โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Agrihoods สร้างบ้านล้อม ฟาร์มผัก เพิ่มความมั่นคงทางอาหารให้ชุมชนเมือง

the Opener

เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 13.13 น. • The Opener

Agrihoods แนวคิดใหม่ของการอยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตของคนในเมือง ที่นำเสนอรูปแบบบ้านล้อมพื้นที่การเกษตร โดยมี “สวนผัก” เป็นศูนย์กลาง ในลักษณะเดียวกับชุมชนในยุคกลาง ที่บ้านเรือนประชาชนสร้างอยู่รอบพื้นที่จตุรัสใจกลางเมือง

Steinberg Hart บริษัทสถาปนิกผู้ออกแบบ agrihoods นำเสนอแนวคิดที่เรียบง่ายในการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนในเมืองใหญ่ โดยสร้างที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ ล้อมรอบด้วยฟาร์มที่มีการเพาะปลูกจริง ซึ่งมีทั้งแบบทาวน์เฮาส์ และอพาร์ทเมนต์ มีทั้งให้เช่าตามราคาตลาด และที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา พร้อมมีศูนย์ชุมชนและร้านค้า

ปัจจุบัน มีโครงการ Agrihoods สองแห่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย แห่งแรกที่เมืองซานตาคลารา ทางตอนใต้ของซานฟรานซิสโก และอีกแห่ง คือ โครงการ Fox Point Farms ในเมืองเอนซินีทัส ทางเหนือของซานดิเอโก

แนวคิด agrihoods หรือชุมชนที่มี “ฟาร์ม” เป็นศูนย์กลาง จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางอาหารให้กับชาวเมืองที่อยู่อาศัยในโครงการ ซึ่งทำให้การอยู่อาศัยในเมืองนอกจากมีภูมิทัศน์ที่มีความสวยงามแล้ว ยังช่วยเรื่องความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ จากการช่วยลดอุณหภูมิในสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด และช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้กับเมือง

วินเซนต์ มัดด์ หุ้นส่วนของ Steinberg Hart บอกว่า agrihood สามารถสร้างได้ในแทบทุกที่ เพราะโครงการลักษณะนี้ยังคงสร้างกิจกรรมทางการค้า รักษาการจ้างงาน สร้างรายได้ทางด้านภาษีจากการค้าปลีก รวมถึงจัดหาที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึงให้กับกลุ่มคนหลายระดับรายได้

“ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย มักมีปัญหากับการจัดสรรพื้นที่เปิดโล่ง เพราะพวกเขาอยากสร้างที่อยู่อาศัยให้ได้จำนวนมากที่สุด หนึ่งในวิธีเชื่อมช่องว่างนั้นคือ การใช้พื้นที่เปิดโล่งที่มีการใช้งานจริงที่สามารถสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ได้” วินเซนต์ กล่าว

มีงานวิจัยพบว่า เมืองลอสแอนเจลิสสามารถผลิตผักได้มากถึง 1 ใน 3 ของความต้องการบริโภค หากเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นสวนผัก

ฟาร์มในเมือง นอกจากเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยลดความแข็งกระด้างของภูมิทัศน์ที่เต็มไปด้วยคอนกรีต ยังช่วยการระบายน้ำฝนให้ซึมลงดินโดยตรง เป็นการลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมเมือง อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งทำให้พายุฝนรุนแรงมากขึ้น

Agrihoods ยังช่วยเรื่องปรากฏการณ์ “เกาะความร้อนในเมือง” พืชผักที่ปลูกจะช่วยลดความร้อนผ่านการคายน้ำ ทำให้อากาศในเมืองเย็นลง การปลูกดอกไม้พื้นถิ่น นอกจากช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับเมืองแล้ว ยังดึงดูดสัตว์ขนาดเล็ก เช่น แมลงผสมเกสร นกฮัมมิงเบิร์ด และค้างคาวซึ่งกินยุงเป็นอาหาร ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้ระบบนิเวศกับเมือง

ส่วนการดำเนินงานของ agrihood ต้องอยู่บนหลักการมีส่วนร่วมของชุมชน ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน คนในชุมชนต้องตัดสินใจร่วมกันว่า จะปลูกอะไร แนวคิดหลัก คือ การมีผลผลิตมากที่สุดบนพื้นที่ที่จำกัด และผักผลไม้ที่ผลิตได้นั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เมื่อกำหนดชนิดพืชที่จะปลูกได้แล้ว ชุมชนต้องวางแผนเรื่องระบบทำความเย็นและการเก็บรักษาผลผลิต ตลอดจนตัดสินใจว่า จะเปิดแผงเพื่อขายผลผลิต หรือจะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบที่ร้านอาหารภายในโครงการ รวมถึงต้องคาดการณ์ค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานดูแลฟาร์ม

ลารา เฮอร์แมนสัน ผู้ช่วยออกแบบและดูแลฟาร์มของชุมชนบอกว่า agrihood ไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารล้อมพื้นที่สีเขียวแล้วจบ แต่ทุกอย่างต้องถูกวางแผนก่อนเริ่มออกแบบ และฟาร์มที่ประสบความสำเร็จต้องมีงบประมาณที่ชัดเจนและเพียงพอ ต้องมีบุคลากรพร้อม รวมถึงชุมชนเองก็ต้องรู้ว่าจะได้รับประโยชน์อะไรจากโครงการนี้

ที่มา
What Happens When a Neighborhood Is Built Around a Farm?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...