โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NASA ท้าประลองไอเดีย “Mars to Table” เฟ้นหานวัตกรรมผลิตอาหารปรุงสดบนดาวอังคาร ไม่ง้อเสบียงจากโลก

SPACEMAN

อัพเดต 07 ก.พ. เวลา 20.52 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. เวลา 13.49 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

องค์การนาซา (NASA) ประกาศเปิดตัวโครงการแข่งขันระดับโลกครั้งใหม่ในชื่อ "Deep Space Food Challenge: Mars to Table" เพื่อระดมสมองจากนวัตกร เชฟ นักศึกษา และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ร่วมกันออกแบบระบบผลิตอาหารแบบครบวงจรที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ 100% สำหรับรองรับภารกิจการสำรวจอวกาศห้วงลึกในระยะยาว ทั้งบนดวงจันทร์และดาวอังคาร โดยมีเงินรางวัลรวมสูงถึง 23.6 ล้านบาท (750,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

ในขณะที่โครงการอาร์เทมิส 2 (Artemis II) กำลังเตรียมความพร้อมส่งนักบินอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์เพื่อวางรากฐานสู่การตั้งถิ่นฐานอย่างยั่งยืน นาซามองเห็นความท้าทายสำคัญในการส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเดินทางและปฏิบัติภารกิจนานหลายเดือนหรือหลายปี การขนส่งเสบียงอาหารจากโลกไปเติมให้เพียงพอตลอดภารกิจนั้นเป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายมหาศาล ดังนั้น การสร้างระบบที่สามารถผลิตและปรุงอาหารได้เองในสถานที่ปฏิบัติงานจริงจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้นักบินอวกาศสามารถดำรงชีพอยู่ได้ไกลจากโลกมากยิ่งขึ้น

การเปิดตัวโครงการ "Mars to Table" ในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการ Deep Space Food Challenge ในเฟสที่ผ่านมา ซึ่งเคยมีตัวแทนจากประเทศไทยอย่าง "ทีม KEETA" (คีตะ) สร้างชื่อเสียงในระดับสากลด้วยการผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายในประเภททีมนานาชาติ (International Teams) มาแล้ว

ทีม KEETA ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของนักวิจัยและวิศวกรอวกาศชาวไทยจากหลากหลายสถาบัน ได้สร้างความประทับใจให้กับคณะกรรมการของนาซาด้วยการนำเสนอแนวคิด "Bio Culture" หรือการสร้างระบบนิเวศจิ๋วเพื่อผลิตอาหารอวกาศ โดยชูจุดเด่นเรื่องการนำภูมิปัญญาไทยอย่างการบริโภค "แมลง" เช่น หนอนไหมและด้วงสาคู มาผสานกับเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติ (3D Food Printer) เพื่อเปลี่ยนโปรตีนและสารอาหารจากแมลงให้กลายเป็นเมนูที่น่ารับประทานและเหมาะสมกับการใช้ชีวิตในอวกาศ ความสำเร็จของทีม KEETA ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยในอุตสาหกรรมอวกาศ แต่ยังเป็นการยืนยันว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านสามารถกลายเป็นนวัตกรรมระดับโลกได้

สำหรับความพิเศษของโครงการ Mars to Table ในปี พ.ศ. 2569 นี้ คือการยกระดับจากการแข่งขันทดลองผลิตอาหารในระยะแรก มาสู่การบูรณาการระบบผลิตและการเตรียมอาหารเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องออกแบบ "แผนมื้ออาหาร" สำหรับนักบินอวกาศที่อาศัยอยู่บนพื้นผิวดาวอังคาร โดยต้องครอบคลุมทั้งการวางผังระบบ การดำเนินงานอย่างละเอียด และต้องคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน ตั้งแต่คุณค่าทางโภชนาการ รสชาติที่ชวนรับประทาน ความปลอดภัย ไปจนถึงการออกแบบให้ระบบสามารถทำงานร่วมกับระบบควบคุมสภาวะแวดล้อมและสนับสนุนการดำรงชีวิต (Environmental Control and Life Support Systems) ของยานอวกาศได้

นอกจากเป้าหมายเพื่อการสำรวจอวกาศแล้ว นวัตกรรมที่เกิดขึ้นยังมีประโยชน์ต่อโลกอย่างมหาศาล ระบบการเพาะปลูกและถนอมอาหารที่มีประสิทธิภาพสูงในพื้นที่จำกัดและสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ห่างไกล เช่น สถานีวิจัยแถบขั้วโลก หรือพื้นที่ประสบภัยพิบัติที่ขาดแคลนทรัพยากร การสร้างสรรค์เมนูอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง น้ำหนักเบา และเก็บรักษาได้นาน จึงเป็นคำตอบสำหรับการดูแลผู้คนไม่ว่าจะอยู่บนโลกหรือบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

โอกาสของคนไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจดาวอังคาร

โครงการ Mars to Table เปิดรับสมัครไอเดียจากทั่วโลกตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 สำหรับคนไทยที่สนใจเข้าร่วมท้าทายความสามารถในระดับสากล และต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการสมัครหรือรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

  • คุณพีระรัชต์ ศิริอัมพัน (จีโน่)
    National Point of Contact
    Space Generation Advisory Council (SGAC)
    อีเมล: peerarust.siriamphan@spacegeneration.org

ถือเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยจะได้แสดงศักยภาพในเวทีโลกอีกครั้ง และร่วมกันค้นหาคำตอบว่า "เราจะกินอะไรกันบนดาวอังคาร?" เพื่อเตรียมความพร้อมให้มนุษยชาติก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการสำรวจดาวเคราะห์อย่างเต็มตัว

ข้อมูลอ้างอิง: NASA Deep Space Food Challenge

  • NASA Back for Seconds with New Food System Design Challenge
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...