โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แม่ร่ำไห้ ลูก 5 เดือนดับปริศนา หลังนำไปฝากเลี้ยง แฉป้อนยาเด็กโต พิรุธเลือดออกจมูก

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 09.07 น.
ภาพไฮไลต์

แม่เลี้ยงเดี่ยวร่ำไห้ ร้อง “ปวีณา” ลูกสาว 5 เดือนดับปริศนา หลังนำไปจ้างเลี้ยงแบบกิน-นอน แฉพี่เลี้ยงป้อนยาเด็ก 2 ขวบ ก่อนมีอาการซึม พิรุธเลือดออกจมูก แพทย์คาดหยุดหายใจมา 2 ชม. ก่อนถึงโรงพยาบาล

วันที่ 10 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลอง7 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี น.ส.หวาน (นามสมมติ) แม่เลี้ยงเดี่ยวอายุ 37 ปี ทำงานพีอาร์ร้านอาหาร ร่ำไห้ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังจ้างคนเลี้ยงลูกวัย 5 เดือน ก่อนลูกเสียชีวิตปริศนา

โดย น.ส.หวาน เล่าว่า ได้เลิกรากับสามีตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน ต้องอดทนสู้ชีวิตมาคนเดียว เมื่อลูกสาวคลอดออกมาได้ 3 เดือน จึงได้ไปจ้างพี่เลี้ยงเด็กใกล้บ้านแบบกิน-นอน ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เดือนละ 6,500 บาท เพราะตัวเองต้องทำงานในช่วงกลางคืน โดยจะรับลูกกลับบ้านทุกวันเสาร์ ที่แม่หยุดงาน ซึ่งที่บ้านพี่เลี้ยงมีเด็กอยู่ประมาณ 7-8 คน ที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไร จนลูกอายุได้ 5 เดือน

ช่วงบ่ายของวันที่ 2 มี.ค.69 พี่เลี้ยงโทรมาบอกว่าลูกสาวมีอาการไอ จึงได้ป้อนยาแก้อักเสบ ซึ่งเป็นของลูกพี่เลี้ยงวัย 2 ขวบ ให้กินดักไว้ ตอนนี้เด็กหลับไม่ต้องห่วง แม่ยังถามกลับไปว่า ยาของเด็ก 2 ขวบ จะกินได้เหรอ พี่เลี้ยงบอกว่า“ไม่เป็นไร กินได้ ให้กินไม่เยอะ”

น.ส.หวาน เล่าต่อว่า จากนั้นวันที่ 3 มี.ค. ตนเข้าไปดูลูกที่บ้านพี่เลี้ยงเห็นลูกนอนคว่ำหลับอยู่ พี่เลี้ยงบอกน้องเล่นมากเพิ่งหลับไป แต่พออุ้มลูกขึ้นมา รู้สึกว่าลูกมีอาการอ่อนแรง สะลึมสะลือ ทางพี่เลี้ยงก็บอกว่า ลูกเพิ่งนอน จะไปอุ้มขึ้นมาทำไม อย่าไปกวนเลย แม่ก็รู้สึกว่าผิดปกติ เพราะทุกทีลูกจะร่าเริง ยิ้มและเล่นด้วย จึงนั่งอยู่กับลูกประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ลูกก็ไม่ตื่น ก่อนที่ตัวเองจะต้องไปทำงาน

และเช้าวันที่ 4 มี.ค. ด้วยความเป็นห่วงตนจึงรีบไปหาลูก พร้อมกับเอานมและแพมเพิร์สไปให้ แต่พี่เลี้ยงไม่อยู่บ้าน ทางแม่ของพี่เลี้ยงบอกว่าลูกหลับอยู่ข้างบน และบอกว่าอาการของน้องดีขึ้นแล้วไม่ต้องห่วง จากนั้นเวลาประมาณเกือบ 9 โมง แม่ของพี่เลี้ยงโทรมาหาแม่ด้วยน้ำเสียงตกใจพร้อมกับบอกว่า พี่เลี้ยงกำลังเอาน้องไปโรงพยาบาลเพราะมีเลือดออกที่จมูกเต็มเลย ตนตกใจมากรีบตามไปที่โรงพยาบาล พบลูกอยู่ในห้องฉุกเฉิน แพทย์กำลังปั๊มหัวใจประมาณ 40 นาที จากนั้นแพทย์บอกว่าไม่สามารถช่วยน้องได้แล้ว คิดว่าน้องหยุดหายใจมาตั้งแต่ก่อนถึงโรงพยาบาล ประมาณ 2 ชั่วโมง ทั้งที่บ้านอยู่ห่างจากโรงพยาบาล เดินทางเพียง 10 นาที ถ้ามาเร็วก็น่าจะปั๊มหัวใจขึ้นมาได้

