โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดฮอต!! ทุเรียน GI ไทยจาก 17 จังหวัด สร้างมูลค่า 6.8 หมื่นล้านตลาด

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 08.29 น. • The Bangkok Insight

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปลื้ม ทุเรียน GI ไทยกระแสแรง สร้างมูลค่า 6.8 หมื่นล้าน ชู 5 สุดยอดทุเรียนอัตลักษณ์ แชมป์มูลค่าสูงสุดแห่งปี

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยถึงภาพรวมความสำเร็จของการส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มทุเรียนไทย โดยทุเรียน GI ไทย 5 อันดับยอดนิยมที่สร้างมูลค่าการตลาดสูงสุดในปี 2568 ล้วนโดดเด่นด้วยอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่เชื่อมโยงกับปัจจัยทางภูมิศาสตร์

ทุเรียน GI ไทย

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ครองใจผู้บริโภค นำโดย ทุเรียนชุมพร ขึ้นแท่นอันดับ 1 ทุเรียน GI ที่มีมูลค่าสูงสุดกว่า 49,000 ล้านบาท โดดเด่นด้วยอัตลักษณ์เฉพาะตัว และแหล่งผลิตกว้างขวางจึงมีปริมาณการผลิตมากกว่า 379,000 ตัน ราคาขายเฉลี่ย 80 – 180 บาทต่อกิโลกรัม

สำหรับจุดเด่นเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่มีผลทรงกลม ร่องพูหนามชัดเจน เปลือกบาง เนื้อหนาเนียนละเอียด สีเหลืองอ่อน เส้นใยเหนียวนุ่ม รสชาติหวานมัน และมีกลิ่นหอมไม่ฉุน ซึ่งปลูกในพื้นที่ที่มีดินอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมสองฝั่งทะเล ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อความต้องการของต้นทุเรียน มีผลผลิตออกสู่ตลาดตลอดทั้งปี และมีมากช่วงเดือนพ.ค.-ก.พ.

อันดับที่ 2 ทุเรียนทองผาภูมิ รสสัมผัสละมุนแห่งเทือกเขาตะนาวศรีของจังหวัดกาญจนบุรี สร้างมูลค่ากว่า 6,900 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 9,224 ตัน ราคาขายเฉลี่ย 100-300 บาทต่อกิโลกรัม และบางช่วงราคาพุ่งสูงถึง 1,200 บาทต่อกิโลกรัม

จุดเด่นคือเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง เนื้อหนาเป็นครีมละเอียด สีเหลืองทองสวยงาม รสชาติหวานมัน กลิ่นไม่ฉุน และมีเปลือกบาง ซึ่งเป็นผลจากการปลูกในพื้นที่ดินลูกรังที่ระบายน้ำดีเยี่ยม ในเขตพื้นที่ 4 อำเภอของกาญจนบุรี ได้แก่ อำเภอทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค อำเภอสังขละบุรี และอำเภอศรีสวัสดิ์ และท่ามกลางสภาพอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงจากการอยู่ใกล้เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ ช่วยส่งเสริมให้เนื้อทุเรียนมีความเนียนนุ่ม แห้งและมีคุณภาพสูง โดยผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค.

อันดับที่ 3 ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ จากดินแดนภูเขาไฟโบราณ สู่ทุเรียนที่มีเนื้อแห้ง นุ่มเหนียว เนื้อละเอียด รสชาติหวานมันกำลังดี และกลิ่นหอมละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ มีทั้งพันธุ์หมอนทอง ชะนี และก้านยาว สร้างมูลค่าการตลาดกว่า 3,400 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 19,800 ตัน ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 150 – 200 บาทต่อกิโลกรัม

สำหรับความลับความอร่อยคือการปลูกในดินที่เกิดจากภูเขาไฟโบราณ (หินบะซอลต์) ในอำเภอขุนหาญ อำเภอกันทรลักษ์ และอำเภอศรีรัตนะ ซึ่งมีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชสูง ดินระบายน้ำได้ดีเยี่ยม ทำให้ทุเรียนไม่เป็นโรครากเน่าและเนื้อไม่แฉะ เริ่มมีการปลูกอย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2531 และกลายมาเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกในปัจจุบัน โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.

