มาแล้ว! เปิดภาพรถไฟฟ้ารางเบาคันแรก ฝีมือคนไทย ทำถึงมาก
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น กำลังเป็นที่จับตาในโลกออนไลน์กับโปรเจกต์ขบวนรถไฟแทรม (Tram) หรือรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail) ขอนแก่น ซึ่งอยู่ระหว่างการวิ่งทดสอบภายในรั้วมหาวิทยาลัย โดยคาดว่าอีกประมาณ 1 ปี นักศึกษาและชาวขอนแก่นจะได้ใช้บริการอย่างเต็มรูปแบบ
กว่ารถต้นแบบจะออกมาวิ่งทดสอบได้เช่นปัจจุบัน ใช้ระยะเวลาวิจัยและพัฒนานานไม่ต่ำกว่า 6-7 ปี โดย ผศ.ดร.ไพวรรณ เกิดตรวจ หัวหน้าโครงการวิจัยรถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยดังกล่าว ได้นำเสนอรายละเอียดของรถรางไฟฟ้าคันแรกของไทยให้ได้ทำความรู้จัก
ผศ.ดร.ไพวรรณ เปิดเผยว่า โครงการวิจัยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2563 ได้รับการสนับสนุนทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี
ตัวรถได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยนักวิจัยชาวไทย ซึ่งเดินทางไปศึกษาดูงานในประเทศเยอรมนี ญี่ปุ่น และจีน เพื่อเทียบเคียงมาตรฐานสากล ทั้งนี้ จังหวัดขอนแก่นมีแผนโครงการรถไฟฟ้ารางเบาระยะทาง 26 กิโลเมตรอยู่แล้ว แต่เป็นโครงการระยะยาวที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
หัวหน้าโครงการอธิบายว่า จุดมุ่งหมายแรกเริ่มของการวิจัย คือการพัฒนาต้นแบบเพื่อให้ภาคเอกชนนำไปต่อยอดผลิตใช้ในพื้นที่ต่างๆ เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยมุ่งทดสอบกระบวนการให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าต่างประเทศ ปัจจุบันเมื่อผลิตเป็นรถรางต้นแบบแล้ว ได้เข้าสู่ขั้นตอนทดสอบเดินรถในระยะทาง 450 เมตรต่อวัน ตั้งแต่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัย ผ่านอาคารต่างๆ ไปยังศูนย์ซ่อมบำรุง ซึ่งเริ่มทดสอบมาตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา
รถไฟฟ้ารางเบาคันดังกล่าวออกแบบโดยคนไทยตามมาตรฐานสากล รายละเอียดทั้งล้อและโบกี้ใช้ระบบไฮบริด สามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่และรับไฟจากสายเหนือศีรษะ พร้อมแผนพัฒนาไปสู่ระบบไฮโดรเจนในอนาคต ตัวรถประกอบด้วย 3 ตู้โดยสาร
รองรับผู้โดยสารได้ 120 คน ขณะนี้มีนักศึกษาและคณะดูงานเข้าใช้บริการระหว่างการทดสอบ นอกจากการทดสอบตามมาตรฐานต่างๆ แล้ว ยังมีแผนก่อสร้างสถานีและเปิดให้บริการภายในราว 1 ปี โดยมีเป้าหมายระยะยาวขยายเส้นทางออกสู่รอบเมืองแก่นนคร
ในกระบวนการผลิต ผู้วิจัยต้องสรรหาผู้ผลิตชิ้นส่วนจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งอยุธยา ชลบุรี และสมุทรปราการ แม้บางชิ้นส่วนยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อนำมาประกอบในไทย แต่ภาพรวมสามารถผลิตโดยคนไทยได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์
ภายหลังเผยแพร่ข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ผศ.ดร.ไพวรรณ ระบุว่า กระแสตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดี มีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก หลายคนแสดงความคิดเห็นอยากเห็นการผลิตรถไฟในประเทศ เนื่องจากรถไฟที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และไม่ได้ผลิตในประเทศไทย จึงสร้างกำลังใจให้ทีมวิจัยเดินหน้าพัฒนาโครงการต่อไป
เรียบเรียงโดย มุมข่าว