โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอ เตือน น้ำตาลไม่สูง แต่เสี่ยงมะเร็ง เพราะพฤติกรรมแบบนี้ เช็กเลยมีอะไรบ้าง

Khaosod

อัพเดต 15 ม.ค. เวลา 04.43 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. เวลา 04.43 น.
หมอ เตือน น้ำตาลไม่สูง แต่เสี่ยงมะเร็ง เพราะพฤติกรรมแบบนี้ เช็กเลยมีอะไรบ้าง

หมอเจด เผย น้ำตาลไม่สูง แต่เสี่ยงมะเร็ง เพราะพฤติกรรมแบบนี้ เช็กเลยมีอะไรบ้าง หลายคนทำประจำ แนะวิธีตัดวงจรเสี่ยงมะเร็งแบบง่าย ๆ ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็ง โดยระบุว่า น้ำตาลไม่สูง แต่เสี่ยงมะเร็ง เพราะพฤติกรรมนี้!

หลายคนตรวจสุขภาพแล้วโล่งใจ เพราะค่าน้ำตาลปกติ ไม่ได้เป็นเบาหวาน น้ำหนักก็ไม่ได้ขึ้นมาก เลยคิดว่าร่างกายยังโอเค แต่ความจริงคือ “มะเร็งจำนวนมาก ไม่ได้เริ่มจากน้ำตาลสูงอย่างเดียว” แต่อยู่ที่พฤติกรรมบางอย่างที่กระตุ้นการอักเสบ ฮอร์โมน และภูมิคุ้มกันแบบเงียบ ๆ โดยที่ผลเลือดยังดูดีอยู่ มาดูกันครับว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้างที่หลายคนทำเป็นประจำ แต่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งโดยไม่รู้ตัว

1.กินบ่อยทั้งวัน แต่ไม่เคยปล่อยให้ร่างกายได้พัก ถึงน้ำตาลจะไม่สูง แต่การกินจุบจิบทั้งวัน ทำให้อินซูลินถูกกระตุ้นตลอดเวลา ร่างกายไม่มีช่วงซ่อมแซมเซลล์แบบจริงจัง ระบบ autophagy ที่ช่วยกำจัดเซลล์ผิดปกติทำงานได้น้อยลง เซลล์ที่เริ่มผิดปกติจึงมีโอกาสรอดและพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้ง่ายขึ้นครับ

2.ลำไส้อักเสบเรื้อรัง จากอาหารเดิม ๆ ซ้ำทุกวัน อาหารแปรรูป ของทอด ไส้กรอก แฮม เบคอน หรืออาหารที่มีกากใยน้อย ทำให้ลำไส้อักเสบแบบเงียบ ๆ แม้น้ำตาลจะปกติ แต่สารอักเสบจากลำไส้สามารถเข้าสู่กระแสเลือด กระตุ้นการกลายพันธุ์ของเซลล์ และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ ตับ และเต้านมได้ครับ

3.นอนดึก พักผ่อนไม่พอ เป็นนิสัย การนอนน้อยทำให้เมลาโทนินลดลง ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้ไม่ใช่แค่ช่วยให้นอนหลับ แต่มีบทบาทต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง นอนดึกบ่อย ๆ แม้น้ำตาลไม่สูง ก็เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิดแบบไม่รู้ตัวครับ

4.ความเครียดเรื้อรัง แต่คิดว่า “เราไหว” ความเครียดทำให้คอร์ติซอลสูงต่อเนื่อง ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแรงลง เซลล์ผิดปกติถูกกำจัดได้น้อยลง แถมยังเพิ่มการอักเสบในร่างกาย แม้ผลเลือดทั่วไปจะปกติ แต่ภายในกำลังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดมะเร็งครับ

5.ขาดสารอาหารที่ช่วยซ่อมแซม DNA หลายคนกินอิ่ม แต่ขาดสารอาหารสำคัญ เช่น ไฟเบอร์ สารต้านอนุมูลอิสระ โฟเลต วิตามิน D และโอเมก้า 3 สารเหล่านี้มีหน้าที่ช่วยซ่อมแซมความเสียหายของ DNA และควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ ถ้าขาดต่อเนื่อง ความเสี่ยงมะเร็งจะเพิ่ม แม้น้ำตาลจะยังไม่สูงก็ตามครับ

วิธีตัดวงจรเสี่ยงมะเร็งแบบง่าย ๆ ที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน แค่ปรับ 3 หลักนี้ให้ร่างกายเราได้ “พัก–ซ่อม–รีเซ็ต” กลไกป้องกันมะเร็งจะค่อย ๆ กลับมาทำงานดีขึ้นเองครับ

1.เว้นช่วงให้ร่างกายได้พักอินซูลินทุกวัน พยายามจัดมื้อให้ชัด ลดการกินจุกจิกทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงก่อนนอน เว้นช่วงไม่กินอย่างน้อย 12–14 ชั่วโมงต่อวัน จะช่วยลดการหลั่งอินซูลินต่อเนื่อง ลดการอักเสบ และเปิดโหมดซ่อมแซมเซลล์ที่ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งได้จริง

2.ลดพุง ลดไขมันพอกตับ โดยไม่ต้องโฟกัสที่น้ำหนัก แค่เดินเร็ววันละ 20–30 นาที คุมแป้งขัดขาว น้ำหวาน และแอลกอฮอล์ จะช่วยลดไขมันอันตรายรอบอวัยวะภายใน ไขมันพวกนี้คือต้นตอของสารอักเสบที่ไปกดภูมิคุ้มกันและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งโดยตรงครับ

3.นอนให้ตรงจังหวะมากกว่านอนให้ครบชั่วโมง พยายามเข้านอนก่อนเที่ยงคืนอย่างสม่ำเสมอ แม้นอนไม่ได้นานมาก แต่จะช่วยให้เมลาโทนิน ฮอร์โมนต้านการอักเสบ และระบบซ่อมแซม DNA ทำงานเต็มที่กว่าการนอนดึกแล้วชดเชยตอนเช้าครับ

"จริง ๆ แล้วน้ำตาลไม่สูง ≠ ปลอดภัยจากมะเร็งเสมอไปครับ เพราะต้นตอจริง ๆ คือ การอักเสบเรื้อรัง ลำไส้เสียสมดุล ความเครียด และการพักผ่อนไม่พอ ถ้าอยากลดความเสี่ยงมะเร็ง ต้องดูทั้ง “พฤติกรรมทั้งวัน” ไม่ใช่แค่ตัวเลขน้ำตาลในผลเลือดครับ" นพ.เจษฎ์ กล่าว

ที่มา หมอเจด เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์ วันที่ 15 ม.ค. 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอ เตือน น้ำตาลไม่สูง แต่เสี่ยงมะเร็ง เพราะพฤติกรรมแบบนี้ เช็กเลยมีอะไรบ้าง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...