โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ยศชนัน”ยกทีมพท.ลุยอีสาน ขอคะแนนเสียงชาวร้อยเอ็ด เดินตลาดทุ่งเจริญ ชิมข้าวจี่

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 24 ม.ค. เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. เวลา 04.25 น.

“ยศชนัน” ยกทีม พท.ลุยอีสาน ขอคะแนนเสียงชาวร้อยเอ็ด เดินตลาดทุ่งเจริญ ชิมข้าวจี่

วันที่ 24 ม.ค. 2569ที่ตลาดทุ่งเจริญ จ.ร้อยเอ็ด นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย(พท.) พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงตลาดทุ่งเจริญ จ.ร้อยเอ็ด พบปะพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ ช่วยหาเสียงให้กับนายสถาพร ว่องสัธนพงษ์ ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 1 เบอร์ 4 โดยมีนายฉลาด ขามช่วง ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 2 เบอร์ 4 และ น.ส.จิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 5 เบอร์ 6 ร่วมหาเสียง

โดยเมื่อนายยศชนันมาถึงได้สักการะศาลปู่โก ปู่โน บริเวณหน้าตลาด เพื่อความสิริมงคล ก่อนเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในตลาดอย่างเป็นกันเอง มอบดอกไม้ให้กำลังใจและเข้ามาขอเซลฟี่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ นายยศชนัน ได้ลองปิ้งข้าวจี่ พร้อมลองชิม โดยได้แม่ค้าตะโกนว่า “เลือกอยู่แล้ว เลือกอยู่แล้วเพื่อไทยเบอร์ 9” ขณะที่แม่ค้าบางคนได้เดินมาขอถ่ายรูป โดยบอกลูกค้าเลือกเลย แม่ค้ารอดูว่าที่นายกฯ นอกจากนี้ ได้ประชาชนได้ส่งเสียงกรี๊ด พร้อมบอกว่า “หล่อมาก กินข้าวกับอะไรทำไมถึงหล่อจัง ไม่น่าเชื่อเลยเมื่อคืนอยู่พารากอนเช้านี้มาเจอร้อยเอ็ดแล้ว”

"ยศชนัน-ณัฐวุฒิ"อ้อนชาวร้อยเอ็ดขอปักหมุดยก 8 เขต ประสานเสียง เดินหน้าสื่อสารนโยบาย "เศรษฐีเงินล้าน"

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้ขึ้นปราศรัยโดยระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่ความยุติธรรมต้องกลับคืนสู่แผ่นดินร้อยเอ็ดและคนทำดีต้องได้ดี ตนมีความตั้งใจที่จะเข้ามารายงานตัวกับพี่น้องทั้ง 8 เขตเพื่อขอโอกาสเข้าไปดูแลลูกหลานชาวร้อยเอ็ดในสภาฯ หลังจากที่รูปของตนติดอยู่บนเสาไฟฟ้าทำความรู้จักกับทุกคนมานานกว่า 2 เดือน โดยเน้นย้ำว่าพรรคเพื่อไทยจะนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขปัญหาพื้นฐานอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการน้ำท่วมน้ำแล้ง รวมถึงการแก้ปัญหาดินเหนียวและดินเค็มซึ่งเป็นเรื่องที่ตนมีความถนัด เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำมาหากินได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้รัฐบาลจะดึงข้อมูลการค้านอกระบบกลับเข้าสู่ฐานข้อมูลทั้งหมด เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณลงไปถึงท้องถิ่นในการพัฒนาถนน น้ำ และไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำและทั่วถึง

