‘อนุทิน’ ย้ำชัด!! พรรคอันดับ 1 ชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่มีใครแย่ง
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 08.02 น. • The Bangkok Insight"อนุทิน" ย้ำชัด!! พรรคอันดับ 1 ชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่มีใครแย่ง มันเป็นมารยาท ไม่ปิดประตูจับมือน้ำเงิน-แดง ชี้ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร ไม่คิดแก้แค้น
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบุพรรค ภท.จะได้ สส.แบบแบ่งเขต 200 ที่นั่ง และสส.บัญชีรายชื่อ 20 ที่นั่ง ว่า ผมไม่เคยปราศรัยแบบนี้ แต่เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ไปปราศรัยที่ จ.สุพรรณบุรี มีแต่บอกเป็นสำเนียงเหน่อแบบสุพรรณบุรีว่า พ่อก็หมา แม่ก็หมา ลูกก็หมา หมากันทั้งบ้าน ไม่เคยพูดตัวเลขในการปราศรัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินหรือไม่ ตัวเลขล่าสุดของพรรค ภท.จะได้ สส.เท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า เขาประเมินก็ต้องเล็งผลเลิศไว้ก่อน เพราะเรามีการติดตามรณรงค์หาเสียงของผู้สมัคร สส.เราทุกเขตทั่วประเทศ เมื่อถามว่า จนถึงขณะนี้มีพรรคการเมืองใดมาทาบทามร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน ร้องโอ้ย!! พร้อมระบุว่า เอาให้ผ่านวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. ให้ได้ก่อนเถอะ
เมื่อถามถึงกรณีนายกฯระบุพรรค ภท.จะเป็นที่ 1 ในขั้ว หมายความว่าจะพยายามรวบรวมเสียงใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราพยายามรักษากติกาทางระบอบรัฐสภาให้มากที่สุด ซึ่งกำหนดไว้ว่าเลือกเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย เป็นรัฐบาลก็ควรมีเสียงในสภาเกินกึ่งหนึ่ง ถ้าจะเป็นแกนนำรัฐบาลควรจะเป็นพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในรัฐบาล ตรงไปตรงมาที่สุด ปฏิบัติมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตาม เมื่อถามว่า หลังปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. จะเห็นภาพการจับขั้วรัฐบาลได้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนว่ารอให้ตัวเลข จำนวน สส.ของแต่ละพรรคมันนิ่งก่อน ซึ่งกว่าจะนิ่งหลังจากปิดหีบ 17.00 น. ตัวเลขที่จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างน่าจะมี 21.00-22.00 น.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลการเลือกตั้งพรรคอันดับ 1 ควรจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นอย่างนั้นมาโดยตลอด พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน เมื่อจัดไม่ได้ก็เป็นสิทธิของพรรคอันดับ 2 เมื่อยังจัดไม่ได้อีกก็เป็นพรรคอันดับ 3 มันไล่ตามลำดับอยู่แล้ว ไม่เคยมีนะใครจะมาแย่งคนแรกจัด มันมีกฎ กติกา มารยาทของมันอยู่
เมื่อถามอีกว่า หากพรรคประชาชน (ปชน.) เป็นพรรคอันดับ 1 พรรค ภท.จะไม่จัดตั้งรัฐบาลแข่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคอันดับที่ 1 สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ก่อนอยู่แล้ว ลองดูการเลือกตั้งคราวที่ผ่านมา ทั้งปี 62 และปี 66 เป็นไปตามกลไก พรรคที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก็ยังดำรงสภาพเป็นพรรคที่มี สส.ในสภาสูงสุดทุกครั้ง ปี 62 พรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ ปี 66 พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกน ส่วนปี 69 “ก็” จากนั้นนายอนุทินได้หยุดพูดพร้อมกับพยักหน้า ก่อนจะกล่าวว่า มีแต่รัฐบาลของตนที่กำหนดวาระชัดเจน 4 เดือน มันก็เลยมีสภาพเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่ในขั้วรัฐบาลของตน พรรค ภท.ก็มีจำนวนสมาชิกมาก เราอยู่ในกติกา ไม่มีอะไรผิดแปลกไปจากการฟอร์มรัฐบาลอื่นเลย
