โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปชน.ส่อผิดกม. ขอเลขหลังบัตรปชช.สมัครสมาชิกพรรค ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 07.19 น.

“ปชน.” ส่อฝ่าฝืนคำสั่งกรมการปกครอง หลังขอเลขหลังบัตรประชาชนสมัครสมาชิกพรรค ขณะที่โปรแกรมอยู่ระหว่างขออนุญาต แต่รวบรวมไปเเล้ว กว่า 1.1แสนคน ส่อผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวพรรคประชาชนขอข้อมูลผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคโดยขอข้อมูลรหัส 12 หลักหลังบัตรประชาชน (Laser ID) ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

เพราะ พ.ร.ป.พรรคการเมือง นั้นวางหลักไว้ว่าพรรคการเมืองไม่ใช่หน่วยงาน องค์กรภาครัฐหรือสถาบันการเงินที่จะมีสิทธิตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้ แม้พรรคประชาชนจะโพสต์เหตุผลในการขอ Laser ID ของผู้จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคไว้ แต่เมื่อพิจารณาประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องการรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ของสำนักงาน กกต. ข้อ 5 ระบุว่า เอกสารการรับสมัครสมาชิกพรรคการเมืองประกอบการรายงาน ตามข้อ 4 ประกอบด้วย สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน, สําเนาทะเบียนบ้านด้านหน้า, สําเนาหนังสือสําคัญการแปลงสัญชาติกรณีมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้ยืนยันแทนได้ และสําเนาใบเสร็จรับเงินค่าบํารุงพรรคการเมือง

แม้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่าการเก็บข้อมูลจาก Laser ID นั้น พรรคปฏิบัติตามที่กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยระบุ เเต่มีการยืนยันจากกรมการปกครองว่า พรรคประชาชนขออนุญาตจากกรมการปกครองในการตรวจสอบข้อมูล Laser ID ใหม่อีกครั้ง เเละยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของกรมการปกครองว่าจะอนุญาตหรือไม่ เเละมีรายงานว่า กรมการปกครองชี้แจงชั้นต้นว่าการที่พรรคประชาชน อ้างถึงกระบวนการเก็บรหัส Laser ID หลังบัตรประชาชนนั้นเป็นไปตามขั้นตอนกรมการปกครองที่ให้พรรคการเมืองเก็บเพื่อยืนยันตัวตน ป้องกันไม่ให้นำคนต่างด้าวมาสมัครสมาชิกโดยการสวมเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ว่าเรื่องนี้พรรคประชาชนทำหนังสือถึงกรมการปกครอง เพื่อขอใช้ระบบการตรวจสอบรายการบัตรสมาร์ทการ์ดเท่านั้น และเป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นข้อมูลของบุคคลนั้นๆ ว่าจริงหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนการยืนยันว่าเป็นข้อมูลของพรรคเอง กรมการปกครองไม่ได้มีคำสั่งแบบนั้นไปยังพรรคประชาชนให้ปฏิบัติ

ส่วนเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ได้ระบุว่าหลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ของกรมการปกครอง การขออนุญาตใช้งาน โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.หน่วยงานทำหนังสือขออนุญาตใช้งาน เรียน อธิบดีกรมการปกครอง ส่งมาตามที่อยู่ สำนักบริหารการทะเบียน 59 หมู่ 11 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150 (มีตัวอย่างหนังสือและแบบการขออนุญาตฯ)

2.หน่วยงานเข้าไปลงทะเบียนเพื่อขอใช้งานที่เว็บไซต์ https://digitalid.bora.dopa.go.th (สามารถทำพร้อมกับหนังสือขออนุญาตได้)

3.“เมื่อหน่วยงานได้รับอนุญาตให้ใช้งานระบบได้ กรมการปกครองจะดำเนินการอนุมัติในระบบลงทะเบียน พร้อมจัดส่งหนังสืออนุญาตและคู่มือการพัฒนาระบบให้กับหน่วยงานผู้ขออนุญาต”

ดังนั้นการที่พรรคประชาชนดำเนินการเก็บข้อมูล Laser ID ของผู้สมัครสมาชิกพรรคที่ตอนนี้มีสมาชิกพรรคแล้วกว่า 1.1 แสนคนไปแล้วโดยยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองนั้น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพรรคประชาชนไม่ได้นำข้อมูลส่วนบุคคลในบัตรประชาชนของสมาชิกพรรคไปใช้ แม้พรรคประชาชนจะอ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวของพรรคเพื่อป้องกันการสวมสิทธิและตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

รวมทั้งพิจารณาประกาศกรมการปกครอง เริ่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตให้ส่วนราชการเเละหน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับการอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์(สมาร์ท การ์ด) ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2561 จำนวน 12 ข้อ ตาม https://www.bora.dopa.go.th/wp-content/uploads/2022/01/pk611008.pdf โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ

ข้อ 5 กรมการปกครองจะอนุญาตให้หน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน ตามเงื่อนไขดังนี้

5.1 หน่วยงานนั้นจะต้องมีความจำเป็นในการขอตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานเอกชนที่กำหนดให้บุคคลที่ติดต่อขอทำธุรกรรมหรือนิติกรรมกับหน่วยงานต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน

5.2 จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบัตรให้ตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชน

6.เมื่อกรมการปกครองอนุญาตให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาขนแล้ว ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนนั้นจะต้องมีหนังสือตอบรับการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนดก่อนจึงจะสามารถใช้โปรแกรมดังกล่าวได้โดยกรมการปกครองจะกำหนดรหัสข้อมูลที่จะใช้อ้างอิงในการประมวลผลให้เป็นไปตามมาตรฐานกลางเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันและเป็นเอกภาพ

“โดยในข้อที่ 5 เเละข้อที่ 6 ระบุใจความหลักว่าการอนุญาตใช้โปรแกรมนี้ต้องได้รับอนุญาตและต้องมีหนังสือตอบรับว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนด”

แต่จากสิ่งที่พรรคประชาชนแจ้งกับสังคมนั้นเป็นการยอมรับว่า ได้ขออนุญาตกับกรมการปกครองแล้วแต่กรมการปกครอง “ยังไม่ได้อนุญาต” ให้พรรคในการใช้โปรแกรมนี้ ดังนั้นหากพรรคประชาชน โดยนายทะเบียนสมาชิกพรรคในฐานะผู้มีหน้าที่โดยตรงในการรวบรวมข้อมูลของสมาชิกพรรคและต้องรายงานต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงาน กกต. นั้น หากพรรคประชาชนกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายหรือกระทำการใดๆ ในกรณีนี้ โดยที่ส่วนราชการคือกรมการปกครองยังไม่อนุญาตนั้น พรรคอาจมีความผิดด้วยและอาจจะเกิดผลกระทบคือ ยุบพรรคในการไปเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA ของสมาชิกพรรคโดยไม่จำเป็นและกฎหมาย/ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (กรมการปกครอง) ยังไม่อนุญาตให้พรรคดำเนินการ

หากพรรคประชาชนมีความผิดในเรื่องนี้ อาจจะโดนยื่นยุบพรรคเพราะตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น องค์ประกอบสำคัญของคณะกรรมการบริหารพรรคประกอบหัวหน้าพรรค, รองหัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค, รองเลขาธิการพรรค, เหรัญญิกพรรค, นายทะเบียนสมาชิกพรรค, โฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรค

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปชน.ส่อผิดกม. ขอเลขหลังบัตรปชช.สมัครสมาชิกพรรค ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...