โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ใครจะขึ้นมาเป็น'ผู้นำสูงสุด'คนใหม่ของอิหร่าน สายกลาง สายนักรบ หรือสายศาสนา?

The Better

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER

เพื่อจะที่จะเข้าใจว่าอิหร่านจะรบต่ออย่างไร เป็นการดีที่สุดที่จะรอผู้นำสูงสุดคนใหม่ที่จะมารับตำแหน่งแทนที่แอลี ฆอเมเนอีผู้ล่วงลับ

แต่จะต้องรอถึงเมื่อไรก็ยังไม่มีคำตอบ ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือประเมินว่ามี 'แคนดิเดต' คนไหนบ้างที่จะได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุด และคนๆ นั้นมีแนวคิดอย่างไร

แนวคิดของคนๆ นั้นจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของสงคราม ว่าจะต่อ จะหยุด หรือจะลากยาว

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกับตำแหน่ง 'ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน' (Supreme Leader of Iran) กันก่อน

ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งประมุขรัฐในทางพฤตินัย ส่วนในทางนิตินัยคือประธานาธิบดี

'ผู้นำสูงสุด' มีอำนาจสั่งการสูงสุดในทุกสาขาการปกครองรวมถึงกองทัพ ส่วนประธานาธิบดีมีอำนาจสั่งการรอง แม้จะมีอำนาจบริหารรัฐบาล แต่หากคำสั่งนั้นขัดต่อผู้นำสูงสุด ประธานาธิบดีก็ต้องหลีกทางให้

ผู้นำสูงสุดยังควบตำแหน่งผู้บัญชาการรทหารสูงสุด ส่วนประธานาธิบดีเป็นรองผู็บัญชาการทหารสูงสุด

ตำแหน่งประธานาธิบดีคัดสรรโดยการเลือกตั้ง แต่ผู้นำสูงสุดคัดสรรโดย 'สภาผู้เชี่ยวชาญ' (Assembly of Experts) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายศาสนา ซึ่งสภานี้ก็คัดเลือกมาโดยสภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council) ซึ่งประกอบไปด้วยครูสอนศาสนาชั้นนำ สภานี้มีลักษณะคล้ายกับ 'กรมการเมือง' ที่เป็นองคพายพกำหนดการบริหารประเทศนั่นเอง

โดยสรุปก็คือ ผู้นำสูงสุดคือครูผู้เชี่ยวชาญหลักศาสนาและยังมีบทบาททางการเมือง เมื่อดำรงตำแหน่งแล้ว ไม่เพียงชี้นำหลักการทางศาสนาแต่ยังกำหนดทิศทางนโยบายการเมืองของประเทศด้วย

ดังนั้น ผู้นำสูงสุดจึงมีอำนาจเด็ดขาดไปทุกแง่ทุม และยังดำรงตำแหน่งตลอดชีวิต ส่วนประธานาธิบดีนั้นมีวาระไม่กี่ปีก็ต้องสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป

การจะเข้าใจทิศทางที่อิหร่านจะมุ่งไป จึงต้องเข้าใจวิธีคิดของผู้นำสูงสุด

ในประวัติศาสตร์ของอิหร่านนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 มีผู้นำสูงสุดเพียง 2 ท่าน คือ รูฮุลลอฮ์ โคมัยนีและแอลี ฆอเมเนอี

คำถามตอนนี้ก็คือใครที่สามารถจะมาแทนที่ฆอเมเนอีได้บ้าง?

ตอนนี้มีแคนดิเดตที่น่าสนใจอยู่ 6 คน คือ

แอลิเรซา อาราฟี (Alireza Arafi), มูฮัมหมัด มีร์บากิรี (Muhammad Mirbaqiri), ซาดิก ลาริจานี (Sadiq Larijani), มอยตาบา ฆอเมเนอี (Mojtaba Khamenei), ฮัสซัน โคมัยนี (Hassan Khomeini)

ทั้ง 5 คนแรกมีพื้นเพมาจากการเป็นครูสอนศาสนา โดยสองคนหลังเป็นลูกและหลานของผู้นำสูงสุด โดยที่เก็งๆ กันไว้มาระยะหนึ่งว่า มอยตาบา ฆอเมเนอี ลูกชายของผู้นำสูงสุดคนก่อนมีโอกาสสูงมากที่จะสืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา

แต่คนที่อาจเป็นม้ามืดคือ ผู้ทรงอิทธิพลด้านความมั่นคงคนนี้

แอลี ลาริจานี (Ali Larijani) มีพื้นเพด้านการศึกษาทางโลก จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตรคอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งต่างจากแคนดิเดตคนอื่นๆ ที่มีพื้นเพการศึกษาทางศาสนา อันเป็นคุณสมบัติที่เป็นที่ต้องการมากกว่าสำหรับตำแหน่งผู้นำสูงสุด

สิ่งที่แอลี ลาริจานีมีมากกว่าคนอื่นคือประสบการณ์ด้านความมั่นคง โดยเฉพาะ "ผลงาน" ล่าสุดคือการเป็นมันสมองเบื้องหลังการปราบปรามการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศต่อต้านรัฐบาลเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ รัฐบาลอิหร่านใช้วิธีที่ดุดันในการกำราบผู้ประท้วง จนทำให้สถานการณ์สงบลงได้ เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับแอลี ลาริจานี

แต่เขาเป็นสายเหยี่ยวหรือสายพิราบกันแน่?

