กางสถิติ 20 ปี ราคาทองปีไหนแรง..ปีไหนร่วง!
The Bangkok Insight
อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 02.31 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 02.27 น. • The Bangkok Insightกางสถิติ 20 ปี ราคาทอง ปีไหนบวกแรง ปีไหนลบหนัก ? ส่วนปี 2569 ราคาทองบวกขึ้นมาประมาณ 14-16% ยังเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น เมื่อเทียบสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ
ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำกำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นช่วงเวลาที่สินทรัพย์ที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยเป็น Safe Haven ของพอร์ตการลงทุน แต่กลับวิ่งขึ้นแรงลงเร็ว ผันผวนหนักจนตามกันไม่ทันเลยทีเดียว
โดยเฉพาะเมื่อคืนวันที่ 30 ม.ค. 2569 เราได้เห็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ต้องจารึกไว้ของราคาทอง เมื่อ Gold Spot ร่วงลงไปมากกว่า 12% จนหลุดระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นการดิ่งลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นยุค 1980 หรือกว่า 40 ปี และหลังจากวันนั้นราคาทองก็ผันผวนหนักรายวันมาโดยตลอด
จนหลายคนนิยามว่านี่คือปรากฏการณ์ Perfect Storm หรือพายุลูกใหญ่ที่กำลังเล่นงานสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังก่อนหน้านี้ทองคำวิ่งขึ้นมาแรงมาก โดยสัญญาณทางเทคนิคเรียกว่าภาวะ Overbought หรือมีการซื้อมากเกินไปจนราคาตึงตัวสุดขีด
คำถามคือหากเราย้อนดูสถิติยาว ๆ สัก 20 ปี ผลตอบแทนของราคาทองเป็นอย่างไรบ้าง มีปีไหนที่บวก ปีไหนลบ ลองมาดูกันชัดๆ
สำหรับปี 2569 ราคาทองบวกขึ้นมาประมาณ 14-16% ยังถือว่าเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นเมื่อเทียบสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ
จากข้อมูลผลตอบแทนทองคำย้อนหลังตั้งแต่ปี 2549 พบว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนชัดว่า ทองไม่ใช่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอทุกปี แต่มีลักษณะเป็นรอบยาวของการเคลื่อนไหวแบบนิ่งสลับกับช่วงพุ่งแรงเป็นระยะ โดยเฉพาะหลังเกิดความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจหรือวิกฤตการเงิน เช่น หลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์, ช่วงโควิด-19 และล่าสุดในปี 2568 ที่ราคาทำ All-Time High ส่งผลให้ผลตอบแทนบางปีสูงจนสามารถชดเชยช่วงที่ราคาซบเซาหรือปรับฐานยาวหลายปีได้
ในมุมการบริหารความเสี่ยง ทองคำทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบได้ดี เห็นได้จากหลายช่วงวิกฤตที่ทองยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก หรือฟื้นตัวได้เร็ว ขณะที่ในช่วงเศรษฐกิจปกติหรือขาขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยง ทองมักเคลื่อนไหวจำกัดหรือให้ผลตอบแทนต่ำจนถึงติดลบ แปลว่าทองไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเอาชนะตลาดทุกปี แต่เพื่อรักษามูลค่าและลดความผันผวนของพอร์ตในภาพรวม
ดังนั้น บทเรียนสำคัญจากข้อมูลชุดนี้ คือ ทองคำเหมาะกับการเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตในเชิงโครงสร้าง มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น การถือทองในสัดส่วนที่เหมาะสมและปรับสมดุลพอร์ตเมื่อราคาปรับขึ้นแรง จะช่วยให้นักลงทุนรับมือกับความไม่แน่นอนระยะยาวได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการจับจังหวะตลาดที่ทำได้ยาก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เมินราคาผันผวน! แบงก์ชาติจีน กว้านซื้อ 'ทองคำ' ต่อเนื่องเดือนที่ 15
- 'เจพี มอร์แกน' มั่นใจ! 'ราคาทองคำโลก' ยังดีอยู่ คาดสิ้นปี 69 พุ่งถึง 6,300 ดอลล์
- จับตาราคาทองคำปี 69 จ่อไปไกลถึง 6,000 ดอลล์ เหตุ 'โลกยังตึงเครียด-แบงก์ชาติแห่ซื้อ'
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg