“อนุทิน” ค้านกลางวง หลังเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตแค่ 80,000 บาท เหตุเครนถล่มทับรถไฟ
“อนุทิน” ค้านกลางวง หลังเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตแค่ 80,000 บาท เหตุเครนถล่มทับรถไฟ ทำผู้โดยสารตาย 32 ราย มองเหมือนตบหน้านายกฯ-ญาติคนเสียชีวิต - หวัง ประธานบอร์ดการรถไฟฯ เรียกถกหารือเพิ่มเงินเยียวยา ขั้นต่ำ 7 หลัก - ด้าน ตัวแทนอิตาเลียนไทยฯ ขอโทษทำเดือนร้อน รับเกิดความผิดพลาดจริง
วันที่ 14 ม.ค. 2569 ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เครนก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงหล่นทับรถไฟขบวนที่ 21 เส้นทาง สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย และเร่งค้นหาอีก 3 ราย รวมถึงมีผู้บาดเจ็บอีก 66 ราย
โดยทันทีที่นายอนุทิน มาถึงได้ฟังรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งรักษาราชการแทนผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการจุงหวัดนครราชสีมา จากนั้นได้เดินมาทักทายญาติของผู้เสียชีวิตซึ่งได้มีการพูดคุยสอบถามและให้กำลังใจ ก่อนจะเดินไปที่บริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อดูความเสียหายทั้งหมด
นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 09.30 น. โดยเครนที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงได้หล่นลงมาทับรถไฟโดยสาร รถด่วนพิเศษดีเซลราง ซึ่งเดินทางจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ จะเดินทางไปที่สถานีอุบลราชธานี ทำให้ผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถ 208 คน ซึ่งตรวจสอบแล้วมีผู้โดยสารลงระหว่างทาง 37 คน เหลืออยู่บนรถ 171 คน และมีผู้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ 70 คน โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ส่งกลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือ 66 คน ได้รับบาดเจ็บและอยู่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล รวมถึงมีผู้เสียชีวิตที่พบแล้ว 32 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหา 3 คน โดยอัปเดตข้อมูลเวลา 17.30 น.
ทั้งนี้ จังหวัดนครนครราชสีมาได้บัญชาการเหตุการณ์โดยยึดความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติเป็นลำดับแรก และดูแลผู้บาดเจ็บให้ได้รับความปลอดภัยส่งไปถึงโรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ โรงพยาบาลสีคิ้ว สูงเนิน กรุงเทพปากช่องและโรงพยาบาลมหาราช ซึ่งคณะแพทย์ของจังหวัดนครราชสีมาก็ดูแลผู้บาดเจ็บเป็นอย่างดี สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 32 รายก็อยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์และจะมีการดูแลในส่วนของการส่งกลับอย่างภูมิลำเนาต่อไป โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยก็จะรับภารกิจดังกล่าวไป และทางจังหวัดนครราชสีมาได้ตั้งศูนย์ในการประสานงานอยู่ที่โรงพยาบาลสีคิ้ว ในกรณีที่ประชาชนเสียชีวิต และศูนย์ประสานงานที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เพื่อประสานงานกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตจะติดต่อในด้านสวัสดิการต่างๆ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น รวมทั้งกู้ภัย อาสาต่างๆ ได้ลงมาทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง
ในส่วนของผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้าง เปิดเผยว่า จากสาเหตุเบื้องต้นที่ได้สอบถามผู้ปฏิบัติหน้างาน พบว่าตัวรับน้ำหนักเกิดการทรุดตัวผิดรูป จนทำให้ตัว Support หล่นลงมาจากตอหม้อและประจวบกับขบวนรถไฟผ่านมาพอดี จึงทำให้หล่นมาโดนขบวนรถไฟบริเวณตู้ที่สองตรงกลาง ส่วนตู้ที่หนึ่งไม่ได้รับความเสียหาย และตู้ที่ได้รับความเสียหายหนักคือตู้ที่สองและตู้ที่สาม เบื้องต้นเราคงต้องรื้อตัวโบกี้รถไฟที่ขวางทางออก และค้นหาร่างที่ยังหายอยู่อีก 3 ร่าง หลังจากนั้นก็จะต้องเริ่มฟื้นฟูสภาพทางและจะพยายามปลดชิ้นส่วนเครนที่ห้อยที่เป็นอันตรายลงมาก่อน เพื่อวางแผนการทำงานต่อไป เพราะเครนตัวนี้หนักรวมประมาณ 400 กว่าตัน คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ก็จะเอาเครนเหล่านั้นลงมาทั้งหมดได้
