้อง ๆ มศว ในคลาสวันนี้ครับ แม้พื้นฐานสังคมวิทยาจะยังใหม่ แต่พอนำทฤษฎีมาจับกับปรากฏการณ์ใกล้ตัว น้อง ๆ เก็ทและวิพากษ์กันได้แหลมคมมาก การเมืองไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสภาแต่มันคือ Lifestyle ที่รายล้อมและประกอบสร้างพวกเราอยู่ทุกวันครับ