น.ส.หวาน เผยต่อว่า ตนได้ถามพยาบาลว่าทำไมเป็นแบบนี้ น้องเลือดออกเยอะไหม พยาบาลบอกว่า ตอนลูกมาโรงพยาบาลไม่มีเลือด น่าจะถูกเช็ดตัวมาก่อนแล้ว และพี่เลี้ยงบอกกับแพทย์และพยาบาลว่า น้องมีปัญหาระบบหายใจ แม่จึงไปถามพี่เลี้ยง เขาก็ปฏิเสธว่าเด็กไม่มีเลือดออก ซึ่งพูดต่างจากแม่ของพี่เลี้ยงที่โทรมาตอนแรกบอกลูกมีเลือดออกจมูกเต็มเลย เมื่อแม่เห็นเสื้อพี่เลี้ยงเปื้อนเลือดจึงเค้นถาม พี่เลี้ยงก็ตอบอ้อมแอ้มยอมรับว่า มีเลือดออก แต่ออกนิดเดียว จากนั้นพี่เลี้ยงก็ถามย้ำว่า “จะเอาเรื่องพี่ไหม อย่าเอาเรื่องพี่นะ พี่ไม่ได้ทำอะไรเลย”

เบื้องต้นแพทย์ออกใบมรณบัตร ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาว “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” แต่แม่ติดใจสงสัยจึงได้ขอให้มีการชันสูตรศพ แพทย์ได้เก็บชิ้นเนื้อและเลือดของลูกสาวไว้ตรวจอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต คาดว่าจะทราบผลในอีกประมาณ 2 เดือน และแม่ได้เข้าแจ้งความไว้แล้วที่ สน.ราษฎร์บูรณะ วันที่ 4 มี.ค. ตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพี่เลี้ยงและเรียกคนในสถานรับเลี้ยงเด็กสอบปากคำ

จนถึงวันที่ 5 มี.ค. ตนได้เผาศพลูกสาวไป เพราะฐานะยากจน หากตั้งศพน้องไว้จะต้องเสียค่าใช้จ่าย ตอนนี้แม่ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องมาสูญเสียลูกไปจึงเดินทางมาขอความเป็นธรรมจากมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อช่วยหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของลูกสาวและติดตามคดีให้ด้วย

ด้าน นางปวีณา กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับคุณแม่ที่ต้องสูญเสียลูกน้อย หลังรับเรื่องได้ประสาน พ.ต.อ.วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ ทันที และจะประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เข้าไปตรวจสอบที่บ้านรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ เพื่อประกอบการสอบสวนดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพรุ่งนี้ 11 มี.ค. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาคุณแม่รายนี้ไปพบ พ.ต.อ.วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามคดีและให้ความเป็นธรรมกับแม่เลี้ยงเดี่ยวรายนี้ต่อไป

ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ ให้งบประมาณในการจัดตั้งศูนย์รับเลี้ยงเด็กขึ้นในชุมชน หรือในหน่วยราชการ บริษัทที่ทำงาน เพราะเข้าใจว่าแม่ลูกอ่อนต้องทำมาหากินจนไม่สามารถเลี้ยงลูกได้จึงต้องนำไปฝากเลี้ยง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งที่ต้องทำในเรื่องของความปลอดภัยและการดูแลเด็กที่ถูกต้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ร่ำไห้ ลูก 5 เดือนดับปริศนา หลังนำไปฝากเลี้ยง แฉป้อนยาเด็กโต พิรุธเลือดออกจมูก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...