ในส่วนของนโยบายใหม่ที่สร้างเสียงฮือฮา นายยศชนัน ได้ขยายความถึงโครงการ "สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน" ว่าไม่ใช่เพียงการลุ้นโชคทั่วไป แต่คือการรวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยในทุกวันจะมีผู้โชคดีได้รับเงินรางวัลคนละ 1 ล้านบาท รวมมูลค่า 9 ล้านบาทต่อวัน ครอบคลุมประชาชน 5 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ กลุ่มสายช้อปปิ้งที่ใช้จ่ายผ่านใบเสร็จซึ่งมีสิทธิ์รับรางวัลถึง 5 คนต่อวัน รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พี่น้องเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้ กลุ่มผู้ทำงานจิตอาสาช่วยเหลือสังคม และผู้ที่ยื่นแบบภาษีอย่างถูกต้อง โดยรัฐบาลจะใช้ข้อมูลจากใบเสร็จเหล่านี้มาวิเคราะห์ราคาสินค้าและความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายและฉีดงบประมาณลงไปช่วยเหลือให้ถูกจุดที่สุด พร้อมประกาศปักหมุดวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้ชาวร้อยเอ็ดเลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 ทั้งจังหวัด

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นเวทีร่วมกับนายพานทองแท้ ชินวัตร เพื่อเป็นตัวแทนของอดีตนายกฯ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในการมาคารวะหัวใจชาวร้อยเอ็ดที่ยืนหยัดเคียงข้างต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน โดยนายณัฐวุฒิกล่าวฝากฝัง นางสาวชญาภา สินธุไพร ในฐานะเลือดเนื้อเชื้อไขนักต่อสู้ของคนอีสานที่ไม่เคยทิ้งพื้นที่ พร้อมย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คือการชี้ชะตาประเทศไทย จึงขอให้ประชาชนเข้าคูหากาเพื่อไทยทั้งสองใบเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง พร้อมส่งต่อความคิดถึงจากอดีตนายกฯ ทักษิณ ไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนที่ชูภาพถ่ายอดีตนายกฯ กันอย่างเนืองแน่นบริเวณหน้าเวทีปราศรัย

นายณัฐวุฒิยังได้ช่วยทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย "เศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน" ว่านี่คือนวัตกรรมการสร้างฐานข้อมูลประชาชนที่ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายงบประมาณอย่างสูญเปล่า แต่เป็นการใช้รางวัลเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนช่วยกันส่งข้อมูลการใช้จ่ายเข้าระบบ นอกจากนโยบายใหม่นี้แล้ว พรรคเพื่อไทยยังมีความพร้อมที่จะผลักดันนโยบายที่เคยประกาศไว้ทันทีเมื่อเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าไฟฟ้าให้เหลือเพียง 3.70 บาทต่อหน่วย นโยบายยิ่งกว่าพลัส 70:30 โครงการหวยเกษียณที่เปลี่ยนเงินซื้อหวยเป็นเงินออม รวมถึงมาตรการล้างหนี้เพื่อปลดล็อกพันธนาการทางการเงินให้ประชาชน โดยยืนยันว่าทุกนโยบายของเพื่อไทยคือการนำความหวังกลับมาสู่มือประชาชนอีกครั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

