โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ภารกิจปั้นSETถูกใจMSCI เพิ่มเพดานต่างชาติถือหุ้น

ทันหุ้น

อัพเดต 08 ก.พ. เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 00.45 น.

#ตลท. #ทันหุ้น – ตลท.กางแผนดึงฟันด์โฟลว์ เล็งขยับเพดานต่างชาติถือหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นแบงก์ จ่อหารือธปท.ปรับเกณฑ์ให้ยืดหยุ่น พร้อมเร่งเครื่องเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นไทยในดัชนี MSCI จากปัจจุบันเหลือ 1.3-1.4% “โครงการJUMP+-โครงการ BOI To BOI” รวมถึงโรดโชว์มากขึ้น เผยอยู่ระหว่างทบทวนเกณฑ์กำกับซื้อขาย รวมถึงเวลาเทรด หวังตั้งหน่วยงานพิเศษพิจารณาคดีตลาดทุน เพื่อดำเนินการลงโทษรวดเร็ว

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนตลาดทุนไทย โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) หลังจากพบว่าน้ำหนักของไทยในดัชนี MSCI ลดลงต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 1.3-1.4%

@ปลดล็อกต่างชาติซื้อหุ้น

โดยตลาดหลักทรัพย์ได้เข้าไปพบกับทาง MSCI ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อทำให้ตลาดหุ้นไทยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นบ้าง และมีตลาดหลักทรัพย์ได้ข้อมูลว่านักลงทุนต่างประเทศอยากถือหุ้นไทยมากขึ้น แต่มีข้อจำกัดเรื่องเพดานการถือครองหุ้นของชาวต่างชาติ เมื่อซื้อถึงเพดานที่กำหนดแล้วต้องไปซื้อหุ้นผ่าน NVDR ซึ่งนักลงทุนต่างชาติรุ่นใหม่ไม่ชอบถือ NVDR อยากจะถือหุ้นโดยตรงและมีสิทธิในการออกเสียง (โหวต)

ทั้งนี้หุ้นนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจลงทุนมาก เช่น กลุ่มแบงก์ แต่มีข้อจำกัดถ้าหากต่างชาติถือหุ้นถึงระดับ 25% แล้วต้องไปซื้อผ่าน NVDR ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงมีแผนที่จะไปหารือกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าจะมีการปรับเกณฑ์อย่างไรเพื่อให้มีความยืดหยุ่นมากกว่านี้ได้

@อัพเสน่ห์ตลาดหุ้นไทย

นายอัสสเดช กล่าวว่า กรณีที่หุ้นไทยถูกลดน้ำหนักใน MSCI จากการวิเคราะห์มองว่าจะเป็นเรื่องของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มารเก็ตแคป) และสภาพคล่องที่ลดลง ดังนั้นจึงเป็นที่มาของตลาดหลักทรัพย์เดินหน้าผลักดันโครงการ “JUMP+ เพื่อสร้างเสน่ห์ให้ตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน โดย หัวใจสำคัญของโครงการ JUMP+ คือการสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปัจจุบัน กลับมาลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ในธุรกิจของบริษัทมากขึ้น

รวมถึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักลงทุนมองเห็น โอกาสการเติบโตในอนาคตที่ชัดเจน ของบริษัทจดทะเบียนไทย เนื่องจากพื้นฐานของนักลงทุนจะตัดสินใจลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโต ซึ่งจะช่วยสร้างความโดดเด่นและดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติได้ หวังใช้โอกาสที่ MSCIลดน้ำหนักตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ดึงเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทย

สำหรับปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมโครงการ JUMP+แล้ว 114 บริษัท ซึ่งตลาดหลักทรัพย์จะมีเปิดให้มีการเข้าร่วมโครงการจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยตลาดหลักทรัพย์คาดหวังที่จะมีบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาร่วมโครงการมากขึ้น และตลาดหลักทรัพย์มีแผนที่จะไปโรดโชว์มากขึ้น โดยคาดว่าจะเพิ่มได้ประมาณเดือนพฤษภาคมนี้ โดยจะนำเสนอข้อมูลของบริษัทที่เข้าร่วมJUMP+ด้วย

@เพิ่มสินค้าใหม่

นอกจากนี้ ตลท.มีแผนเพิ่มสินค้าใหม่ที่นักลงทุนให้ความสนใจ เช่น บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) โดยตลาดหลักทรัพย์ได้มีการทำโครงการ BOI To IPO ดึงบริษัทต่างชาติที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ให้เข้ามาจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถลงทนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น อีวี, ดาต้าเซ็นเตอร์, เวลเนสและกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ เข้ามาจดทะเบียน โดยหวังว่าในอนาคตหุ้นใน SET50 จะมีการเปลี่ยนแปลงไป หลังจากที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อธุรกิจใหม่ๆ มานานกว่า 30 ปี เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐ

สำหรับการทบทวนเกณฑ์การกำกับซื้อขาย ขณะนี้อยู่ในช่วงของการพิจารณาและรับฟังความคิดเป็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้รอบครอบเพราะตลาดหลักทรัพย์อยากให้เกณฑ์ที่มีการปรับเปลี่ยนสามารถใช้ได้ไปอย่างน้อย 1 ปี เพราะนักลงทุนเองไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Uptick, Dynamic Price Band

@ศึกษาปรับเวลาเทรด

รวมถึงการพิจารณา การปรับเวลาซื้อขายหุ้น ในช่วงภาคบ่ายจะกลับไปที่ 14.30 น. หรือไม่ แต่จากที่ส่วนตัวได้มีการสอบถามกับโบรกเกอร์ พบว่าอยากให้กลับไปเปิดการซื้อขายที่เวลา 14.30 น. เพราะมองว่าต้นทุนการดำเนินงานไม่คุ้มค่ากับมูลค่าการซื้อขายที่เป็นอยู่ระดับปัจจุบัน

ในส่วนของมาตรการการลงโทษผู้กระทำผิดในตลาดหุ้นนั้น ซึ่งเห็นว่าทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็มีการดำเนินการลงโทษได้เร็วขึ้น และอยากเห็นกระบวนการเร็วขึ้นอีก แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับหน่วยงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวน อัยการ ศาลฯอาจจะยังไม่มีความเชี่ยวชาญในตลาดทุน อยากให้มีการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษดูแลคดีเกี่ยวกับตลาดทุน เพื่อให้การดำเนินงานลงโทษทำได้เร็วยิ่งขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...