เมื่อถามย้ำว่า หากพรรค ปชน.มาเป็นอันดับ 1 อาจจะถูกพรรคการเมืองอันดับ 2 3 และ 4 ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล และลอยแพ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเขาจัดได้ใครจะไปลอยแพเขาล่ะ ถ้าเขาจัดได้ สมมุติมาเป็นอันดับที่ 1 แล้วสามารถรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งได้ การฟอร์มรัฐบาลมันก็จบตรงนั้น
เมื่อถามว่า ในการจับขั้วรัฐบาลจะให้เวลาพรรคอันดับ 1 ในการจับขั้วรัฐบาลกี่วัน พรรคอื่นถึงจะตั้งรัฐบาลแข่งได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนก็เห็นทุกพรรคให้เวลาต่อกันและกันเสมอ อย่างคราวที่แล้วพอพรรคก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลต่อได้ก็มีสปิริตดีมาก ออกมาประกาศว่าเขาไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้และให้ทางพรรค พท.ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องรอให้พรรคอันดับ 1 ประกาศก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบคำว่าต้องหมายความว่าอะไร เพราะไม่เคยเป็นพรรคอันดับ 1 ไม่ใช่เป็นตัวกำหนดหรือเดินเกม
เมื่อถามว่า หากพรรค ปชน.เป็นอันดับ 1 พรรค ภท.จะไปโหวตแคนดิเดตนายกฯ จากพรรค ปชน.ให้หรือไม่ นายอนุทิน ย้อนถามกลับว่า เขาเรียกเราไหมล่ะ เขาเชิญเราไหมล่ะ และหากเชิญก็ต้องมานั่งคุยกัน เรายังไม่รู้ใครเป็นพรรคอันดับ 1 อันดับ 2 แล้วเงื่อนไขมีหรือไม่ รับนโยบายของเราได้หรือไม่ ไม่ใช่แบบพอตั้งรัฐบาลก็รับเงื่อนไข แต่พอผ่านไป 1 ปีแล้วเอาออกแบบนี้
"พรรค ปชน.ก็ทำตัวอย่างที่ดีเหมือนกัน ถ้าทำอะไรกับพรรค ปชน.เขาก็จะมี MOA หรือ MOU ซึ่งอย่าไปมองว่าเรื่องเยอะหรืออะไร มันก็ดี เหมือนมีคัมภีร์เอาไว้ให้เดินตาม เพราะบางที Gentleman agreement ถึงเวลาจริง ๆ ก็จะมีเหตุนู่นเหตุนี่ อ้างไปเรื่อย ทำให้เกิดความไม่นิ่งทางการเมือง" นายอนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรค ปชน.มาเชิญร่วมรัฐบาล พรรค ภท.จะมี MOA กำกับเขาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาไว้รอก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรก่อนผลการเลือกตั้งจะออก เพราะผลการเลือกตั้งมันถูกกำหนดโดยประชาชน เพราะฉะนั้น ไปพูดอะไรชี้นำ สำหรับตนการที่ไปพูดอะไรก่อนเท่ากับไม่รับฟังเสียงประชาชน หรือไม่ให้ความเคารพต่อเสียงประชาชน ตนก็ระมัดระวังตรงนี้มาก ๆ ผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามบ่อยเดี๋ยวเผลอ
เมื่อถามว่า หากพรรค ภท.มาเป็นอันดับ 1 ทุกอย่างจะง่ายและเร็วใช่หรือไม่ นายอนุทินร้องหึ!! พร้อมกับยิ้ม และไม่ตอบถาม
เมื่อถามย้ำ มีพรรคในใจที่จะจับมือร่วมรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินหัวเราะ ไม่ตอบคำถาม
เมื่อถามว่า ถ้าพรรค ภท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะมีการทำ MOA กับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเป็นการป้องกัน ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันจะต้องมีอะไรไว้เป็นถ้อยคำ
