โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MEDEZE รุกเร็วต่างประเทศ ขึ้นชั้นไบโอเทคยาจากเซลล์

ทันหุ้น

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

#MEDEZE #ทันหุ้น – MEDEZE เขย่าไบโอเทค กางแผนปี 2569 รายได้ทะยานแตะ 1,000 ล้านบาท มาร์จิ้นขยับสูง ได้สิทธิBOI ภาษีลดวูบเหลือ 2%หนุนกำไรวางเกมต่างแดนผงาดเบอร์ 1 อาเซียนชูกลยุทธ์ Asset-Light ขยายแฟรนไชส์ต่างประเทศ โกยค่าที่ปรึกษา-รอยัลตี้ฟีปักหมุดฟิลิปปินส์ ชูงานวิจัยสเต็มเซลล์รักษาโรคคืบ ศิริราช-จุฬาร่วมศึกษา

นพ.วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ที่จะเติบโตจนแตะระดับ 1,000 ล้านบาท โดยการที่ไทยมีรัฐบาลเสถียรภาพเข้มแข็ง และสถานะของไทยปลอดภัยจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก จะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจในภาพรวมและทำให้ลูกค้ามีความกล้าที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

ขณะที่อัตรากำไรของบริษัทในปีนี้จะปรับตัวดีขึ้น นอกจากการเพิ่มขึ้นตามยอดขายแล้ว ยังมีปัจจัยบวกคือสิทธิประโยชน์จาก BOI ที่ได้รับยกเว้นภาษีเป็นเวลา 8 ปี ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีจ่ายจริงลดลงจาก 12% เหลือเพียง 2% เท่านั้น ส่งผลโดยตรงให้อัตรากำไรสุทธิของบริษัทพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ยังมีแผนลดต้นทุนผ่านการนำเข้าวัสดุพลาสติกทางการแพทย์โดยตรงจากต่างประเทศ และการสร้างโรงงานผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์เอง

@เบอร์ต้นอาเซียน

ปัจจุบัน MEDEZE คือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ ธนาคารเซลล์ (Cell Banking) ผ่านขั้นตอนการตรวจประเมินมาตรฐานไปแล้ว จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กำลังอยู่ระหว่างตั้งเป้าหมายที่จะได้รับใบรับรอง GMP เป็นรายแรกของไทยภายในช่วงครึ่งปีแรกเพื่อต่อยอดสู่การผลิตยาต่อไป

ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สูงกว่าบริษัทจดทะเบียนในสิงคโปร์ถึง 5-6 เท่า แม้แต่ในประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ MEDEZE บริษัทยังมีกำไรสุทธิที่โดดเด่นกว่าอย่างเห็นได้ชัด

“ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ เราชนะเขาขาดลอยในแง่ของผลกำไร และเรากำลังก้าวข้ามจากการเป็นแค่ธนาคารรับฝากเซลล์ไปสู่การเป็นบริษัท Biopharmaceutical (ยาที่ผลิตจากสเต็มเซลล์หรือเทคโนโลยีชีวภาพ) เต็มรูปแบบ” นพ.วีรพลกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทยังมีศักยภาพในการแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ในจีนซึ่งดำเนินธุรกิจทั้งธนาคารเซลล์และ Biopharmaceutical โดย MEDEZE ถือไพ่เหนือกว่าด้วยสิทธิบัตรการผลิตสเต็มเซลล์จากรากผม (Hair Follicle Stem Cell) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่จีนยังไม่มี อย่างไรก็ดีในเชิงของ พี/อี นั้นบริษัทยังถูกกว่าจีนมาก

โดยจะเร่งในการนำเทคโนโลยีเข้าถึงในภูมิภาคให้รวดเร็ว ซึ่งเป็นสูตรในการขยายฐานของบริษัทเทคทั่วโลก

@ โกยรายได้ต่างแดนแบบ Asset-Light

อย่างไรก็ดีแผนการขยายฐานธุรกิจสู่ต่างประเทศ MEDEZE ใช้โมเดล “Asset-Light” ซึ่งเป็นกลยุทธ์การขายองค์ความรู้ (Know-How) และนวัตกรรมของคนไทยออกสู่ตลาดโลกโดยไม่ต้องลงทุนเองเพื่อลดความเสี่ยง โดยบริษัทจะได้รับรายได้ ทั้ง ค่าที่ปรึกษา ค่ารอยัลตี้ การขายวัสดุอุปกรณ์และน้ำยาเลี้ยงเซลล์ ที่บริษัทผลิตเองและควบคุม Ecosystem ทั้งหมด รวมถึงค่าสิทธิบัตรและงานวิจัย

โดยปีนี้เตรียมเปิดตลาดใหญ่ที่ ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก ซึ่งมีการเจรจากับพันธมิตรที่จะลงทุนบ้างแล้ว เบื้องต้นจะมีการจัดเก็บเซลล์ที่ไทยก่อน ก่อนที่จะมีการดำเนินการเต็มรูปแบบคล้ายๆ ไทยมั่นใจการดำเนินการดังกล่าว จะช่วยดันรายได้ต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่องโดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนเพิ่ม

@ลุยนวัตกรรม

MEDEZE ยังเดินหน้าโครงการ Sandbox และการวิจัยเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ในการรักษาโรค ร่วมกับสถาบันการแพทย์ชั้นนำอย่าง ศิริราช และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยบริษัทควักกระเป๋าลงทุนวิจัยเองโรคละ 50 ล้านบาท เพื่อรักษาลิขสิทธิ์และส่วนแบ่งกำไรทั้งหมดไว้ที่บริษัท โดยคาดว่างานวิจัยในเฟส 3 และ 4 จะเสร็จสิ้นภายใน 1-2 ปี ซึ่งจะทำให้สามารถให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มตัว

“เราเน้นทำ Evidence-Based Medicine เพื่อพิสูจน์ให้วงการแพทย์เห็นว่าสเต็มเซลล์รักษาสามารถรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม, SLE (พุ่มพวง), หรือฟื้นฟูตับไตได้จริง”

นอกจากนี้บริษังยังเดินหน้าผลิต “หุ่นยนต์ผลิตเซลล์แห่งแรกของโลก” (Robot Cell Production) ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาพลิกโฉมการผลิตจากการใช้แรงงานคนมาเป็นระบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถขยายกำลังการผลิตได้อย่างไร้ขีดจำกัด คล้ายกับการผลิตแบบอุตสาหกรรมที่ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) แต่รายได้สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด

@ Land of Biotechnology

เป้าหมายสูงสุดของMEDEZE คือการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศไทยจาก Land of Smile ให้กลายเป็นLand of Biotechnology โดยการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของอุตสาหกรรม ATMP (Advanced Therapy Medicinal Products) ให้แข็งแกร่ง มุ่งเน้นตลาดการป้องกันโรค (Prevention) ที่มีสัดส่วนถึง 80% ของประชากร ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและยั่งยืนกว่ากลุ่มผู้ป่วย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...