ด้าน นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อสอบสวนหาสาเหตุ และจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทางวิศวกรควบคุมงาน รวมถึงจะเชิญสภาอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมสืบสวน คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 15 วัน
ส่วนกรณีที่มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ทางการรถไฟได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลสีคิ้ว และให้เจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่โรงพยาบาล ในการติดต่อญาติที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้ความช่วยเหลือต่างๆ ในการอำนวยความสะดวกผู้ที่สามารถที่จะเดินทางกลับบ้านได้ และผู้ที่พักฟื้นอยู่โรงพยาบาล พร้อมกับเจ้าหน้าที่แพทย์ของทางรถไฟในกรณีที่ผู้ได้รับบาดเจ็บต้องการจะย้ายโรงพยาบาล เรามีหน่วยแพทย์ของเรามาประสานงานกับโรงพยาบาลสีคิ้ว สพหรับผู้ที่เสียชีวิต ทางการรถไฟก็ดำเนินการในส่วนของการเยียวยาค่าปลงศพรายละ 40,000 บาท และเตรียมสมทบอีก 40,000 บาทเป็น 80,000 บาท นอกจากนี้ทางโครงการ โดยบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างก็มีการประกันภัยโครงการเบื้องต้นวงเงินประกันภัยอยู่ที่ 50,000,000 บาท ก็กำลังดำเนินการประสานงานกับทางผู้รับจ้าง เพื่อให้เร่งดำเนินการเยียวยาผู้บาดเจ็บ
ต่อมา นายอนุทิน ได้สอบถามว่า 50 ล้านบาทจะเฉพาะผู้เสียหายใช่หรือไม่ และจะจำแนกได้อย่างไรคนเสียชีวิตว่าต้องชดใช้ได้เท่าไหร่
ทาฃด้านตัวแทน คปภ. ระบุว่า อาจจะต้องพิสูจน์อีกครั้งนึง แต่เบื้องต้นจะชดใช้รายละ 150,000 บาทก่อน
ด้าน นายอนุทิน จึงกล่าวว่า ตนมองว่าไม่ได้หรอก ต้องเป็นหลักล้าน ไม่ต้องชี้แจงว่าเขาจะได้เท่าไหร่ แต่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องรีบประชุมบอร์ดและกำหนดเลยว่าจะเยียวยาอย่างไร เพราะนี่เป็นรัฐวิสาหกิจก็ต้องดูว่าผู้โดยสารมาใช้บริการสาธารณะของเรา แล้วเราคุ้มครองความปลอดภัยเขาไม่ได้ รายละ 40,000 บาทเป็นไปไม่ได้หรอก เติม 0 ไปอีกตัวก็ยังไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีต้องสั่งการให้ประชุมบอร์ดและเยียวยาเพิ่มเติม ส่วนการรถไฟจะไปไล่เบี้ยกับบริษัทประกันหรือผู้รับจ้างก็ว่ากันไป แต่ตนมองว่าหากจะให้รายละ 40,000 บาท + อีก 40,000 รวม 80,000 บาท ก็เป็นไปไม่ได้ ใครเป็นญาติก็ไม่ยอม และไม่มีเบื้องต้นเบื้องท้าย คนตายไป 32 คน มันไม่มีเบื้องต้นว่าเขาควรจะได้เท่าไหร่ ส่วนจะสืบสวนสอบสวนอย่างไรเขาก็ตายแล้ว มองว่าไม่ใช่เบื้องต้น
นายวิเชียร รุ่งรุจิรัตน์ รองประธานบริหาร กลุ่มงานถนนและสะพาน กลุ่มที่ 2 ของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD พูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ต้องยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น ถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ และต้องขออภัยทุกท่านที่สร้างปัญหา ทำให้ทุกท่านต้องเดือดร้อน ขออภัยผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกท่าน และผู้บาดเจ็บ โดยเฉพาะการรถไฟแห่งประเทศไทยที่เป็นผู้ว่าจ้าง สิ่งที่เราจะทำต่อจากนี้ไปที่สำคัญอันดับหนึ่งคือต้องรีพาวเวอร์สถานที่ให้การรถไฟกลับมาวิ่งได้แล้วเปิดใช้งานโดยเร็วที่สุด ส่วนการเยียวยาจำเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกคน ผู้เคราะห์ร้ายและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ นี่คือการแสดงความรับผิดชอบของบริษัท โดยที่บริษัทเราก็มีประกันอยู่ อะไรที่เกินเลยจากการดูแลของประกันภัย บริษัทจะรับดูแล โดยแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ และขอแสดงความเสียใจ ขอโทษผู้ได้รับผลกระทบ ผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน ญาติมิตรของผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน ตนก็กล่าวได้เพียงเท่านี้ ยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น เราจะทำให้ดีที่สุดในเรื่องของการเยียวยา เพื่อแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าว่าภายใน 3 วัน จะสามารถเปิดใช้งานได้เหมือนเดิม โดยจะทำงานเต็มทั้ง 24 ชั่วโมง เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
เมื่อถามถึงการกำชับในเรื่องของเงินเยียวยาเพิ่มเติม นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ตนเชื่อว่าคนหน่วยงานที่รับผิดชอบยังไม่เคยเจอแบบนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเจออุบัติเหตุในงาน ยังไม่ส่งมอบงาน หรือยังไม่มีการให้บริการ แต่จุดนี้โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน สร้างคร่อมทางรถไฟที่เป็นปกติของเรา ตนรู้สึกว่าทำไมต้องลงมาเวลาที่รถไฟวิ่งผ่าน เขาอาจคิดว่านี่เป็นอุบัติเหตุจากการทำงาน แต่ตนมองว่าไม่ใช่และการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการกับประชาชนที่เดินทาง เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบไม่ใช่แค่ 40,000 + 40,000 และมีจากบริษัทประกันภัยด้วย ซึ่งตนก็ต้องไปดูว่าปกติหากมีการเสียชีวิตโดยเป็นความบกพร่องของรัฐก็จะมีการเยียวยาโดยรัฐ ขนาดน้ำท่วมเรายังเยียวยา แต่นี่ประชาชนมาใช้บริการ รฟท. แม้จะเป็นรัฐวิสาหกิจ ก็คือนิติบุคคลหนึ่ง ที่หากผู้โดยสารเป็นอะไรไป บริษัทนั้นก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตนได้บอกกับประธานบอร์ดของการรถไฟไปแล้วว่าอย่างน้อยก็ต้องเยียวยา 7 หลัก
เมื่อถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองของบริษัทเดิม จะมีการดำเนินอย่างไรหลังจากนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน อย่างกรณีนี้ผู้รับจ้างก็เกี่ยวข้องกับกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่มลงมา กรณีทางด่วนพระราม 2 และกำลังจะมีการประมูลงานรวมถึงลงนามในสัญญาอีกหลายโครงการ รวมถึงมหาวิทยาลัยมหิดล และของรามาอีกกว่าหมื่นบาท ตนก็ได้บอกอธิบดีกรมบัญชีกลางแล้ว และเขาก็ตอบกลับมาว่ากำลังประกาศใช้วิธีการการจะลดขั้น ซึ่งส่วนนี้ต้องแก้กฎหมาย เพราะอำนาจในการขึ้นบัญชีดำ สั่งหยุดงาน หรือสั่งห้ามประมูล หน่วยงานไม่มีเลย กรมทางหลวงก็ไม่มี เหมือนใครทำสะพานขาดก็รับผิดชอบไปตามสัญญา รับผิดชอบค่าปรับในส่วนของทรัพย์สินที่เสียหาย และจ่ายค่าทำขวัญให้กับผู้เสียชีวิต กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจหน่วยงาน กรมบัญชีกลางก็ได้แต่เป็นผู้กำกับดูแลว่าหากล่าช้าเกินกี่วันถึงจะลดชั้นได้ เพราะฉะนั้นตนเชื่อว่ากฎหมายการควบคุมงานก่อสร้างตอนนี้เป็นปัญหาแน่นอน ก็ต้องแก้กฎหมายซึ่งต้องใช้สภาผู้แทนราษฎร ตอนนี้ประเทศไทยกำลังพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และจำไม่ใช่แค่การสร้างถนน แต่สร้างทางยกระดับ ทางใต้ดิน ตนจึงมองว่าควรต้องแก้กฎหมาย
เมื่อถามถึงกรณีในวงประชุมที่ทางนายกรัฐมนตรีทำท่าทีเหมือนไม่พอใจกับจำนวนตัวเลขที่จะเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบาดเจ็บ นายอนุทิน ระบุว่า แน่นอน ไม่ต้องไปนับว่าญาติเขาไม่พอใจหรือไม่ เราฟังยังรู้สึกหงุดหงิด เป็นไปได้อย่างไรที่จะได้รายละ 40,000 บาท ลูกค้าของเรามาเสียชีวิตในการให้บริการของเรา ซึ่งจริงๆแล้วตีราคาไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นต้องดำเนินการเยียวยา และต้องชดใช้ทุกอย่างทั้งค่าเสียหายและอนาคตของพวกเขา ตนก็ทำได้แค่ให้นโยบายกับประธานกรรมการการรถไฟฯ เพราะตนสั่งไม่ได้ หากสั่งได้ตนก็เต็มที่ และตอนนี้ก็เป็นรัฐบาลรักษาการอีกต้องรอการเลือก ซึ่งตนก็หวังว่าเค้าจะเชื่อแนวทางของตน เพราะเรื่องนี้อย่าไปเปรียบเทียบว่าเป็นอุบัติเหตุจากการก่อสร้าง เพราะมีบุคคลที่สามที่เป็นประชาชนสัญจรไปมา อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานของรัฐ ตนก็ติดตามอย่างเต็มที่
