ปูนซิเมนต์ไทย ลั่นมีเงินสดกว่า 50,000 ล้านบาท ชี้ต้องหยุดโรงงานระยองโอเลฟินส์ชั่วคราว เซ่นพิษ ตะวันออกกลาง เดือด
BTimes
อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 18.39 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 12.15 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizนายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “บริษัทฯ ติดตามและประเมินสถานการณ์ใน ตะวันออกกลาง ใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ การบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ และการรักษาวินัยทางการเงิน เพื่อรองรับความผันผวนที่เกิดขึ้น”
ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ การปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ มีความยืดเยื้อและไม่แน่นอน ทำให้แนฟทา (Naphtha) และโพรเพน (Propane) วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตของโรงงานโอเลฟินส์ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ บางส่วนไม่สามารถขนส่งมายังประเทศปลายทางตามแผน ดังนั้น เพื่อรับมือกับเหตุสุดวิสัยดังกล่าว จึงจำเป็นต้องหยุดเดินโรงงานบริษัทระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของเอสซีจี ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ เป็นการชั่วคราว โดย ROC ได้ประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ต่อคู่ค้าและลูกค้าตามสิทธิที่กำหนดไว้ในสัญญาที่เกี่ยวข้องแล้ว ในการหยุดโรงงาน ROC ดังกล่าว มีผลกระทบต่อต้นทุนประมาณ 150 ล้านบาทต่อเดือน เนื่องจาก ROC เป็นโรงงานที่มีประสิทธิภาพสูง (High Efficiency) ด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติในการดำเนินงาน (Automation & Digitization)
ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ ยังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน โดยคำนึงถึงลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นสำคัญ
นอกจากการหยุดเดินโรงงาน ROC ชั่วคราว โรงงานอื่นในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ รวมถึงธุรกิจอื่นของเอสซีจี ยังดำเนินการตามปกติ โดยปรับการดำเนินงานให้เข้ากับสถานการณ์อย่างทันท่วงที เช่น กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เดินหน้าเพิ่มการใช้พลังงานทางเลือกที่ไม่ใช่น้ำมันให้มากขึ้น เพื่อลดความผันผวนของแหล่งพลังงานและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
เอสซีจี มั่นใจว่าสถานะทางการเงินของบริษัทฯ ยังแข็งแกร่ง และมีเงินสดในมือเพียงพอหากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยในปี 2568 มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท
“เอสซีจี ยืนยันว่าธุรกิจอื่น ๆ ยังดำเนินงานปกติ โดยจะติดตามและประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด เพื่อปรับแผนการดำเนินงานให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นสำคัญ และหากมีความคืบหน้าสำคัญ บริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวปิดท้าย