โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขั้นตอนการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง2569 - ประชามติ ทำยังไง

NATIONTV

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 10.54 น.

3 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เผยแพร่ข่าวเลขที่ 113/2569 วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ขั้นตอนการแจ้งเหตุ กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. หรือออกเสียงประชามติ ระบุว่า

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ออกไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ

ทั้งนี้ หากมีเหตุจำเป็นไม่ไปใช้สิทธิได้ สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ ตามขั้นตอน ดังนี้

เปิดขั้นตอนแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง - ประชามติ ต้องทำยังไง?

1. กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้

  • ช่วงเวลาก่อนวันเลือกตั้ง วันที่ 1 – 7 กุมภาพันธ์ 2569
  • ช่วงเวลาหลังวันเลือกตั้ง วันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569

ช่องทางการแจ้งเหตุ

1.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน

เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ

แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส.” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)

1.2 ยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น

1.3 ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

1.4 ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน

โดยแจ้งตามข้อ 1.2 – 1.4 ต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ ซึ่งต้องระบุ

• หมายเลขประจำตัวประชาชน

• ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

• เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว แต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

(1) ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(2) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

(3) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

(4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

(5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใด ให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง

2. กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงได้

  • ก่อนวันออกเสียง วันที่ 14 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569
  • หลังวันออกเสียง วันที่ 9 - 15 กุมภาพันธ์ 2569

ช่องทางการแจ้งเหตุ ดังนี้

2.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน

เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ

แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)

2.2 ยื่นด้วยตนเอง

2.3 ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน

2.4 ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนโดยแจ้งตามข้อ 2.2 – 2.4 ต้องยื่นแบบ อ.ส. 2/2 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ โดยระบุ

• หมายเลขประจำตัวประชาชน

• ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

• เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง

ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

(1) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

(2) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

(3) เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 9 (5) (บัญญัติว่า การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด)

(4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

(5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันออกเสียงครั้งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง และหากในการออกเสียงครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงอีกให้นับเวลาการจำกัดสิทธิครั้งหลังนี้โดยนับจากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงครั้งใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใดให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...