“ยศชนัน” ยันนโยบาย “กล่องสุ่มเศรษฐีวันละ 9 ล้าน” ไม่ขายฝันหวังเก็บคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจทำได้จริง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความมั่นใจในนโยบาย “เศรษฐีวันละ 9 ล้าน” ว่าจะสามารถโดนใจประชาชนจนเทคะแนนให้พรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ว่า เป้าหมายของเรื่องนี้คือการรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการซื้อขายต่างๆ เพื่อที่เราสามารถดูกลไกราคาต่างๆ เมื่อทุกคนรับใบเสร็จเข้าระบบให้ข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้สูงอายุ ตั้งแต่เกี่ยวกับเรื่องการที่เราให้คนที่มีเศรษฐกิจอยู่นอกระบบกลับเข้าระบบ ฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการผลักดันรัฐบาลดิจิทัล การที่เรารู้สารทุกข์สุขดิบของแต่ละคนและคนที่เดือดร้อน และรู้ราคาต่างๆ ทำให้เราคาดหมายในเรื่องของจีดีพีรายรับ รายจ่ายต่างๆ ได้ และสามารถออกแบบการช่วยเหลือจากภาครัฐที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพ สำหรับเรื่องงบประมาณก็ได้รู้แล้วว่าถ้าเรานำเศรษฐกิจที่อยู่นอกระบบมาอยู่ในระบบ การที่เราให้ในเรื่องเกี่ยวกับคนไทยที่จะได้เงินทั้ง 9 ล้าน ก็จะสามารถดูแลตรงนี้ได้ ซึ่งทุกอย่างทางทีมงานได้ดูตรงนี้แล้ว และจะส่งเรื่องนี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าเป็นมุมกลับไม่สามารถจัดเก็บภาษีเข้าระบบได้ แล้วจะนำเงินส่วนไหนมาดำเนินโครงการ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้มีความมั่นใจและได้มีการประเมินทำการศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะปล่อยนโยบายนี้ออกมา เมื่อถามย้ำว่า นโยบายดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการขายฝันที่นำมาเรียกคะแนนเช่นเดียวกับโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้จึงต้องสื่อสารให้มากในการที่จะทำรัฐบาลดิจิทัลทั้งระบบ หากวันนี้เราไม่มีข้อมูลต่างๆ ในการซื้อขายต่างๆ ไม่สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พยายามทำตรงนั้นก็คือ นำข้อมูลของทุกคนทั้งรายรับ รายจ่ายของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน การค้าขายที่ไหนที่มีของราคาแพง หรือที่ไหนมีความคึกคัก เราสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง ซึ่งตรงนี้จะมีงบประมาณหมุนเวียนจากนอกระบบเข้ามาในระบบ จะทำให้เราสามารถดูแลตรงนี้ได้ และได้คำนวณมาแล้วว่าสามารถทำได้

เมื่อถามว่านโยบายดังกล่าวจะแจกกี่รอบ นายยศชนัน กล่าวว่า จะดำเนินการไปเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งเราจะดูตามระบบฐานภาษีอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ และนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่าเป็นการใช้ภาษีประชาชนสิ้นเปลือง และไม่ตรงเป้าเรื่องเศรษฐกิจ นายยศชนัน กล่าวว่า ต้องกลับมาเรื่องเกี่ยวกับการรวมศูนย์ข้อมูล การจะทำรัฐบาลดิจิทัลทั้งระบบของประเทศก็มีแนวนี้อยู่แล้ว ในเรื่องเกี่ยวกับใบเสร็จทุกคนเข้ามาสู่ระบบ สำหรับประชาชนที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก วันนี้จะมีในเรื่องของนโยบายลดหย่อนภาษี (e-Receipt) ที่เขาสามารถทำได้ และวันนี้หากเรารู้ค่าใช้จ่ายของทุกคน และรู้ว่าการค้าแต่ละที่เป็นอย่างไรบ้าง เราสามารถช่วยเหลือประเทศได้มากขึ้น อยากให้มองตรงนี้เป็นการรวมข้อมูลเพื่อทำเรื่องของรัฐบาลดิจิทัล

เมื่อถามว่ามีการมองว่านโยบาย กล่องสุ่ม ไม่ได้ไปปรับเรื่องโครงสร้างความยากจนได้ แต่ไปเปลี่ยนชีวิตของคนบางคนมากกว่า นายยศชนัน กล่าวว่า เรามีนโยบายออกมาทุกรูปแบบ เมื่อวาน (23 ม.ค.) ตนพยายามสื่อสารเรื่องเศรษฐกิจ wellness เพื่อให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูง ตรงนี้ยังไม่ได้มีความมากมายนัก และยังเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ เรื่องที่เรานำเสนอเกี่ยวกับรัฐบาลดิจิทัล เรายังเปิดเรื่องของคนไทยไร้จน การดูแลผู้ป่วยติดเตียง การจะทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ จำเป็นต้องช่วยเหลือคนกลุ่มนี้

