โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ซีอีโอเทค’ ฝากการบ้านรัฐบาลใหม่ ไทยต้องไม่ตกรถ AI ขยับจากผู้ใช้เป็นผู้สร้าง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ม.ค. เวลา 09.02 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. เวลา 09.02 น.
พชร อารยะการกุล-ยอด ชินสุภัคกุล-จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์

ใคร ๆ ต่างก็ฝากความหวังไว้กับการเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ. 2569 เพราะเป็นตัวแปรสำคัญที่สัมพันธ์กับหน้าตาของ “รัฐบาลชุดใหม่” ผู้ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ขับเคลื่อนประเทศ และสร้างการเติบโตให้เห็นหนทางที่สว่างไสวกว่าเดิม

ในฝั่งของธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและดิจิทัล ยังมีอีกหลายสิ่งที่เป็นความท้าทายของอุตสาหกรรม เหล่าซีอีโอและผู้บริหาร “สายเทค” จึงฝากโจทย์ใหญ่ ๆ ถึงพรรคการเมืองผู้ออกแบบนโยบาย และว่าที่รัฐบาลชุดใหม่ร่วมหาทางออก เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ

ไทยต้องไม่ตกรถ AI

“ยอด ชินสุภัคกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า AI เป็นเทคโนโลยีกระแสหลัก และรากฐานของการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ประเทศที่ไม่มี AI เป็นของตนเอง หรือไม่อยู่ในซัพพลายเชนของ AI ที่มีทั้งพลังงาน ชิป ดาต้าเซ็นเตอร์ และการพัฒนาแอปพลิเคชั่น (Application Layer) จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนน้อยลง

ปัจจุบัน “ไทย” ยังอยู่ในเลเยอร์ของ “ผู้ใช้งาน” อย่างเดียว และเห็นโอกาสในการเป็น “ผู้สร้าง” น้อยมาก แน่นอนว่าสร้างโมเดลเองไม่ได้อยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้อยู่ในซัพพลายเชนอื่น ๆ เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มบิ๊กเทค ควรมีการสร้างเงื่อนไขให้บริษัทเหล่านั้นถ่ายทอดความรู้ เพื่อให้คนไทยสามารถใช้เทคโนโลยีต่อยอดเป็นบริการหรือแอปใหม่ ๆ

“การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทต่าง ๆ เป็น Commercial Reason คนใช้มาก ก็ต้องขยายเวิร์กโหลดเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น แต่ประเทศไทยได้อะไรจากสิ่งนี้ ถ้าจะให้การลงทุนเกิดประสิทธิภาพจริง ๆ ควรเป็นดีลแบบ Strategic Reason ที่มีข้อแลกเปลี่ยนไปถึงการจ้างงาน และทำให้ Local Workforce หรือแรงงานในประเทศเก่งขึ้นด้วย”

แนวทางสร้างฐานทัพเทค

“ยอด” พูดถึงแนวทางที่ทำให้ประเทศไทยเป็น“ฐานทัพ” ด้านเทคโนโลยีว่า นโยบายเกี่ยวกับ “Internationalization” ต้องมีความชัดเจน เช่น สนับสนุนให้ทาเลนต์ต่างชาติเข้ามาทำงานแบบ “Friendly” ไม่ใช่แค่วีซ่าระยะยาว หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่รวมถึง “กระบวนการ” ที่ต้องทำให้ง่ายและสะดวก

“ทุกวันนี้ C-Level ชาวต่างชาติของผมต้องไปรายงานตัว และต่ออายุวีซ่าทุกปี ไปแต่ละครั้งเสียค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย ๆ ถ้ามีขั้นตอนที่ง่ายขึ้น ก็น่าจะดึงดูดใจให้เขาอยู่กับประเทศไทยไปนาน ๆ”

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังสามารถใช้ “Power of Consumer” ของคนไทยในการต่อรองสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ รวมถึงจูงใจสร้าง Development Center เพราะบริการดิจิทัลหลาย ๆ อย่าง เช่น โซเชียลมีเดีย อีคอมเมิร์ซ และฟู้ดดีลิเวอรี่ ประเทศไทยมีขนาดตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย

ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ

อีกส่วนที่มองว่าสำคัญมาก ๆ คือ “Regulatory Guillotine” การจัดระเบียบให้หน่วยงานผู้กำกับดูแลมีโครงสร้างไม่ซับซ้อน และจัดระเบียบรวมศูนย์ให้อยู่ในหน่วยงานเดียว เพราะที่ผ่านมาสิทธิประโยชน์จูงใจการลงทุนของหน่วยงานต่าง ๆ ยังไม่ค่อยเชื่อมโยงเป็นแพ็กเกจเดียวกัน เช่น BOI มีอำนาจในการให้บางอย่าง แต่อีกหลายอย่างต้องรอจากหน่วยงานอื่น ๆ

ส่วนในฝั่งของการออกกฎหมาย รัฐบาลต้องระวังไม่ให้กฎหมายควบคุมเข้มงวดเกินไปจนกลายเป็นการ “คุมกำเนิดนวัตกรรม” เหมือนในยุโรป ที่บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (GDPR) และกฎหมาย AI (AI Act) อย่างเข้มข้น แต่ควรเน้นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเหมือนในสหรัฐ

ขับเคลื่อน AI รอบด้าน

ด้าน “พชร อารยะการกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK กล่าวว่า การเดินหน้านโยบาย AI ของรัฐบาลไม่ควรทำในระดับผิวเผิน หรือสร้าง Use Case แบบฉาบฉวย แต่ควรมองให้ครบทุกมิติเพื่อสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการวางรากฐานด้านประสบการณ์ กระบวนการทำงาน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาแอป และการให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)

รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Human Capital & Efficiency) เพราะหัวใจสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ คือ “คน” รัฐบาลควรมีนโยบาย Upskill และปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานของคน หากไม่มีการปรับปรุงกระบวนการหรือออกแบบลักษณะงานใหม่ (Job Redesign) ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ก็จะไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้

“ต่อให้เทคโนโลยีเปลี่ยนไป แต่คนยังทำงานแบบเดิม ก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลง”

สนับสนุน Local Provider

“พชร” พูดถึงข้อเสนอแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจว่ามี 2 มุม คือ 1.รัฐบาลควรสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในงานดิจิทัลและ AI ทั่วทั้งประเทศ เพื่อยกระดับ Productivity ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก โดยมีนโยบายจูงใจทางภาษี เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนกล้าที่จะลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากขึ้น

และ 2.การสนับสนุนผู้ให้บริการในท้องถิ่น (Local Provider) ในยุคที่มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รัฐบาลควรสนับสนุนบริษัทเทคโนโลยีภายในประเทศให้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศและสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทย

“สิ่งที่ต้องจับตาในปีนี้ คือการเกิด Price Competition ระหว่างผู้ให้บริการแต่ละราย เพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ประกอบการพยายามมองหาโซลูชั่นราคาเหมาะสม เพื่อควบคุมต้นทุนทางธุรกิจ ซึ่งต้องดูต่อว่าแนวโน้มของตลาดจะเป็นอย่างไรต่อไป”

แก้โจทย์ พลังงานดาต้าเซ็นเตอร์

“จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยี เพราะวันนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลจะนำพาจีดีพีของประเทศให้เติบโตขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่อง AI ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับประเทศ

อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ แม้ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะบอกว่ามีการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์จํานวนมาก แต่สิ่งที่น่าห่วง คือเรื่องพลังงาน ที่ยังไม่ครอบคลุม มีไม่เพียงพอในบางพื้นที่สำคัญ

“เวลาเราพูดถึงเรื่องของดาต้าเซ็นเตอร์ เรามักไม่ได้พูดถึงเรื่องของการใช้พลังงาน ดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ฝั่ง EEC แต่เนื่องจากว่าบริเวณดังกล่าวพลังงานไม่พอ ถ้าดูข้อมูลบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติ มาลงทะเบียนขอกับ BOI จะพบว่ามีจำนวนมหาศาลแต่นึกไม่ออกเหมือนกันว่า ถ้ามากันหมดจริง ๆ จะเอาพลังงานที่ไหนมาให้ จึงอยากให้รัฐบาลผลักดันเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว แม้พลังงานจะมีหลายรูปแบบแต่เทรนด์ของโลกให้ความสำคัญกับพลังงานที่เป็นกรีนจึงต้องผลักดันส่วนนี้เร็วกว่าพลังงานแบบอื่น”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ซีอีโอเทค’ ฝากการบ้านรัฐบาลใหม่ ไทยต้องไม่ตกรถ AI ขยับจากผู้ใช้เป็นผู้สร้าง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...