บลจ.วรรณ ลุ้น หุ้นไทยทะยานแตะ 1,400
บลจ.วรรณ ระบุช่วงต้นปีนี้ จังหวะจับหุ้นโลก เผยปัจจัยต้องติดตามปีนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเติบโตของระบบนิเวศน์ AI มองเป้าหุ้นไทยปีนี้แตะ 1,400 จุด บนพื้นฐานทิศทางดอกเบี้ยหนุนสร้างสภาพคล่องในระบบ และเสถียรภาพทางการเมืองส่งความเชื่อมั่นตลาดทุน บนเงื่อนไขรัฐบาลเสียงข้างมาก แนะเสริมกองทุนทางเลือกหนทางสร้างสมดุลให้พอร์ตลดผันผวนช่วงกลางปีนี้ และจัดสรรเงินในกลุ่มหุ้นแร่หายาก
นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นโลกยังคงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี จากประมาณการกำไรของหุ้นยังเติบโต ซึ่งเกิดจากแรงขับเคลื่อนหลักจากเม็ดเงินลงทุนของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ที่มีการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
โดยมองว่า เศรษฐกิจของประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย มีการเติบโตที่โดดเด่นเช่นกัน และคาดว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของหุ้นในเอเชียแปซิฟิคในปีนี้ ในแง่มุมมองของระดับราคา หุ้นเทคโนโลยีในปัจจุบันมีค่า P/E ต่ำ หากเทียบกับค่า P/E ในช่วงวิกฤตฟองสบู่หุ้นเทคในปี 2000 ที่ผ่านมา
“ปัจจัยปีนี้ที่ต้องติดตาม คือ ตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่มีโอกาสเติบโตได้ดีจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และแรงส่งจากมาตรการทางการคลังจากประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ สหรัฐฯ, ยุโรป, จีน ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวสูง แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ปัจจัยเหล่านี้ มองว่า สามารถหนุนให้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นได้โดยเฉพาะในช่วงต้นปีนี้
โดยกองทุนที่แนะนำช่วงนี้ คือ
- ONE-ELITE11 ซึ่งลงทุนในหุ้นที่เป็น “ปัจจัยทั้ง 5” ที่ดีที่สุดของโลก จากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วขนาดใหญ่ที่มี Momentum โดดเด่นจาก 11 อุตสาหกรรมทั่วโลก คัดโดย Bloomberg บนดัชนี Bloomberg Global Industry Elite 55 ปัจจุบันมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีประมาณ 50%
- ONE-APACESG ลงทุนหุ้นเอเชียแปซิฟิกรวมญี่ปุ่น ที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน มีสัดส่วนหุ้นเทคฯ เอเชียราว 46%
- ONE-EUROEQ ลงทุนหุ้นยุโรปมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อจากบรรยากาศการลงทุนที่ดีหลังทำตลาดทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง รับแนวโน้มผลประกอบการปีนี้ที่โตแข็งแรง” นายพจน์กล่าว
นายพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสแตะ 1,400 จุด หลังการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นจากการเลือกตั้ง หากได้รัฐบาลเสียงข้างมาก ต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และระยะยาวอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินจังหวะในการลงทุน ทั้งนี้มองว่า การจับขั้วทางการเมืองหลังการเลือกตั้งทั่วไป ก.พ. นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเศรษฐและตลาดทุนไทยที่ต้องจับตา
“ตลาดหุ้นไทย มี Downside จำกัด และจะได้แรงหนุนพื้นฐานจาก Valuation ต่ำกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค (PE ratio 13 เท่า vs. ค่าเฉลี่ย 14 เท่าของตลาดเอเชียในภาพรวม) และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลโดดเด่นที่ราว 4% ทำให้ บลจ.วรรณ มองว่ากองทุน ONE-SETHD ที่เน้นคัดเลือกหุ้นไทยคุณภาพดีเชิงรุกที่มีการจ่ายปันผลสูงและสม่ำเสมอจากหุ้นบนดัชนี SETHD เป็นหลัก
ซึ่งปัจจุบันอัตราจ่ายเงินปันผลสูงสุดที่ 6.61% มากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทยในภาพรวม แม้ว่า เศรษฐกิจไทยไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำ แต่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในแง่มุมของต้นทุนที่ลดลงทำให้กองทุน ONE-SETHD เหมาะสมในการลงทุนช่วงนี้ทั้งในแง่ผลตอบแทนและความเสี่ยง” นายพจน์กล่าว
นอกจากนี้ นายพจน์กล่าวเสริมถึงการลงทุนทางเลือกว่า เพราะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มีโอกาสขยายวงกว้างหรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงให้มีความผันผวนเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการเลือกกลางเทอมสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นช่วงปลายปี ซึ่งมองว่า การลงทุนในทรัพย์สินทางเลือกจะเป็นการจัดสรรการลงทุนที่ดี เช่น ทองคำ หรือกลุ่มหุ้นแร่หายาก Rare Earth ที่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ปรับตัวขึ้น
ดังนั้น สำหรับสินทรัพย์ทางเลือก แนะนำจัดสรรเงินบางส่วนในทองคำและแร่หายาก อย่าง กองทุน ONE-RAREEARTH เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนช่วงเหตุการณ์โลกเปลี่ยนแปลง และแนะนำสับเปลี่ยนสินทรัพย์เสี่ยงมายังสินทรัพย์ทางเลือกอื่นที่มีความผันผวนต่ำและไม่เกี่ยวข้องกับตลาดอื่นๆ ในช่วงตลาดผันผวนกลางปีไปจนถึงก่อนการเลือกตั้งสหรัฐ (mid-term election) อาทิ กองทุน Life Settlement ซึ่งเป็นกองทุนภายใต้การบริหารของบลจ.วรรณ หรือ
ล่าสุด บลจ.วรรณ จะนำเสนอการลงทุนทางเลือกใหม่เพิ่มเติม เรียกว่า Litigation Finance คือ การลงทุนทางเลือกที่จัดหาเงินทุนให้แก่กระบวนการยุติธรรมและสร้างผลตอบแทนจากผลลัพธ์ของคดี โดยมองว่า ความโดดเด่นของผลตอบแทนจากการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือกที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกเหล่านี้สามารถพาพอร์ตการลงทุนผ่านความไม่แน่นอนในปี 2569 หรืออนาคตอันใกล้นี้ไปได้