เมื่อถามว่า ได้ดูเรื่องข้อกฎหมายแล้วหรือไม่ว่าจะไม่ติดล็อคเหมือนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต นายยศชนัน กล่าวว่า ไม่ติด ได้ดูวิธีแนวทางเรียบร้อยแล้ว เมื่อถามว่าไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะออกนโยบายอะไรมาก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตลอด นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของทุกท่าน เราน้อมรับและได้ศึกษามาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พยายามพูดคุยกับพี่น้องประชาชน วันนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเงินอย่างเดียว แต่ต้องหารายได้เข้ามาในประเทศด้วยนี่คืออีกหนึ่งกลไก หนึ่งหมุดหมาย และหากเราดูเรื่องข้อมูลสาธารณสุข 30 บาทเอไอ เรารู้ข้อมูลต่างๆ ก็จะทำให้รู้ว่าประเทศควรเดินไปทางไหน ซึ่งจะทำให้การส่งมอบนโยบายให้ตรงจุดมากขึ้น ตรงนี้เรามองว่าเป็นการทำทั้งระบบ และสามารถทำได้

เมื่อถามว่า จะดูขัดกับภาพลักษณ์ที่เป็นนักวิชาการหรือไม่เพราะดูเหมือนจะให้คนพึ่งดวง นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของการรวมข้อมูลของรัฐบาลดิจิทัล เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกัน คนไทยมี 60 ล้านคน เราสามารถดูแลคนได้ทั้งหมดไม่ให้เกิดการเหลื่อมล้ำ ซึ่งตรงนี้เป็นกฎหมายหลัก ส่วนการที่เราออกนโยบายนี้ออกมา ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่มาเติมเต็มให้กลไกนี้ เพื่อดึงดูดให้คนเข้าสู่ระบบภาษี

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้รับคะแนนเสียงจากประชาชน นายยศชนัน กล่าวว่า มั่นใจ เราพร้อมสื่อสาร ซึ่งเราสื่อสารเสมอว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อมูล การใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาหนุน และในหลายประเทศก็มีธุรกิจที่เข้าสู่ระบบภาษีมากกว่าเรา จึงเป็นส่วนหนึ่งที่เราพยายามผลักดัน ขอให้มองเรื่องเกี่ยวกับฐานข้อมูลเป็นหลัก การเข้ามาของเอไอ จะไม่มีประโยชน์หากวันนี้เราไม่รู้จักคนไทย เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่คนไทยกรอกข้อมูลเองและข้อมูลจะเชื่อมกัน เราศึกษามาอย่างรอบคอบแล้ว

เมื่อถามว่า ทำไมจึงไม่ไปแก้ไขเรื่องภาษีที่ต้นเหตุ นายยศชนัน กล่าวว่า เราแก้ทั้งระบบ เราสื่อสารตลอดว่าเป็นการยกเครื่องประเทศไทย ทุกสิ่งทุกอย่างในครั้งนี้เราไม่สามารถทำเรื่องเดียวได้ ต้องแก้ทั้งระบบ แก้แต่ละจุดเราก็แก้ อยากให้ทุกคนมองไปที่นโยบายตั้งแต่วันแรกที่เราเปิดมา นี่เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่เราเปิด เมื่อถามว่า 3 พันล้านบาทจะหาได้ใช่หรือไม่ นายยศชนัน ไม่ตอบคำถามดังกล่าว เพียงแค่ยิ้มและพยักหน้า พร้อมยกนิ้วโป้ง

“ยศชนันท์”ม่วนซื่นชาวยโสธรแห่คล้องมาลัยข้าวโป่ง- กระติ๊บข้าวเหนียว ต้อนรับ ช่วยเกษตรกร ย้ำคนไทยต้องไร้จน

ที่สนามกีฬากลาง จ.ยโสธร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย(พท.) และคณะ ลงพื้นที่ปราศรัย ช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครสส.ยโสธร ทั้ง 3 เขต นายวีระศักดิ์ โคตรสมบัติ เขต 1 นายบุญแก้ว สมวงศ์ เขต 2 และนายพิเชษฐ์ กุมารสิทธิ์ เขต 3

