รู้จัก ‘ไวรัสนิปาห์’ อันตรายแค่ไหน?
The Bangkok Insight
อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 12.20 น. • The Bangkok Insightรู้จัก "ไวรัสนิปาห์" อันตรายแค่ไหน? เช็กอาการ และวิธีป้องกันตัวเอง
หลังจาก รัฐบาลอินเดีย ประกาศกำลังเร่งดำเนินการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของ ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) อย่างเข้มงวด หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวน 5 ราย ในพื้นที่รัฐเวสต์เบงกอล เจ้าหน้าที่รัฐบาลกล่าวว่า มีประชาชนเกือบ 100 คน ถูกกักตัวผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดเพื่อเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
รู้จักไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง เช็กอาการเบื้องต้น สาเหตุการแพร่ระบาดจากค้างคาว และวิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยตามมาตรฐานสาธารณสุข ดังนี้
ไวรัสนิปาห์คืออะไร?
ไวรัสตัวนี้อยู่ในตระกูลเดียวกับไวรัสเฮนดรา (Hendra virus) ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2541-2542 จากการระบาดในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรที่หมู่บ้าน นิปาห์ (Sungai Nipah) ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อไวรัสชนิดนี้นั่นเองครับ
สาเหตุและการแพร่ระบาด
พาหะตามธรรมชาติของไวรัสนิปาห์คือ “ค้างคาวกินผลไม้” โดยเฉพาะ ค้างคาวแม่ไก่ (Pteropus) เชื้อไวรัสจะอาศัยอยู่ในตัวค้างคาวโดยที่ค้างคาวไม่แสดงอาการป่วย แต่สามารถแพร่เชื้อผ่านสิ่งคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ หรืออุจจาระ
ช่องทางการติดต่อที่ควรระวัง
- จากสัตว์สู่คน: การสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ (สุกร, ค้างคาว) หรือการกินผลไม้ที่ปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะของค้างคาว เช่น ลูกชิด มะพร้าว หรือผลไม้ที่มีรอยแทะ
- จากคนสู่คน: ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเลือด มักพบในกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยใกล้ชิดหรือบุคลากรทางการแพทย์
- การบริโภค: การดื่มน้ำผลไม้ที่เก็บด้วยวิธีการที่ไม่สะอาดและปนเปื้อนเชื้อจากค้างคาว
เช็กอาการ “ไวรัสนิปาห์”
อาการมักจะเริ่มปรากฏหลังจากได้รับเชื้อ 4 ถึง 14 วัน (บางรายอาจนานถึง 45 วัน):
ระยะเริ่มต้น (คล้ายไข้หวัด): มีไข้สูง, ปวดศีรษะอย่างรุนแรง, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, เจ็บคอ, และไอ
ระยะรุนแรง (ระบบประสาทและทางเดินหายใจ):
สมองอักเสบ: ง่วงซึม, สับสน, มึนงง, เดินโซเซ
- ภาวะวิกฤต: ชักเกร็ง และเข้าสู่ภาวะโคม่าภายใน 24-48 ชั่วโมง
- ระบบหายใจ: หายใจหอบเหนื่อย หรือมีอาการปอดบวมรุนแรง
อัตราเสียชีวิต: อยู่ในเกณฑ์สูงมาก คือประมาณ 40% - 75% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการเข้าถึงการรักษาครับ
อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 75%
สิ่งที่ทำให้ทั่วโลกหวาดหวั่นไวรัสนิปาห์ คือความรุนแรงของโรค จากสถิติการระบาดในหลายพื้นที่พบว่ามีอัตราการเสียชีวิต (Case Fatality Rate) สูงถึง 40% - 75% ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถทางการแพทย์ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งถือว่าสูงกว่าโรคโควิด-19 หลายเท่าตัว
วิธีป้องกันตัวเอง
- ล้างผลไม้ให้สะอาด: และปอกเปลือกก่อนรับประทานเสมอ ทิ้งผลไม้ที่มีรอยกัดแทะ
- เลี่ยงผลผลิตดิบจากค้างคาว: เช่น น้ำอินทผลัมสดหรือน้ำตาลสดที่ไม่ผ่านการต้มสุกในพื้นที่เสี่ยง
- หลีกเลี่ยงสัตว์ป่วย: ไม่สัมผัสหมูหรือสัตว์อื่นที่ดูผิดปกติในพื้นที่ที่มีข่าวการระบาด
- สุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ และสวมหน้ากากอนามัยหากต้องดูแลผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจ
อ่านเพิ่มเพิ่มเติม
- ไทยยังไม่พบ 'ไวรัสนิปาห์' ชี้ตายสูง 70% แต่ติดยาก-ต้องสัมผัสค้างคาว
- อินเดีย ผวา!'ไวรัสนิปาห์' ระบาด พบติดเชื้อแล้ว 5 ราย เร่งกักตัวกลุ่มเสี่ยงเกือบ 100 คน
- อย่าหากิน! แพทย์เตือนกินค้างคาว แหล่งรังโรค อันตราย เสี่ยง 'อีโบลา-นิปาห์'
ติดตามเราได้ที่