โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เลือกตั้งญี่ปุ่น พรรค LDP ชนะแลนด์สไลด์ หนุน “ทาคาอิจิ” เดินหน้านโยบายการคลังเชิงรุก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 00.44 น.

เลือกตั้งญี่ปุ่น พรรคพรรคเสรีประชาธิปไตย(LDP) ชนะแลนด์สไลด์ ได้ที่นั่ง 2 ใน 3 หรือ 310 ที่นั่งจากทั้งหมด 465 ที่นั่ง "ทาคาอิจิ" ให้คำมั่นเดินหน้านโยบายการคลังเชิงรุก

การเลือกตั้งของญี่ปุ่น พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่น ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย(แลนด์สไลด์)ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569

โดยชัยชนะครั้งนี้จะช่วยให้นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ มีแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันนโยบายแนวอนุรักษนิยม ซึ่งรวมถึงนโยบายการคลังเชิงรุกและการเพิ่มขีดความสามารถของญี่ปุ่นในการป้องกันประเทศ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การที่พรรค LDP สามารถผ่านเกณฑ์การได้ที่นั่ง 2 ใน 3 หรือ 310 ที่นั่งจากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ทำให้พรรค LDP กลายเป็นพรรคแรกที่ทำสำเร็จในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคหลังสงคราม ซึ่งจะทำให้พรรคสามารถดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญและผ่านร่างกฎหมายต่าง ๆ ได้ แม้ว่าร่างกฎหมายเหล่านั้นจะถูกปฏิเสธโดยวุฒิสภาซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลยังคงเป็นเสียงข้างน้อยอยู่ก็ตาม

จำนวนที่นั่งที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 198 ที่นั่งก่อนการเลือกตั้งนั้น ได้รับแรงหนุนจากความนิยมที่มีต่อซานาเอะ ทาคาอิจิ และจะเป็นการปูทางให้เธอดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ต่อไปหลังจากเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนต.ค.2568 โดยพรรค LDP และพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) จะมีบทบาทอย่างมากในสภาผู้แทนราษฎร

ทาคาอิจิ ให้คำมั่นเดินหน้านโยบายการคลังเชิงรุก

ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างประเทศที่ทวีความรุนแรงในขณะนี้ ทาคาอิจิได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินนโยบายการคลังในรูปแบบที่ "มีความรับผิดชอบ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นนโยบายเชิงรุก" และเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ

"เราแบกรับความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง เพื่อมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้ในช่วงหาเสียง" ทาคาอิจิกล่าวในรายการโทรทัศน์ของญี่ปุ่น หลังจากมีรายงานว่าพรรค LDP ได้รับชัยชนะ

นอกจากนี้ ทาคาอิจิกล่าวว่า จะคงสถานะส่วนใหญ่ในคณะรัฐมนตรีเอาไว้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีชุดเดิมนั้นได้รับแรงสนับสนุนจากสาธารณชนค่อนข้างแข็งแกร่งนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งไม่ถึง 4 เดือน

ในขณะที่พรรค LDP ได้คะแนนเสียงอย่างท่วมท้นนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ได้สร้างความพ่ายแพ้อย่างมากให้กับพรรคพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง (Centrist Reform Alliance) ซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลักที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ ส่งผลให้ผู้นำร่วมอย่าง โยชิฮิโกะ โนดะ และ เท็ตสึโอะ ไซโตะ ออกมาส่งสัญญาณการลาออก หลังจากจำนวนที่นั่งของกลุ่มลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียวจากจำนวน 167 ที่นั่งก่อนการเลือกตั้ง

ขณะที่พรรค JIP หรือที่รู้จักในชื่อ นิปปอน อิชิน (Nippon Ishin) ได้ที่นั่งเพิ่ม 1 ที่นั่ง จากเดิมที่มี 34 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ด้านพรรคซันเซโตะ (Sanseito) ซึ่งเป็นกลุ่มประชานิยมที่รู้จักกันในสโลแกน "คนญี่ปุ่นต้องมาก่อน" (Japanese First) ไปได้ 13 ที่นั่ง จากเดิมที่มีเพียง 2 ที่นั่ง ขณะที่พรรคทีมมิไร (Team Mirai) ซึ่งสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมทางการเมือง คว้า 9 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร และนับเป็นครั้งแรกที่ได้ที่นั่งในสภาแห่งนี้

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรอย่างกะทันหันในเดือนม.ค. และประกาศจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. โดยเป็นการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนก.พ. เป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปี ซึ่งการตัดสินใจเช่นนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากเดือนก.พ. เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยพรรคฝ่ายค้านและนักการศึกษาเตือนว่าการเลือกตั้งอาจรบกวนการสอบและทำให้เยาวชนเสียโอกาสในการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ เดือนก.พ. ยังเป็นช่วงที่มักมีหิมะตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการหาเสียง

ที่มา สำนักข่าว อินโฟเควสท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...