โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฉ่ซิ้งมั่งคั่งอย่างเทพ ตำนาน ประวัติศาสตร์ และความหมาย สืบทอดรุ่นต่อรุ่น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 04.30 น.
สมชาย จิว

ผู้เขียน : สินนภา ดีเลิศพัฒนา ภาพ : เครือมติชน

ชื่อ “ไฉ่ซิ้ง” อาจฟังดูคุ้นหู สำหรับคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่การตั้งโต๊ะไหว้และการอัญเชิญเทพเจ้าแห่งทรัพย์สินกลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ไฉ่ซิ้งในฐานะ “เทพเจ้า” ที่ผู้คนรู้จักและบูชาอยู่ทุกวันนี้นั้น มีรากเหง้าและความหมายลึกซึ้งกว่าที่หลายคนเข้าใจอยู่มาก

“สมชาย จิว” ผู้เขียนหนังสือ “ไฉ่ซิ้ง มั่งคั่งอย่างเทพ” ที่ตีพิมพ์โดย “สำนักพิมพ์มติชน” ได้ชวนผู้อ่านร่วมออกเดินทางย้อนกลับไปสำรวจรากเหง้าของความเชื่อนี้ ทั้งเล่าเรื่องราวถึงจุดเริ่มต้นที่มาของหนังสือเล่มนี้ว่า “เป็นการตั้งคำถามกับชื่อที่คนไทยใช้เรียกเทพองค์นี้มาตลอด”

คำว่า “ไฉ่” ในภาษาจีนแปลว่าทรัพย์สินเงินทองไม่ใช่โชคลาภอย่างที่มักเข้าใจกัน ส่วน “ซิ้ง” หมายถึงเทพเจ้า ดังนั้นไฉ่ซิ้งจึงแปลได้ตรงตัวว่า “เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง” ซึ่งต่างจากเทพแห่งโชคลาภที่เน้นเรื่องดวงชะตาและความบังเอิญ

ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยในภาษาเป็นความแตกต่างที่สำคัญในแง่ความคิด เพราะความมั่งคั่งในแบบฉบับที่ไฉ่ซิ้งเป็นตัวแทนนั้นไม่ได้รอให้ฟ้าดลบันดาล แต่ต้องสร้างขึ้นด้วยคุณธรรมและความพากเพียร

ในบริบทของคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋วซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ คำว่าไฉ่ซิ้งจึงกลายเป็นชื่อที่ใช้กันแพร่หลาย แม้ในภาษาจีนกลางจะออกเสียงว่า “ไฉเสิน” ก็ตาม ผู้เขียนจึงเลือกใช้คำนี้เพื่อให้สอดคล้องกับรากเหง้าของชุมชนจีนในไทยที่ส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดจากจีนตอนใต้

หนึ่งในสิ่งที่หลายคนไม่รู้คือไฉ่ซิ้งไม่ได้มีเพียงองค์เดียว

สมชาย จิว เปรียบเปรยว่าโลกของไฉ่ซิ้งนั้นกว้างขวางราวกับจักรวาลมาร์เวล มีทั้งไฉ่ซิ้งองค์หลัก องค์รอง และที่เรียกว่า “ไฉ่ซิ้งเสมือน” คือเทพที่เกือบจะได้รับการยกย่องเป็นไฉ่ซิ้งแต่ยังไม่ใช่โดยสมบูรณ์

นอกจากนั้นยังมีไฉ่ซิ้งในสายพุทธ และสายที่ผู้เขียนเรียกว่า “สายดาร์ก” ซึ่งมีความเชื่อและบริบทแตกต่างออกไปอีก

ความหลากหลายนี้เป็นผลมาจากความกว้างใหญ่ของแผ่นดินจีน แต่ละภูมิภาคของจีนต่างมีประเพณีปลีกย่อยและเทพที่ตนนับถือในแบบของตัวเอง คนไทยเชื้อสายจีนซึ่งส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง หรือแคะ จึงมีวัฒนธรรมการบูชาที่แตกต่างไปจากจีนทางเหนืออย่างปักกิ่งพอสมควร

เขายกตัวอย่างเป็นประเพณีไหว้ไฉ่ซิ้งในวันที่ 5 ของเดือนแรก (ชิวโหงว) ที่คนไทยเชื้อสายจีนคุ้นเคยนั้น แตกต่างจากชาวปักกิ่งที่นิยมไหว้กันในวันที่ 2

คุณธรรมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการบูชา

คีย์หลักของหนังสือเล่มนี้คือการอธิบายว่าเทพแต่ละองค์ที่ชาวจีนยกย่องให้เป็นไฉ่ซิ้งนั้น ล้วนมีคุณธรรมเฉพาะตัวที่เป็นสาเหตุของการนับถือ ไม่ใช่เพียงเพราะบันดาลทรัพย์สินให้เท่านั้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ “กวนอู” ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นไฉ่ซิ้งปางบู๊ เพราะคุณธรรมเรื่องความซื่อสัตย์ที่พ่อค้าต้องการยึดถือทั้งต่อกันเองและต่อลูกค้า นอกจากนั้นยังมีตำนานในสมัยราชวงศ์ซ่งที่กวนอูปราบปีศาจที่สร้างความเดือดร้อนให้กับนาเกลือ ซึ่งในยุคนั้นเกลือมีค่าราวกับทองคำ

เมื่อตำนานนี้แพร่ออกไป บรรดาพ่อค้าเกลือจากมณฑลซานซีจึงพกรูปกวนอูติดตัวไปทุกที่ ทั้งเพื่อยึดมั่นในคุณธรรมและเพื่อความคุ้มครองระหว่างเดินทาง ทุกอย่างจึงมีเหตุและผลรองรับอยู่เสมอ

อีกองค์หนึ่งคือ “ปี่กัน” ไฉ่ซิ้งปางบุ๋นผู้เป็นตำนานเรื่องความซื่อตรงในสมัยราชวงศ์ซาง ปี่กันเป็นขุนนางตงฉินที่ถูกกลั่นแกล้งจนต้องควักหัวใจออกจากร่างกายของตนเอง แต่ด้วยยาวิเศษที่ได้รับมาก่อน จึงไม่ถึงแก่ความตาย และเลือกสละลาภยศออกจากราชวังไปในที่สุด

สมชาย จิว อธิบายเหตุที่ผู้คนบูชาท่านเป็นเทพแห่งทรัพย์สินด้วยเหตุผลที่ฟังดูชวนคิด คือ คนที่ไม่มีหัวใจย่อมไม่ลำเอียง ไม่เล่นพรรคเล่นพวก ซึ่งตรงกับคุณสมบัติที่พ่อค้าต้องการในการค้าขาย

เมื่อถามว่าไฉ่ซิ้งเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เขาตอบว่าต้องย้อนไปถึงโครงสร้างสังคมจีนโบราณ ในยุคขงจื๊อและยุคชุนชิวจั้นกั๋ว อาชีพพ่อค้าถูกจัดอยู่ในลำดับชั้นต่ำสุดของสังคม ลำดับชั้นในสมัยนั้นเรียงจากสูงไปต่ำ ได้แก่ ปัญญาชน ชาวนา ช่างฝีมือ และพ่อค้า

แม้แต่ขงจื๊อเองยังเคยบันทึกไว้ว่า “วิญญูชนเชิดชูคุณธรรม คนพาลมุ่งเน้นกำไร” เทพที่ชาวจีนนับถือในยุคนั้นจึงเป็นเทพเจ้าบ่อน้ำ เทพแห่งดิน และเทพแห่งฝน เพราะสิ่งเหล่านี้โยงตรงกับความมั่งคั่งของสังคมเกษตรกรรม

ไฉ่ซิ้งเริ่มปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในสมัยราชวงศ์ซ่ง เมื่อการค้าเริ่มรุ่งเรืองและพ่อค้าแม้จะถูกมองข้ามทางสังคม แต่กลับมีฐานะร่ำรวยจนขุนนางต้องเข้าหา เมื่อความมั่งคั่งได้รับการยอมรับมากขึ้น ผู้คนจึงต้องการสัญลักษณ์ทางจิตใจที่จะยึดเหนี่ยว

ไฉ่ซิ้งจึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการนั้น และด้วยแผ่นดินจีนที่กว้างใหญ่ เทพเจ้าต่าง ๆ ที่มีคุณธรรมเหมาะสมก็ถูกดึงมารวมอยู่ในกลุ่มของไฉ่ซิ้ง นับเป็นเทพที่มาทีหลังแต่โด่งดังกว่าเทพองค์อื่น ๆ เสียอีก

ประเพณีที่เพิ่งสร้าง กับศรัทธาที่มีรากเหง้า

สมชาย จิว ให้น้ำหนักมากกับประเด็นแตกต่างระหว่างประเพณีดั้งเดิมกับประเพณีที่เพิ่งสร้างขึ้นในยุคปัจจุบัน เขาชี้ให้เห็นว่าประเพณีตั้งโต๊ะไหว้ไฉ่ซิ้งพร้อมชุดเครื่องไหว้ครบชุด การกำหนดว่าเทพจะเสด็จมาจากทิศไหนและในเวลากี่โมง หรือการแก้ชงด้วยการปัด 12-13 ครั้ง ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่มีในวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมที่เติบโตมา