อันดับที่ 4 ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา อัญมณีจากใต้สุดแดนสยาม ทุเรียนที่ปลูกท่ามกลางหุบเขาและสายน้ำ ทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพสูง มีมูลค่าการตลาดกว่า 2,900 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 19,000 ตัน มีราคาขายเฉลี่ย 120-180 บาทต่อกิโลกรัม

จุดเด่น คือ เนื้อแห้ง ละเอียด เส้นใยน้อย รสชาติหวานมันเข้มข้น มีกลิ่นเฉพาะตัวตามสายพันธุ์ ทั้งหมอนทอง ก้านยาว ชะนี พวงมณี มูซังคิง และหนามดำ โดยชื่อ สะเด็ดน้ำ มาจากสภาพพื้นที่ปลูกที่เป็นภูเขาและเนินเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 100 เมตรขึ้นไป ซึ่งมีความลาดชันสูงทำให้ระบายน้ำได้เร็วมาก ส่งผลให้เนื้อทุเรียนไม่แฉะแม้ในพื้นที่ภาคใต้ที่มีฝนตกชุกตลอดปี เป็นอัตลักษณ์สำคัญที่เกิดจากภูมิศาสตร์ใต้สุดของประเทศ ผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.

อันดับที่ 5 ทุเรียนหมอนทองระยอง ตำนานความอร่อยจากชายฝั่งตะวันออก ต้นตำรับทุเรียนหมอนทองที่นำมาปลูกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 สร้างมูลค่าการตลาดกว่า 1,600 ล้านบาท ปริมาณการผลิตเฉลี่ยมากกว่า 9,400 ตัน ราคาจำหน่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 120 – 220 บาทต่อกิโลกรัม ด้วยภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อนที่มีลมทะเลพัดผ่านตลอดปี ช่วยให้ดินคายน้ำได้เร็วในช่วงเก็บเกี่ยว ทำให้ทุเรียนมีปริมาณน้ำในผลน้อย เนื้อจึงแห้งและเนียนนุ่มเป็นพิเศษ เป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาก จนเกษตรกรนำมาปลูกทั่วทั้งจังหวัดระยอง และผลผลิตออกสู่ตลาดช่วงเดือนก.พ.-ก.ค.

นอกจากนี้ ยังมีทุเรียน GI ไทยที่มีชื่อเสียงและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคอีกหลายรายการ ได้แก่ ทุเรียนนนท์ (นนทบุรี) ทุเรียนป่าละอู (ประจวบคีรีขันธ์) ทุเรียนปราจีน ทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์ ทุเรียนหลินลับแลอุตรดิตถ์ ทุเรียนสาลิกาพังงา ทุเรียนในวงระนอง ทุเรียนชะนีเกาะช้าง (ตราด) ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ (นครราชสีมา) ทุเรียนจันท์ (จันทบุรี) ทุเรียนทรายขาว (ปัตตานี) ทุเรียนทะเลหอย (กระบี่) ทุเรียนหมอนทองเขาบรรทัด (ตราด) และทุเรียนบางนรา (นราธิวาส) ซึ่งล้วนมีคุณภาพโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์โดนใจผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับมูลค่าการตลาดที่สูงของทุเรียน GI นี้เป็นเครื่องยืนยันว่า สินค้า GI ไม่เพียงแต่เป็นสินค้าแห่งคุณภาพ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร กระจายรายได้สู่ชุมชน โดยกรมฯ จะเดินหน้าส่งเสริมการรักษาและควบคุมคุณภาพ และขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ทุเรียน GI ไทยยังคงเป็นสินค้าเกรดพรีเมียมที่สร้างชื่อเสียงและรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงขอเชิญชวนผู้บริโภคสนับสนุนสินค้าทุเรียน GI เพื่อร่วมส่งต่อคุณค่าแห่งถิ่นกำเนิดให้คนในวงกว้างได้รับรู้ ทั้งนี้ กรมฯ จะส่งเสริมสินค้าทุเรียน GI และผลไม้ GI อื่นๆ ผ่านกิจกรรมและโครงการที่กรมฯ จัดขึ้น อาทิ การจัดงาน GI Market ในกรุงเทพฯ และ GI Market Roadshow ในต่างจังหวัด การผลักดันสินค้า GI เข้าสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ การจัดโซนจำหน่ายสินค้า GI ในงาน Thaifex-Anuga การนำผู้ประกอบการ GI เข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน Foodex Japan การขยายช่องทางการตลาดสินค้า GI ในรูปแบบ In-Store Promotion และตลาดค้าส่งผลไม้ในจีน เป็นต้น

เพื่อให้ทั่วโลกได้ลิ้มรสทุเรียนไทยคุณภาพสูงที่มีมาตรฐานการผลิตและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ทั้งยังเป็นพลังสำคัญที่ช่วยกระจายรายได้สู่เกษตรกรในท้องถิ่นและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนของประเทศได้อย่างแท้จริง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...