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวยโสธรได้นำพวงลัยดอกดาวเรือง ข้าวโป่งหรือข้าวเกรียบว่าว กระติ๊บข้าวเหนียวและข้าวโพดคั่ว และยังนำรูปนายยศชนันสมัยเรียนมหาวิทยาลัยทำเป็นพวงมาลัยมาคล้องคอต้อนรับ

โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคพท. ได้บอกประชาชนที่มารอฟังการปราศรัยว่า “ชาวยโสธรช่วยกัน ส่งอ.เชนขึ้นเวทีมาเลย”จากนั้นประชาชนจึงได้ดันตัวของนายยศชนัน จากด้านล่างเวทีขึ้นมายังบนเวที

ขณะที่นายยศชนัน ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า เหนือความคาดหมายจริงๆ ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นคนยโสธร ซึ่งตนได้คุยกับนายณัฐวุฒิ ว่าเขาจะรับเราหรือไม่ เพราะอยู่บนเสาไฟฟ้ามา 2 เดือน ขอบอกว่าลูกหลานยโสธรของท่านจะเข้าไปเป็นนายกฯให้สีแดงทั้งแผ่นดิน

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า วันนี้จะเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เราจะรู้เกษตรกรจะกินดีอยู่ดีหรือไม่ อาหารจะแพงหรือไม่ ใครจะขึ้นราคาอาหารให้พ่อแม่เดือดร้อน วันนี้เรามีข้อมูลรวมมาอยู่ที่เดียวกัน รวมถึงการนำทุกสิ่งทุกอย่างนอกระบบเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้จะผลักดันให้เกษตรกรของไทยเป็นเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรต้องไม่ขาดดุลโดยจะมีการประกันกำไร 30% ดูแลปัญหาน้ำล้นตลิ่ง น้ำแล้ง น้ำท่วม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะหมดไปหากเลือกพรรคเพื่อไทย รวมถึงทำให้คนทั่วโลกปักหมุดหมายมาที่ยโสธร

นายยศชนัน ยังกล่าวถึงนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ใหม่ของพรรคพท.ให้กับเกษตรกรที่ลงทะเบียน, คนอายุเกิน 60 ปี, ผู้ที่ช่วยเหลือสังคม, ผู้ที่ยื่นแบบภาษี คนที่มีใบเสร็จ (สายช็อปปิ้ง) และทำนโยบายยิ่งกว่าพลัส 70:30 รัฐจะช่วย 70% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายหวยเกษียณก็ยังไม่ทิ้ง และดูแลสุขภาพของประชาชนด้วย 30 บาท AI ที่จะช่วยรักษาประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้ รวมถึงการดูแลผู้พิการ และแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไป สร้างอนาคตให้ลูกหลานของเรา คนไทยต้องไร้จน คืนรายได้สู่ท้องถิ่น ลดอำนาจภาครัฐคืนอำนาจสู่พี่น้องประชาชน

จากนั้น นายยศชนัน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงกรณีประกาศเอาชนะยกทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน ขณะที่คู่แข่งก็มีฐานที่ค่อนข้างจะแข็งแรง ตรงนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ ว่า เรื่องนี้ผู้สมัคร สส.ลงพื้นที่ตลอด มีการประเมินเบื้องต้นว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่พี่น้องอยากได้เรื่องของนโยบายและคนที่ทำพื้นที่มาโดยตลอด ทางผู้สมัครแต่ละท่านมีความมั่นใจ และวันนี้ได้มาลงพื้นที่ก็มีคนจำนวนมากให้การต้อนรับ ฝากความหวังไว้กับเรา ก็ยังมั่นใจ

‘ยศชนัน’ ประกาศปั้นเศรษฐีใหม่-ปลดหนี้ผู้สูงอายุ-ลดค่าไฟ พร้อมยกระดับกาฬสินธุ์ด้วย Soft Power มั่นใจทวงคืนพื้นที่เขต 6