เมื่อถามต่อว่าจะต้องมีการพิสูจน์หรือไม่ว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า สาเหตุก็คือก่อสร้างไม่ดี ก่อสร้างผิดยังไงก็ผิด เพราะกว่าจะมาก่อสร้างในระดับนี้ได้ก็ต้องมีขั้นตอน และวิธีการในการคำนวณ ของพวกนี้ไม่ต้องพิสูจน์ ผิดอยู่แล้ว มิฉะนั้นหากบอกว่าพิสูจน์ไม่ได้เราก็ต้องเดินเท้าอยู่ตลอดไปแบบนี้ไม่ได้เลย ซึ่งจริงๆการพิสูจน์ก็ต้องทำอยู่แล้ว คือทางการรถไฟก็ต้องแจ้งความ ประชาชนก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับจ้าง ซึ่งเรื่องนี้ต้องโดนอยู่แล้วไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม และทางตำรวจก็จะมาสืบสวนสอบสวนขยายผลหาสาเหตุที่เกิดขึ้น ก็ต้องเจออยู่แล้วแหละวันนี้ก็รู้อยู่แล้วว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร ไม่ได้เกิดจากตอหม้อที่ทำเสร็จแล้วหล่นลงมา แต่เกิดขึ้นจากโครงสร้างที่เอาไว้ยกตอหม้อ ซึ่งก็ง่ายต่อการพิสูจน์แล้วว่าทำด้วยวัสดุที่ถูกต้องหรือไม่ คุณภาพถูกต้องหรือไม่ นี่ก็เป็นหลักวิศวกรรมที่สามารถพิสูจน์ได้
เมื่อถามว่าโดยปกติแล้วเมื่อมีการก่อสร้างด้านบนจะยังคงให้รถไฟสามารถวิ่งได้ตามปกติหรือไม่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ในช่วงที่รถวิ่งผ่านการทำงานจะต้องหยุดทั้งหมด แต่ครั้งนี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันซึ่งจะต้องตอบส่วนต่อไปว่าทำไมถึงไม่หยุดดำเนินงานในส่วนนี้ เพราะตามสัญญามีระบุไว้ว่าขณะที่มีรถผ่านจะต้องหยุดงาน
เมื่อถามถึงช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่อุโมงค์ถล่ม ก็มีข้อมูลอยู่แล้ว แต่กลับเกิดเหตุซ้ำ เพราะสั่งการอะไรไม่ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าสั่งการอะไรไม่ได้ แต่ตนฟังมาแล้วว่ารายละ 40,000 บาทนั้นไม่พอ ส่วนที่จะไปสั่งว่าให้จ่ายเท่าไหร่นั้นอำนาจของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีไม่มี แต่มีอำนาจในการบอกนโยบายว่าจะต้องให้การดูแลอย่างเต็มที่ และในฐานะเป็นรัฐบาลเนื่องจากตรงนี้เป็นการให้บริการสาธารณะ ระบบขนส่งมวลชนก็จะต้องรับผิดชอบชีวิตของผู้โดยสาร
นายอนุทิน กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เทียบกับเหตุการณ์อุโมงค์ถล่มก่อนหน้านี้ไม่ได้ เพราะครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 4 คน และเป็นคนงานซึ่งเค้าอยู่ในพื้นที่ติดของเขาไม่มีรถรถไฟวิ่งผ่าน แต่ครั้งนี้คนละเรื่องกันและหนักกว่าเยอะ ตอนนี้ก็ต้องดูแลผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ก่อน
เมื่อถามว่าจะมีการติดตามการเยียวยาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเชื่อว่า รมว.คมนาคม จะมีการสั่งการ ซึ่งมีหน้าที่ในการสั่งการและมอบนโยบายอยู่แล้ว อย่างน้อยตนในฐานะนายกรัฐมนตรีก็ปัดปากกาทิ้งเพราะไม่ยอม ไม่มีทางที่จะไปจ่าย 40,000 บาทต่อรายเด็ดขาด เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตบหน้าญาติ แต่เหมือนตบหน้าตนด้วย ซึ่งตนเข้าใจว่าตอนนี้สถานการณ์ยังวุ่นวายอยู่ แต่คืนนี้ประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องไปคิดเสนอบอร์ดการรถไฟในการเยียวยา ไม่ต้องมีวาระอื่นเอาแค่เรื่องเยียวยาจะมีการนำเสนออย่างไร ตนพูดได้แค่ว่าเท่าไหร่ก็ไม่พอ
เมื่อถามถึงการพูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิตในวันนี้ได้มีการพูดคุยหรือสื่อสารอะไรไปบ้าง นายอนุทิน ระบุว่า ก็แสดงความเสียใจ