ปชน.ส่อผิดกม. ขอเลขหลังบัตรปชช.สมัครสมาชิกพรรค ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง
“ปชน.” ส่อฝ่าฝืนคำสั่งกรมการปกครอง หลังขอเลขหลังบัตรประชาชนสมัครสมาชิกพรรค ขณะที่โปรแกรมอยู่ระหว่างขออนุญาต แต่รวบรวมไปเเล้ว กว่า 1.1แสนคน ส่อผิดกฎหมาย
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวพรรคประชาชนขอข้อมูลผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคโดยขอข้อมูลรหัส 12 หลักหลังบัตรประชาชน (Laser ID) ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
เพราะ พ.ร.ป.พรรคการเมือง นั้นวางหลักไว้ว่าพรรคการเมืองไม่ใช่หน่วยงาน องค์กรภาครัฐหรือสถาบันการเงินที่จะมีสิทธิตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้ แม้พรรคประชาชนจะโพสต์เหตุผลในการขอ Laser ID ของผู้จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคไว้ แต่เมื่อพิจารณาประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องการรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ของสำนักงาน กกต. ข้อ 5 ระบุว่า เอกสารการรับสมัครสมาชิกพรรคการเมืองประกอบการรายงาน ตามข้อ 4 ประกอบด้วย สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน, สําเนาทะเบียนบ้านด้านหน้า, สําเนาหนังสือสําคัญการแปลงสัญชาติกรณีมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้ยืนยันแทนได้ และสําเนาใบเสร็จรับเงินค่าบํารุงพรรคการเมือง
แม้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่าการเก็บข้อมูลจาก Laser ID นั้น พรรคปฏิบัติตามที่กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยระบุ เเต่มีการยืนยันจากกรมการปกครองว่า พรรคประชาชนขออนุญาตจากกรมการปกครองในการตรวจสอบข้อมูล Laser ID ใหม่อีกครั้ง เเละยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของกรมการปกครองว่าจะอนุญาตหรือไม่ เเละมีรายงานว่า กรมการปกครองชี้แจงชั้นต้นว่าการที่พรรคประชาชน อ้างถึงกระบวนการเก็บรหัส Laser ID หลังบัตรประชาชนนั้นเป็นไปตามขั้นตอนกรมการปกครองที่ให้พรรคการเมืองเก็บเพื่อยืนยันตัวตน ป้องกันไม่ให้นำคนต่างด้าวมาสมัครสมาชิกโดยการสวมเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ว่าเรื่องนี้พรรคประชาชนทำหนังสือถึงกรมการปกครอง เพื่อขอใช้ระบบการตรวจสอบรายการบัตรสมาร์ทการ์ดเท่านั้น และเป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นข้อมูลของบุคคลนั้นๆ ว่าจริงหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนการยืนยันว่าเป็นข้อมูลของพรรคเอง กรมการปกครองไม่ได้มีคำสั่งแบบนั้นไปยังพรรคประชาชนให้ปฏิบัติ
ส่วนเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ได้ระบุว่าหลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ของกรมการปกครอง การขออนุญาตใช้งาน โดยมีขั้นตอนดังนี้
1.หน่วยงานทำหนังสือขออนุญาตใช้งาน เรียน อธิบดีกรมการปกครอง ส่งมาตามที่อยู่ สำนักบริหารการทะเบียน 59 หมู่ 11 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150 (มีตัวอย่างหนังสือและแบบการขออนุญาตฯ)
2.หน่วยงานเข้าไปลงทะเบียนเพื่อขอใช้งานที่เว็บไซต์ https://digitalid.bora.dopa.go.th (สามารถทำพร้อมกับหนังสือขออนุญาตได้)
3.“เมื่อหน่วยงานได้รับอนุญาตให้ใช้งานระบบได้ กรมการปกครองจะดำเนินการอนุมัติในระบบลงทะเบียน พร้อมจัดส่งหนังสืออนุญาตและคู่มือการพัฒนาระบบให้กับหน่วยงานผู้ขออนุญาต”
ดังนั้นการที่พรรคประชาชนดำเนินการเก็บข้อมูล Laser ID ของผู้สมัครสมาชิกพรรคที่ตอนนี้มีสมาชิกพรรคแล้วกว่า 1.1 แสนคนไปแล้วโดยยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองนั้น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพรรคประชาชนไม่ได้นำข้อมูลส่วนบุคคลในบัตรประชาชนของสมาชิกพรรคไปใช้ แม้พรรคประชาชนจะอ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวของพรรคเพื่อป้องกันการสวมสิทธิและตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย
รวมทั้งพิจารณาประกาศกรมการปกครอง เริ่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตให้ส่วนราชการเเละหน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับการอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์(สมาร์ท การ์ด) ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2561 จำนวน 12 ข้อ ตาม https://www.bora.dopa.go.th/wp-content/uploads/2022/01/pk611008.pdf โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ
ข้อ 5 กรมการปกครองจะอนุญาตให้หน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน ตามเงื่อนไขดังนี้
5.1 หน่วยงานนั้นจะต้องมีความจำเป็นในการขอตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานเอกชนที่กำหนดให้บุคคลที่ติดต่อขอทำธุรกรรมหรือนิติกรรมกับหน่วยงานต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน
5.2 จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบัตรให้ตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชน
6.เมื่อกรมการปกครองอนุญาตให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาขนแล้ว ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนนั้นจะต้องมีหนังสือตอบรับการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนดก่อนจึงจะสามารถใช้โปรแกรมดังกล่าวได้โดยกรมการปกครองจะกำหนดรหัสข้อมูลที่จะใช้อ้างอิงในการประมวลผลให้เป็นไปตามมาตรฐานกลางเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันและเป็นเอกภาพ
“โดยในข้อที่ 5 เเละข้อที่ 6 ระบุใจความหลักว่าการอนุญาตใช้โปรแกรมนี้ต้องได้รับอนุญาตและต้องมีหนังสือตอบรับว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนด”
แต่จากสิ่งที่พรรคประชาชนแจ้งกับสังคมนั้นเป็นการยอมรับว่า ได้ขออนุญาตกับกรมการปกครองแล้วแต่กรมการปกครอง “ยังไม่ได้อนุญาต” ให้พรรคในการใช้โปรแกรมนี้ ดังนั้นหากพรรคประชาชน โดยนายทะเบียนสมาชิกพรรคในฐานะผู้มีหน้าที่โดยตรงในการรวบรวมข้อมูลของสมาชิกพรรคและต้องรายงานต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงาน กกต. นั้น หากพรรคประชาชนกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายหรือกระทำการใดๆ ในกรณีนี้ โดยที่ส่วนราชการคือกรมการปกครองยังไม่อนุญาตนั้น พรรคอาจมีความผิดด้วยและอาจจะเกิดผลกระทบคือ ยุบพรรคในการไปเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA ของสมาชิกพรรคโดยไม่จำเป็นและกฎหมาย/ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (กรมการปกครอง) ยังไม่อนุญาตให้พรรคดำเนินการ
หากพรรคประชาชนมีความผิดในเรื่องนี้ อาจจะโดนยื่นยุบพรรคเพราะตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น องค์ประกอบสำคัญของคณะกรรมการบริหารพรรคประกอบหัวหน้าพรรค, รองหัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค, รองเลขาธิการพรรค, เหรัญญิกพรรค, นายทะเบียนสมาชิกพรรค, โฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรค
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปชน.ส่อผิดกม. ขอเลขหลังบัตรปชช.สมัครสมาชิกพรรค ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th