แม้จะเป็นมันสมองของการปราบผู้ชุมนุมและช่วยชีวิตรัฐบาลเอาไว้ได้ด้วยวิธีรุนแรง แต่เขากลับถือเป็น 'สายกลาง' หรือที่บางสื่อเรียกว่าเป็น 'นักปฏิบัตินิยม'

หมายถึงการเป็นคนที่ยืดหยุ่นได้ ไม่ได้มุ่งแต่จะรักษาหลักการยอมหักไม่ยอมงอ

เขาเป็นคนที่พิเศษคนหนึ่ง เพราะในขณะที่เป็นเป็นกุนซือหรือนักยุทธศาสร์ให้กับผู้นำสูงสุดคนก่อน แต่เขาก็ยังเป็นตัวแทนเจรจากับสหรัฐมานานหลายปี จนตะวันตกเห็นว่าเขาไม่ได้มีท่าทีแข็งกร้าวเหมือนเจ้านาย

แต่ตะวันตกมาเล่นงานเขาก็ตอนที่เขาเป็นผู้บัญชาการปราบผู้ประท้วงเมื่อไม่กี่อเดือนก่อนนี่เอง

ข้อหานี้ยังไม่หนักเท่ากับการสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโ๕รงการนิวเคลียร์ที่ยอมหักไม่ยอมงอมักจะถูกล็อคเป้าสังหารโดยอิสราเอลและสหรัฐฯ ซึ่งแอลี ฆอเมเนอีก็เป็นหนึ่งในนั้น รวมถึงอดีตประธานาธิบดีแมฮ์มูด แอฮ์แมดีเนฌอด ที่ถูกสังหารในสงครามครั้งล่าสุดนี้เช่นกัน

แต่แอลี ลาริจานีรอดมาได้ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ยอมงอไม่ยอมหักกับการเจรจากับตะวันตกเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ เราจะเห็นได้จากคำกล่าวของเขาที่ว่า "ในความเห็นของผม ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ หากความกังวลของชาวอเมริกันคืออิหร่านไม่ควรเดินหน้าไปสู่การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ นั่นก็สามารถแก้ไขได้"

แต่ในฐานะที่เขาเป็นเลขาของฆอเมเนอี เมื่อฆอเมเนอีต้องการให้เดินหน้าโครงการนิวเคลียร์เพื่อผลิตอาวุธขึ้นมา เขาก็ต้องน้อมรับคำสั่ง

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของอำนาจผู้นำสูงสุด ที่สั่งให้หันซ้ายหันขวาได้ แม้จะมีผู้ไม่เห็นด้วยก็ตาม

แต่หากลาริจานีกลายเป็นผู้นำสูงสุดเองเล่า?

แน่นอนว่า เขาอาจใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นมากกว่าเจ้านายของเขา คำถามก็คือคุณสมบัติของเขาจะเข้าตาสภาสภาผู้พิทักษ์และสภาผู้เชี่ยวชาญหรือไม่

ในสถานการณ์สงครามแบบนี้ สภาทั้งสอง (ที่เป็นผู้กำหนดผู้นำสูงสุดคนใหม่) อาจจะต้องสายแข็งมากกว่า

ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อธิบายไม่ได้ แต่อาจเป็นเหตุผลให้ลาริจานีอาจถูกกันออกไป

ย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคม 2021 ลาริจานีประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านในปี 2021 อย่างไรก็ตาม สภาผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ได้ตัดสินใจตัดสิทธิ์เขาจากการลงสมัครรับเลือกตั้ง เรื่องนี้สร้างความตกตะลึงให้กับทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่ายปฏิรูป ซึ่งการถูกตัดสิทธิ์ของลาริจานีนั้นเป็นสิ่งที่แม้แต่ผู้ต่อต้านเขาอย่างแข็งขันก็ยังคาดไม่ถึง

แต่สภาผู้พิทักษ์ก็ไม่ได้ประกาศเหตุผลที่ตัดสิทธิ์เขา

เราอาจคาดเดาได้ว่า

หนึ่ง สภาผู้พิทักษ์อาจต้องการเก็บเขาไว้ในฐานะผู้ช่วยประสานงานระหว่างผู้นำสูงสุดกับฝ่ายปฏิรูป

สอง เขาอาจเป็นฝ่ายประนีประนอมมากเกินไปในสายตาของสภาผู้พิทักษ์และชั้นผู้นำของอิหร่าน แม้จะมีประโยชน์ในฐานะ "ตัวแบ่งรับแรงกระแทก" จากตะวันตก แต่เขาอาจจะ "โอนอ่อน" เกินไปในฐานะผู้นำ

หากเป็นเหตุผลหลัง ก็อาจจะกลายเป็นเหตุผลเดียวกับที่ลาริจานีจะหมดสิทธิ์เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - อาลี ลาริจานี หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของอิหร่าน เข้าร่วมพิธีของกลุ่มฮิซบอลลาห์ ซึ่งเป็นกลุ่มชีอะห์ในเลบานอน เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีของการลอบสังหารฮัสซัน นัสราลลาห์ ผู้นำที่ดำรงตำแหน่งมายาวนานของกลุ่มโดยอิสราเอล ในชานเมืองทางใต้ของเบรุต เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2025 (Photo by ANWAR AMRO / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...