เมื่อถามอีกว่า การทำ MOA จะเป็นการย้อนเกล็ดกับสิ่งที่เขาเคยทำกับเราตอนเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันคนละเรื่องกัน เพราะ MOA นั้นเป็นการบอกกับเขาว่าอย่างไร เราก็อยู่ 4 เดือน แต่พอถึง 2 เดือนกว่า เขามีเงินเงื่อนไขที่อยู่นอก MOA มา ซึ่งเราไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้นได้ เขาก็บอกว่าอย่างนั้นให้เรายุบสภาไป ตนก็ยุบสภา เพราะมีคนบอกให้ตนยุบสภา เราเป็นเสียงข้างน้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ หลังการเลือกตั้ง พรรคสีแดงกับพรรคสีน้ำเงินจะจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ก็กลับไปคำตอบเดิม ตนต้องรอผลการเลือกตั้งให้นิ่งเสียก่อน ยังมีเวลา รัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องจัดภายในคืนวันที่ 8 ก.พ.หรือในสัปดาห์แรก ครั้งที่แล้วปี 66 ใช้เวลาการจัดตั้งรัฐบาล เกือบ 2 เดือนกว่าจะมีรัฐบาล เมื่อถามว่า จะให้คำมั่นกับพรรคกล้าธรรม (กธ.) อย่างไร หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเนื่องจากหลายพรรคประกาศไม่เอาพรรค กธ. นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้เราให้การเลือกตั้งดำเนินไปเสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อน ทุกพรรคควรจะใช้เวลา บริหารจัดการพรรคตัวเอง ให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า อีก 4 วัน จะถึงวันเข้าคูหาเลือกตั้งแล้วรู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ เพราะเป็นพรรคที่มีกระแสนำ นายอนุทิน กล่าวว่า ตื่นตัวมากกว่า คงไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะชีวิตนี้ผ่านการเลือกตั้ง ในฐานะหัวหน้าพรรคก็ 4 รอบแล้ว ในฐานะสมาชิกพรรคอีก สมัยก่อนตอนเด็ก ๆ ที่ตามพ่อไปดูการเมืองก็เห็นสภาพนี้มาหลายรอบแล้ว ค่อนข้างที่จะคาดเดาและบริหารความรู้สึก บริหารความคาดหวังได้ระดับหนึ่ง แต่ถามว่าตื่นตัวไหม มีลุ้นไหม ก็มีอยู่แล้ว มนุษย์ปุถุชนแข่งขันกัน เราก็ต้องลุ้น ให้ฝ่ายที่เรารับผิดชอบประสบความสำเร็จให้ได้มากที่สุด
เมื่อถามว่า กับพรรค พท.จะลืมเรื่องราวในอดีตที่เขาทำกับเราตอนนั้นแล้วกลับมาจับมือกันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนเป็นคนที่มีอุปนิสัย คือ คนที่ทำอะไรดีไว้ ก็ไม่ค่อยลืม คนที่ทำไม่ดีกับเราก็ลืม ๆ ลืมง่าย เพราะเราอยากเจอหน้าใครเราอยากจะยิ้มและยกมือไหว้ และไม่อยากคิดอะไรให้ขุ่นข้องหมองใจ
เมื่อถามอีกว่า คำว่าการเมืองไม่มี มิตรแท้และศัตรูที่ถาวรใช้ได้ กับนายกฯหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ศัตรูถาวรตนมีอยู่แล้ว แต่ตนจะแสดงออกหรือเปล่า แล้วมันมีประโยชน์อะไรในการไปทำ ตั้งแต่ที่ตนเป็นนายกฯมา 4 เดือน มีไหม ก็มีอำนาจมีไหม ก็มี คิดแก้แค้นเช็คบิลอะไรใคร ก็สามารถทำได้หมด แต่มันไม่มีประโยชน์ เพราะเราจะทุกข์ไปด้วย เราไปทำอะไรเขาเราก็ต้องระมัดระวังว่าเขาจะสวนกลับมา ทุกคนมีมือมีเท้าเท่ากัน ดีที่สุดคือ คิดแต่เรื่องดี ๆ ทุกคนก็มีเรื่องดี ๆ ต่อกัน ไอ้เรื่องที่ไม่ดีอย่างไรก็ไม่ลืม ก็อย่าไปเอามันขึ้นมาเป็นประเด็น เมื่อถามว่า พรรค พท.มาง้อหรือยัง นายอนุทินหัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า "อุ้ย ทำไมต้องง้อ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ลงพื้นที่อ่านใจประชาชนได้หรือไม่ ว่าประชาชนจะให้ผ่านโปรหรือไม่ในการทำงานช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็ถามทุกเวทีจะให้ผ่านโปรหรือเปล่า ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็ตบมือและส่งเสียงกรี๊ด ให้กับตน และตนก็ยังเสียงแหบอยู่ตอนนี้