พรรคเพื่อไทย พบปะประชาชนและปราศรัยใหญ่ ณ ศาลเจ้าพ่อปู่บัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นไปอย่างคึกคัก เพื่อรอพบปะ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายสุทิน คลังแสง และนายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการสนับสนุน นายชนะวุธ อุทโท ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ เขต 6 เบอร์ 3 เพื่อทวงคืนพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่พรรคเคยดูแลมาอย่างยาวนาน สำหรับบรรยากาศในพื้นที่ เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัยกว่า 20,000 คน จนเต็มพื้นที่และล้นออกไปนอกบริเวณศาลเจ้าฯ และในที่เวทีปราศรัยนี้ ประชาชนมอบพวงมาลัยข้าวเหนียวกาฬสินธุ์ ข้างละ 1 กิโลกรัม ให้ ศ.ดร.ยศชนัน

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวปราศรัยโดยเน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะเข้ามาเปลี่ยนความหวังและความฝันของคนกาฬสินธุ์ให้เป็นความจริงหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ด้วยการยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงผ่านการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมายให้คนไทยทุกคนมีรายได้สูงขึ้นถ้วนหน้า พร้อมกันนี้ยังได้ชูนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ ทั้งการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี การดูแลหนี้นอกระบบ และนโยบายปลดหนี้ผู้สูงอายุสำหรับหนี้เสียไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งหากจ่ายเพียง 10% จะได้รับการปลดหนี้ทันที เพื่อคืนอิสรภาพทางการเงินให้แก่พี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้นำเสนอนโยบาย "สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน" ซึ่งเป็นกลยุทธ์การรวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อดึงดูดคนเข้าสู่ระบบฐานภาษี โดยรัฐบาลจะเข้าไปดูแลรายได้และรายจ่ายของประชาชนแบบคนต่อคน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้ตรงจุด ซึ่งผู้โชคดีที่อยู่ในระบบข้อมูลจะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาททุกวัน รวม 3,240 คนต่อปี โดยมองว่าหากปฏิบัติหน้าที่ครบวาระ 8 ปี จะสามารถสร้างเศรษฐีใหม่ได้ถึง 26,000 คน ควบคู่ไปกับการลดภาระค่าครองชีพด้วยนโยบายค่าไฟ 3.70 บาท และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ "ยิ่งกว่าพลัส 70 : 30" เพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับฐานรากมากยิ่งขึ้น

สำหรับพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทยมีแผนจะผลักดันให้เป็นหมุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะการยกระดับสินค้า Soft Power อย่างผ้าไหมแพรวาและข้าวเหนียวกาฬสินธุ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้นและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก พร้อมทั้งยืนยันเจตนารมณ์ในการกระจายอำนาจคืนสู่ท้องถิ่นเพื่อให้จังหวัดมีงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้า และประปาได้ด้วยตนเอง รวมถึงการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด โดยประกาศกร้าวว่าจะจัดการทั้งผู้ผลิตและผู้ขายให้หมดไปภายใน 3 ถึง 6 เดือน พร้อมจัดตั้งศูนย์บำบัดทุกจังหวัดเพื่อคืนลูกหลานสู่อ้อมกอดครอบครัว

ในช่วงท้ายของการปราศรัย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ย้ำถึงการยกระดับนโยบายสาธารณสุขด้วยระบบ "30 บาท AI" หรือ 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งจะใช้ระบบฐานข้อมูลดิจิทัลเชื่อมโยงประวัติการรักษาเพื่อให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุดได้ทุกโรงพยาบาล พร้อมกับขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ให้เลือกพรรคเพื่อไทยยกจังหวัดทั้ง 6 เขต ทั้งคนทั้งพรรค เพื่อให้รัฐบาลเพื่อไทยเข้ามาลงมือทำนโยบายทั้งหมดให้เกิดขึ้นจริงและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้คนกาฬสินธุ์ต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...