โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สบน. เปิดไทม์ไลน์ 3 สถาบันจ่อประเมินเครดิตไทยปี 69 ลุ้นปรับ Outlook สู่ระดับมีเสถียรภาพ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 02.36 น.

สบน. กางไทม์ไลน์ Moody's, Fitch และ S&P เตรียมเข้าประเมินอันดับความน่าเชื่อถือประเทศไทยปี 2569 ให้น้ำหนัก 5 ปัจจัยหลัก หวังความชัดเจนแผนการคลัง-เสถียรภาพทางการเมือง หนุน 3 สถาบัน ปรับ Outlook ให้กลับสู่ระดับมีเสถียรภาพ

19 ก.พ. 2569 - นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดย 3 สถาบันจัดอันดับเครดิตในปี 69 ได้แก่ บริษัท มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ( Moody's Investors Service) , บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) และ บริษัท เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ (S&P Global Ratings) มีกำหนดการเตรียมเข้าประเมินสถานภาพทางเศรษฐกิจและวินัยทางการคลังของประเทศไทย

โดยไทม์ไลน์อันดับแรก คือ Moody's มีกำหนดเข้ามาประเมิน และประกาศผลในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2569 ขณะที่ Fitch Ratings และ S&P มีกำหนดเข้าประเมินและประกาศเครดิตไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ระหว่างเดือน ส.ค.-ก.ย. 2569 ซึ่งปัจจุบันสถานะเครดิตของประเทศไทยยังคงอยู่ที่ระดับน่าลงทุนที่ BBB+หรือ BAA1 สำหรับ Moody's

สำหรับการประเมินในครั้งนี้ ทางสถาบันจัดอันดับเครดิตจะให้น้ำหนักใน 5 ปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่

  • ความต่อเนื่องทางนโยบายและเสถียรภาพทางการเมือง โดยปัจจัยนี้เป็นประเด็นที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญสูงสุด โดย สบน. มั่นใจว่าผลจากการเลือกตั้งและการมีรัฐบาลเดิมที่มีความต่อเนื่องในการทำงาน จะเป็นแรงบวกสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่านโยบายเศรษฐกิจจะไม่สะดุด
  • การดูแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งจะพิจารณาความสามารถในการรักษาวินัยทางการคลัง ซึ่งล่าสุดประเทศไทยมีแผนการที่ชัดเจนในการปรับลดการขาดดุลงบประมาณลงอย่างต่อเนื่อง จาก 4% กว่า โดยตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลให้เหลือเพียง 3% ของ GDP ภายในปี 2573 เพื่อสร้างเสถียรภาพหนี้สาธารณะ
  • แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP โดยพิจารณาความสามารถของเศรษฐกิจไทยในการฟื้นตัวและเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน
  • การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและการรับมือสังคมสูงวัย โดยดูแผนการรับมือกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ซึ่งส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและภาระงบประมาณในอนาคต
  • แผนการรองรับอุตสาหกรรมใหม่และการเงินยั่งยืน เช่น การผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New s-Curve ) รวมถึงนวัตกรรมทางการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น การออกพันธบัตรสีน้ำเงิน และพันธบัตรสีเขียว เพื่อดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง

“เชื่อมั่นว่าด้วยความชัดเจนของแผนการคลังที่เน้นการลดขาดดุล ความมีเสถียรภาพทางการเมือง และทิศทางนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่มุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ จะเป็นเหตุผลที่ทำให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง 3 แห่ง มีมุมมองที่ดีต่ออันดับเครดิตของประเทศไทย และหวังว่าในอนาคตจะสามารถปรับมุมมอง หรือ Outlook ให้กลับสู่ระดับ เสถียรภาพได้”

รายงานข่าว กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2568 มี 2 สถาบัน คือ Moody's และ Fitch Ratings ได้ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือไทยลงมาอยู่ที่ระดับเชิงลบ ขณะที่ S&P ยังคงมุมมองความน่าเชื่อไทยในระดับมีเสถียรภาพ ทำให้การประเมินในรอบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจคงหรือปรับเปลี่ยนอันดับเครดิตของไทย ซึ่งในส่วนของการประเมิน Moody's กำหนดช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. 2569 มีโอกาสเลื่อนประกาศเครดิตออกไปได้ ถึงช่วงเดือนก.ย. 2569 เพื่อรอความชัดเจนการบริหารงานของรัฐบาลชุดใหม่

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...