เมื่อถามว่า วันเลือกตั้งจะมีวอร์รูมที่ไหนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่ จ.บุรีรัมย์ และวางแผนไว้ว่า จะขับรถตระเวนไปดูพื้นที่เลือกตั้ง ทั้งบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ตนเดินทางไปหาลูกบ้านบ่อยอยู่แล้ว พอถึงเวลาอันควร สอบถามจากเขตอื่น ๆ แล้วค่อยตัดสินใจ ว่าจะนอนค้างบุรีรัมย์ หรือจะกลับมาที่กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวไม่ต้องตาม เพราะอาจจะกลับกรุงเทพฯ
เมื่อถามว่า จะไม่มาลุ้นหรือจับขั้วที่กรุงเทพฯหรืออย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า อยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ อยู่ในบ้านก็รู้สึกโล่งใจ ปลอดภัยดี เมื่อถามอีกว่า ถ้ามีการจับมือหรือจับขั้วจะต้องไปหาที่ จ.บุรีรัมย์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามเพียงแค่หัวเราะในลำคอ
เมื่อถามย้ำว่า แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากต้องรักษาการตำแหน่งนายกฯด้วย จะรู้สึกกดดันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราทำในสิ่งที่ดีที่สุด อะไรที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด แล้วก็ต้องทำ ไม่ใช่ในฐานะนายกฯ ก็ทำหมดแล้ว ไม่มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ
เมื่อถามว่า หากได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบกังวลหรือไม่ว่า จะถูกเช็คบินในหลาย ๆ เรื่อง นายอนุทิน ย้อนถามว่า เรื่องอะไรบ้าง ผู้สื่อข่าวตอบว่า หลาย ๆ เรื่องทั้งเรื่องเขากระโดงและเรื่องฮั้ว สว. นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องเขากระโดงการรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังฟ้องอยู่ อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนและตามกฎหมาย ไม่มีการชี้นำ ไม่มีการกดดัน หรือแทรกแซงใด ๆ ทั้งสิ้น
"ผมพูดได้อย่างเต็มปาก ไม่ว่าจะเป็นตัวของผมเองหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ได้มีเรื่องนี้อยู่ในลำดับความสำคัญเพราะเป็นหน้าที่ของการรถไฟฯ ถ้าเขาคิดว่าทรัพย์สินนี้เป็นของเขา แล้วเขาคิดว่าถ้ามีใครมาบุกรุก เขาก็ต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่" นายอนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การรถไฟฯ ได้ส่งเรื่องมาที่มหาดไทยแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่จะทำเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทยจะต้องมีคำสั่งศาลสั่งมา ต้องฟ้องศาลให้เรียบร้อย กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยไม่สามารถที่จะไปเพิกถอนที่ดินของใครได้ถ้าไม่มีคำสั่งศาล สมมุติว่าถ้ามีคำสั่งศาลมาเมื่อไหร่ เขาก็ดำเนินการทันทีอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเลย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘อนุทิน’ สวนกลับ ‘ฮุน มาเนต’ ยัน ‘ไทย’ ไม่ได้รุกรานดินแดนเขมร!
- ‘นายกฯ’ เป็นประธานพิธีบรรจุอัฐิ 42 ทหารกล้า สละชีพพิทักษ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
- ‘อนุทิน’ มั่นใจไม่มีเหตุชายแดน 8 ก.พ.ได้เลือกตั้ง
ติดตามเราได้ที่