โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ยืนยันนั่ง รองนายกฯ ควบ รมว.คลัง พร้อมลุยต่อ “คนละครึ่งพลัส”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 15.24 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 08.24 น.

“ดร. เอกนิติ” ยืนยัน นั่งเก้าอี้ รองนายกฯ ควบ รมว.คลัง ตามประกาศ "อนุทิน" พร้อมลุยต่อ "คนละครึ่งพลัส" เน้นพัฒนาทักษะ เดินหน้าทำให้ปี 69 เป็นปีแห่งการลงทุนไทย เร่งรัดงบฯ ปี 70 ไม่ให้ล่าช้าเป็นอุปสรรคของเศรษฐกิจ

9 ก.พ. 2569 ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงโยบายเศรษฐกิจภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ว่า ยืนยันว่ามีการเตรียมความพร้อมโครงการคนละครึ่งพลัสไว้แล้วแต่ต้องรอความชัดเจนจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยการกลับมาของโครงการคนละครึ่งพลัสครั้งนี้จะไม่ได้มีเพียงการเติมเงินเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายเท่านั้น แต่จะเน้นการเพิ่มทักษะ(Upskill) ให้กับประชาชนและร้านค้ารายย่อยด้วย

"จากการลงพื้นที่ได้เจอกับประชาชนเราเห็นจุดที่สามารถพัฒนาได้ดียิ่งขึ้นจากที่โครงการครั้งก่อนได้เพิ่มทักษะให้กับพ่อค้าแม่ค้าไปประมาณ 100,000 ราย ทำให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า วันนี้เราก็จะทำให้การเพิ่มทักษะให้ขยายวงกว้างออกไป ซึ่งผมเชื่อว่าทำได้เพราะเป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญแต่ต้องรอให้การจัดตั้งรัฐบาลชัดเจนก่อน”

ทั้งนี้ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบระบบที่จะนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเสริมทักษะด้านการค้าขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับงบประมาณที่จะนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัส ขึ้นอยู่กับว่าจัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อไร หากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วอาจพิจารณาใช้งบกลางปี 2569 ในการดำเนินการ แต่หากล่าช้าอาจต้องขยับไปใช้งบประมาณปี 2570 อาจจะต้องมีการแบ่งเป็น 2 รอบขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองแต่ยืนยันว่ามีแน่นอน

“ครั้งที่แล้วคนละครึ่งพลัสมีเวลาไม่ถึง 1 เดือนในการขับเคลื่อน วันนี้ผมก็จะเตรียมพร้อมไว้ทุกอย่าง พอจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยเราจะได้ขับเคลื่อนได้เร็ว โดยอยากเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะเป็นการให้เบ็ดเขาไปตกปลา”

สำหรับการดำเนินโยบายเศรษฐกิจหลักๆ จะเน้นความต่อเนื่องของนโยบายที่ทำมาตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา จากเดิมที่มุ่งเน้นนโยบายแบบ "Quick Big Win" เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

“วันนี้ Quick อาจไม่มีความจำเป็นมากนัก แต่จะยกระดับสู่การสร้าง "Big Win" ให้กับเศรษฐกิจไทย ต่อยอดนโยบายเดิมที่ได้ทำมาโดยมีเป้าหมายหลักคือการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวในระยะสั้น ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาวเพื่อกระจายรายได้สู่ประชาชนทุกระดับ ทั้งมนุษย์เงินเดือน SME และชุมชน”

นอกจากนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้ปี 2569 เป็นปีแห่งการลงทุนไทยทั้งในด้านทรัพยากรมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศไทยให้ก้าวข้ามภาพลักษณ์การเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย โดยนโยบายที่มีอยู่พร้อมแล้วและความต่อเนื่องที่จะเกิดขึ้นรวมถึงความร่วมมือของทุกฝ่ายจะทำให้ประเทศไทยกลับมาแข็งแกร่งได้ในเวทีโลก

สำหรับจุดแข็งที่จะดึงดูดการลงทุนให้เข้ามาในประเทศไทย ได้แก่

  • สินค้าเกษตรของไทยที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยต้องเปลี่ยนจากเกษตรแบบเดิมสู่ Smart Agriculture โดยใช้เทคโนโลยีลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้เป็นระดับพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ตลาดโลก
  • อุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ไทยยังมีจุดแข็ง โดยสานต่อความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมรถยนต์สมัยใหม่ และ Smart Electronics
  • ภาคบริการระดับสู่ยกระดับการท่องเที่ยวสู่ระดับพรีเมี่ยม โดยเน้นกลุ่ม Wellness และการท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่มีมูลค่าสูง

“ความมั่นใจของนักลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ โดยปัจจุบันมีเงินลงทุนผ่าน BOI ที่รอการอนุมัติอยู่ถึง 480,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนนโยบาย BOI Fast Passเพื่อปลดล็อกกฎกติกาและเร่งให้เม็ดเงินจำนวนนี้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในปีนี้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณแผ่นดินเพิ่มเติมแม้แต่บาทเดียว ซึ่งจะเป็นการโชว์ศักยภาพให้นักลงทุนมั่นใจ”

ดร. เอกนิติ กล่าวว่า นอกจากการสนับสนุนการลงทุนและคนละครึ่งพลัสแล้วโครงการ SME Credit Boost และ ปิดหนี้ไวไปต่อได้ก็จะยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของการบังคับใช้งบประมาณปี 2570 ดร. เอกนิติ เปิดเผยว่า ความรวดเร็วในการจัดทำขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วคาดว่ากระบวนการอาจล่าช้าจากกรอบเวลาปกติเพียง 2-3 เดือน หรือจะเริ่มใช้งบประมาณปี 2570 ได้ ประมาณเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2569 จากเดิมที่ต้องใช้ในเดือน ต.ค. 2569

“ตอนนี้แต่ละหน่วยงานได้เตรียมทำงบประมาณปี 2570 ไว้แล้ว ผมคิดว่าถ้ามีรัฐบาลใหม่เมื่อไรก็คงมีปรับปรุงเล็กน้อย เราจะพยายายามทำให้เร็วที่สุดเพราะไม่อยากให้งบประมาณหยุดชะงักเพราะจะกระทบกับเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้าย มีรัฐบาลเร็วที่สุด มีงบประมาณใช้ดีที่สุด ก็จะเป็นประโยชน์ในการสร้างคงามต่อเนื่องให้กับเศรษฐกิจไทย ก็อยากให้เร็วที่สุดจะได้ไม่เป็นอุปสรรค”

ขณะที่รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอสำหรับงบประมาณที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ 1.4 แสนล้านบาทหรือไม่ ดร.เอกนิติ เปิดเผยว่า รัฐบาลสามารถทำนโยบายให้ตรงกับเป้าหมายได้ ขณะที่บางนโยบายไม่จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินใหม่เพียงแค่ปลดล็อกข้อจำกัดบางส่วน เช่น BOI Fast Pass หรือ SME Credit Boots ซึ่งจะทำอย่างต่อเนื่อง

ส่วนยืนยันหรือไม่ว่าจะได้นั่งเก้าอี้รองนายกฯ และรมว. คลัง ดร. เอกนิติ กล่าวว่า ก็เป็นไปตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (8 ก.พ. 2569) ว่าจะต้องเป็นแพ็ค 4 คือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบกับรัฐมนตรี

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...