เมื่อความวุ่นวายในแต่ละวันกินพื้นที่ในหัวสมองมากพอแล้ว แฟชั่นจึงหันกลับสู่ความเรียบง่ายและใส่สบายนี่คือ ‘Low-energy dressing’ กระแสที่กำลังบอกเราว่า การแต่งตัวให้ไม่รู้สึกเหนื่อย ความสบายใจอย่างหนึ่งของคนยุคนี้
ท่ามกลางการพยากรณ์เทรนด์แฟชั่นในปี 2026 ของหลายๆ คน ทำให้เราตื่นตาตื่นใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นแพทเทิรน์ลายกวางดาว สีสันสดใส รายละเอียดการจับเดรป ที่จะมาสร้างสีสันให้กับตู้เสื้อผ้าในปีนี้ แต่ท่ามกลางเทรนด์ที่ดูสนุกสนาน ในอีกด้านการแต่งตัวแบบเบสิกเรียบง่ายอย่าง ‘Low-energy dressing’ หรือการแต่งตัวด้วยเอเนอร์จี้ต่ำ หรือพูดง่ายๆ ว่าไม่ต้องคิดเยอะหรือใช้เอเนอร์จี้ไปกับการแต่งตัวจนเหนื่อย เลยเลือกที่จะเน้นไปที่ความชิลๆ สบายๆ ก็เป็นกระแสที่มาแน่ๆ ในปีนี้เช่นกัน
ลองจินตนาการถึงลุค model of duty ของเหล่านางแบบทั้งหลาย หรือลุควันพักผ่อนไร้เมคอัพของสาว ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ซึ่งภายใต้ความมินิมัลยังซ่อนเรื่องราวทางจิตวิทยาที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า เพราะนัยของ Low-energy dressing มันคือความอยากอยู่นิ่งๆ แต่งตัวสบายๆ แบบไม่ต้องใช้พลังงาน ในวันที่โลกเต็มไปด้วยสิ่งเร้า เราจึงอยากจะมีสติเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับจิตใจในวันนั้นๆ นักจิตวิทยาด้านแฟชั่น Dr. Dion Terrelonge ชี้ว่า การเคลื่อนไหวนี้เป็นเรื่องของการเอาตัวรอดมากกว่าการแต่งตัว ในยุคที่ความล้าจากอัลกอริทึมกำลังเพิ่มสูงขึ้น
“ส่วนหนึ่งของความน่าดึงดูดของการแต่งตัวแบบ low-energy อยู่ที่วิธีที่เรามองมัน เพราะในเชิงวัฒนธรรม ‘ความเรียบง่าย’ ก็สื่อถึงความมั่นใจนะ”
“เพราะทุกวันนี้ชีวิตมันดูดพลังแบบสุดๆ” เธออธิบาย “ด้วยวัฏจักรข่าวสาร 24 ชั่วโมง โซเชียลมีเดีย และโทรศัพท์ที่เปิดตลอดเวลา เราไม่มีปุ่มปิดอะไรเลย แค่ประมวลเหตุการณ์การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมที่ถาโถมเข้ามาก็ใช้พลังทางอารมณ์มากแล้ว แล้วยังต้องใช้ชีวิตประจำวันต่อไปอีก การแต่งตัวแบบ low-energy จึงให้ความรู้สึกเรียบง่ายและมั่นคง” หรืออาจจะอธิบายได้ว่า โลกมันเหนื่อยแล้ว บางทีการไม่เหนื่อยไปกับการแต่งตัว ก็เป็นการหลีกหนีจากความวุ่นวาย หรือวิธีการพักผ่อนในรูปแบบหนึ่งเช่นกัน
นักวิเคราะห์หลายคนบอกว่า low-energy dressing เป็นการโต้กลับความเหนื่อยล้าจากกระแสแฟชั่น และ นักจิตวิทยา Dr.Dion ก็เห็นความเชื่อมโยงนั้น “เราโดนบอกทุกสัปดาห์ว่านี่คือ ‘เทรนด์ใหญ่อันต่อไป’” เธอกล่าว “แต่เมื่อเทรนด์นั้นๆ หายไปในเวลาไม่กี่วัน มันก็ไร้ความหมาย ผู้คนก็เริ่มเลิกเล่นเกมนี้ไปเลย” พร้อมเสริมว่า “เมื่อใครสักคนแต่งตัวเรียบๆ มันสื่อถึงความเด็ดขาด มันอ่านได้ว่าคุณรู้จักตัวเองดี ชุดที่ดูซับซ้อนเกินไปอาจดูเหมือนความไม่มั่นใจ และการไม่พยายาม impress ใคร ก็ทำให้ดูมั่นคงปลอดภัยดี”