ความเชื่อเหล่านี้ส่วนหนึ่งถูกสร้างและขยายโดยผู้ที่ต้องการฉวยโอกาสทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขายชุดไหว้ราคาแพงหรือการสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงพิธีกรรม

เขาไม่ได้มองว่าการไหว้เหล่านั้นผิด แต่อยากให้ผู้คนไหว้ด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ไหว้เพราะกลัวหรือเพราะถูกชักนำโดยไม่รู้ที่มา

ส่วนปี่เซียะที่หลายคนเชื่อว่าต้องตั้งหน้าไฉ่ซิ้งนั้น

แท้จริงแล้วเป็นสัตว์มงคลโบราณที่มีอยู่ในวัฒนธรรมจีนมานานหลายพันปี พบได้ตั้งแต่ยุคราชวงศ์ฮั่น

แต่กระแสนิยมในยุคปัจจุบันส่วนหนึ่งมาจากการท่องเที่ยวและการตลาด ไม่ใช่พิธีกรรมดั้งเดิม

ใจความสำคัญที่ “สมชาย จิว” ต้องการฝากไว้กับท่านผู้อ่านนั้น ซ่อนอยู่ในเพลงจีนโบราณที่ว่า “30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฟัน”

เพราะความเชื่อเรื่องไฉ่ซิ้งไม่เคยบอกว่าการกราบไหว้เพียงอย่างเดียวจะทำให้มั่งคั่ง เทพแต่ละองค์ ล้วนเป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรมบางอย่างที่ผู้บูชาควรนำไปปฏิบัติในชีวิตจริง

ไม่ว่าจะเป็นความซื่อสัตย์ของกวนอู หรือความเที่ยงตรง ไม่ลำเอียงของปี่กัน ล้วนเป็นคุณสมบัติที่ผู้ประกอบการและพ่อค้า ต่างยึดถือเป็นแนวทาง ประมาณนี้

Talk & Tour

นอกจากการเสวนาภายในโรงเรียนเผยอิง ย่านทรงวาดที่กำลังอินเทรนด์แล้ว

ในวันเดียวกัน (วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569) ทาง “สำนักพิมพ์มติชน” ยังจัดกิจกรรม Talk & Tour โดยพาผู้ร่วมงานเดินเที่ยวแบบชิล ๆ

เพื่อสำรวจพื้นที่จริงในย่านใกล้เคียง อาทิ เยาวราช ทรงวาด และตลาดน้อย โดยมี “สมชาย จิว” และ “สมฤทธิ์ ลือชัย” เป็นไกด์ผู้นำทาง ให้ความรู้เรื่องราวระหว่างทาง

พร้อมกับเปิดโลกทำความรู้จักกับ “ไฉ่ซิ้ง” แบบเนื้อ ๆ เน้น ๆ

เพราะตำนานของเทพที่กล่าวถึง ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนหน้าหนังสือหรือบนเวทีเสวนาเท่านั้น

แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนทุกหมู่เหล่าได้ร่วมสัมผัสจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่กลุ่มชุมชนชาวจีนในกรุงเทพฯ ปักหมุดใช้ชีวิตสร้างครอบครัว แหล่งทำมาหากินมาตั้งแต่รุ่นบุกเบิกจนถึงรุ่นใหม่ในปัจจุบัน

เส้นทาง Tour ความรู้ เริ่มต้นที่ “ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง” ต้นถนนทรงวาด อายุ 201 ปี ที่ติดกับโรงเรียนเผยอิง โรงเรียนของเหล่าเจ้าสัวคนมีเงินในวัยเด็ก

ซึ่ง “สมชาย จิว” ได้ชี้ชวนให้ผู้ร่วมกิจกรรมสังเกตประวัติความเป็นมาและรู้จักกับ “เทพไฉ่ซิ้ง” ที่ประดิษฐาน
อยู่ภายในว่ามีองค์ใดบ้าง

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อ… ไปยัง “ศาลเจ้าพ่อม้า” และ “ศาลเจ้ากวนอู” ในบริเวณตลาดเก่าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ

ก่อนจะเดินทะลุผ่าน “ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ” เพื่อปิดท้ายกิจกรรมดี ๆ ของปีม้าทอง ณ วัดมังกรกมลาวาส หรือ
วัดเล่งเน่ยยี่

ที่ประดิษฐานของ “ไฉ่ซิ้งสายดาร์ก” ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในอย่างเงียบ ๆ ในวัดแห่งนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไฉ่ซิ้งมั่งคั่งอย่างเทพ ตำนาน ประวัติศาสตร์ และความหมาย สืบทอดรุ่นต่อรุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...