ถึงอย่างนั้น Shakaila Forbes-Bell นักจิตวิทยาแฟชั่นและผู้เขียน Big Dress Energy เชื่อว่าความจริงสลับซับซ้อนกว่านั้น “ฉันไม่คิดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากความล้าเรื่องเทรนด์” เธอบอก “มันสะท้อนความสุขที่ลดลงในวงกว้าง ผู้คนออกไปข้างน้อยลง เชื่อมต่อกับคนอื่นน้อยลง และรู้สึกมีชีวิตชีวาน้อยลง ความถดถอยทางอารมณ์นั้นจึงสะท้อนออกมาบนเสื้อผ้า”
เธอเสริมว่าอิทธิพลของ ‘Quiet luxury’ ก็เปลี่ยนภาพจำในสายตาเราไปด้วย “มินิมัลลิสม์ถูกเชื่อมโยงเข้ากับความมั่งคั่ง เสื้อผ้าสีสดและชุดปาร์ตี้ถูกโยงกับแฟชั่นฟาสต์ที่คุณภาพต่ำ ดังนั้น ความเรียบง่ายจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา แม้เสื้อผ้าชิ้นนั้นจะเป็นฟาสต์แฟชั่นก็ตาม”
ทั้งนี้ก็ใช่ว่าเราจะมีสิทธิ์ตัดสินใครจากเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ว่าใครดีกว่าใคร แต่งเยอะหรือแต่งน้อยนั้นดูมีเทสกว่า เพราะสุดท้าย การแต่งตัวนั้นๆ ก็ควรเริ่มจาก ‘ความสบายใจ’ ถ้าบางคนสบายใจกับการแต่งตัวเยอะ ก็แต่งต่อไปได้เลย แต่ถ้าบางคนเหนื่อยกับการแต่งตัวเยอะ แล้วอยากหันกลับสู่ความเรียบง่าย เทรนด์นี้ก็นับว่าตอบโจทย์เลยทีเดียว
ในโลกโซเชียลฯ ตอนนี้เองก็ยกระดับ ‘ความดูสบายๆ’ ให้กลายเป็น aesthetics แฟชั่นอีกสายหนึ่ง ที่เป็นการแสดงความสวยแบบไม่ต้องพยายามอะไรมาก ทำให้ลุคเรียบง่ายแบบนี้ลดการถูกตัดสินโดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และไอเดียของการปลดล็อกพื้นที่สมองให้มีพื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์และการกระทำทรงประสิทธิภาพ แถมยังช่วยลดความเครียดในการซื้อเสื้อผ้าอีกเช่นกัน
สุดท้ายแล้วการแต่งตัวก็เป็นเครื่องมือในประจำวันที่เสริมสร้างความมั่นใจและความสุขของเราได้ ซึ่งก็อาจจะมีบางวันที่เราขี้เกียดหรือยุ่งจนงานล้นมือไม่มีเวลาให้คิดชุดสำหรับวันนั้น การเลือกแต่ง Low-energy dressing ในบางวันก็เป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยปล่อยใจให้ได้รีแลกซ์บ้างก็ดี
อ้างอิง
https://www.harpersbazaar.com/uk/fashion/a69871333/low-energy-dressing-good-for-wellbeing/
บทความที่เกี่ยวข้อง
- iPolish เล็บปลอมอะคริลิกอัจฉริยะที่เปลี่ยนสีเล็บได้ใน 5 วิ ด้วยระบบดิจิทัล มีให้เลือกกว่า 400 สี เช้าสีหนึ่ง บ่ายสีหนึ่ง เย็นสีหนึ่ง เปลี่ยนไปเลยจนกว่าจะพอใจ โดยไม่ต้องทาใหม่!
- CAKE PICNIC เทรนด์สุดป๊อปจากอเมริกา อีเวนท์ที่ต้องถือเค้กมาคนละก้อนเพื่อเข้างาน แล้วตะลุยชิมเค้กของกันและกันแบบฟรีสไตล์
- นิสัย ‘ผู้หญิง’ คงไม่วายประสาทแ*ก และตบตีกันเรื่องผู้ชาย? (ประชดจ้า!) ‘The Housemaid’ หนังหักมุมจิกกัดมุมมองเหยียดเพศที่บางคนมีต่อมนุษย์ ‘เพศหญิง’ ว่าพวกเธอก็ “เป็นแบบนั้นแหละ” ก่อนพาแหกโค้งแล้วถามกลับว่า ที่ตัดสินกันเนี่ย แน่ใจเหรอว่ารู้จักกันดีพอ?
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com