โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดภาพ ‘บี๋ สวิช’ ในวัยเลข 5 หวนคืนจอเล่นละครอีกครั้ง! ในรอบ 4 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 03.54 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 03.54 น. • The Bangkok Insight

เปิดภาพ‘บี๋ สวิช’ ในวัยเลข5 หวนคืนจอเล่นละครอีกครั้ง! เผยในรอบ 3-4 ปีเลยที่หายจากช่อง 7 ไป ก็ดีใจที่ได้กลับมาทำงานเหมือนโรงเรียนเก่า

หากพูดถึงพระเอกสุดฮอตระดับตำนานที่เคยครองใจสาว ๆ ทั่วประเทศในยุค 90 ชื่อของ บี๋ สวิช เพชรวิเศษศิริ จะต้องถูกนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยภาพลักษณ์นุ่มนวลและฝีมือการแสดงที่เฉียบคม แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแฟนละครอาจจะไม่ได้เห็นหน้าค่าตาของเขาผ่านทางหน้าจอบ่อยนัก แต่กลิ่นอายความคลาสสิกและเสียงเรียกร้องจากแฟนคลับที่คิดถึงฝีไม้ลายมือของเขาก็ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาดสาย

เปิดภาพ ‘บี๋ สวิช’ ในวัยเลข 5 หวนคืนจอเล่นละครอีกครั้ง! ในรอบ 4 ปี

ล่าสุด ได้มีการเปิดเผยว่าบี๋ กำลังจะมีผลงานละครเรื่อง “ลางปริศนา” กับทางช่อง 7 อีกครั้ง เรียกได้ว่าหวนกลับคืนสู่จอแก้วอีกครั้งในรอบ 4 ปีเลยทีเดียว โดยเจ้าตัวบอกว่า

“ในรอบ 3-4 ปีเลยครับที่หายจากช่อง 7 ไป ก็ดีใจที่ได้กลับมาทำงานเหมือนโรงเรียนเก่า ได้กลับมาเยือนบ้านเก่าเรา เรื่องแรกผมทำงานกับช่อง 7 ก็คือเรื่อง “คือหัตถาครองพิภพ” ของค่ายดาราวิดีโอ และได้กลับมาอีกครั้งกับ ลางปริศนา เราได้เรียนรู้ ได้เห็น ทั้งคนเก่าที่ยังอยู่ให้คิดถึง แต่บางทีมงานก็เป็นคนใหม่ ๆ เข้ามา

เมื่อก่อนผมเจอกับพี่หลุยส์ สมัยเด็ก ๆ พี่หลุยส์ค่อนข้างดุและซีเรียสเรื่องงาน แต่พอรุ่นน้องๆ นี่ชิลมาก ทำงานสนุกเฮฮาไม่เครียด มีมุมมองในการกำกับ การเล่าเรื่องด้วยภาพ วิธีการถ่ายทำเหมือนกับหนังใหญ่ เหมือนซีรีส์ ก็ยินดีครับที่ได้กลับมาและต้องขอบคุณมากๆ ที่ยังเห็นและคิดถึงในสิ่งที่เราเป็น และตรงกับคาแร็กเตอร์ที่เขาเลือกมาครับ”

การทำงานเปลี่ยนไปเยอะไหม ตั้งแต่ยุคก่อน?
เปลี่ยนไปพอสมควรครับ เมื่อก่อนผมถ่ายละครไปออกอากาศไป ทุกอย่างมันเร่งหมด ต้องเตรียมสภาพร่างกายสภาพจิตใจให้พร้อม เพราะละครมันออนแอร์เหมือนไลฟ์สด เทปสุดท้ายยังถ่ายทำกันอยู่เลย เพราะบางทีบทเขาก็จะเขียนตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่ในยุคนี้เป็นสต็อกหมดแล้ว ทำงานง่ายขึ้น ผมว่าสบายกว่าเดิมนะ เมื่อก่อนไม่มีแบบน้อง ๆ ที่ถ่ายละครเสร็จปุ๊บขอไปอีเวนต์ ไม่มีนะ เมื่อก่อนยากมาก สมัยก่อนทำงานคือทำงาน ซีเรียสจริงจัง คิวต้องได้ แต่ยุคนี้มันก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยที่เกิดขึ้น

เราปรับตัวเยอะไหม พอมีการเปลี่ยนแปลงขนาดนี้?
ง่ายขึ้นเลย ไม่ได้ยากเลย ผมทำงานแบบนี้ง่ายมาก เมื่อก่อนอาจจะมีกฎระเบียบอะไรพอสมควร แต่ตอนนี้ผ่อนคลายไปตามยุคตามสมัย ตามเจเนอเรชั่นที่วิวัฒนาการของหนังของละคร เดี๋ยวนี้กลายเป็นซีรีส์แนวตั้งไปแล้วเพื่อให้ออนไลน์มากขึ้น มีแพลตฟอร์มอื่น ๆ เยอะแยะมากมาย เราก็ต้องเรียนรู้ในเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปไวมากขึ้น อีก 5 ปี ไม่รู้ว่าเราจะใช้มือถือหรือเปลี่ยนเป็นอะไรอีกเราก็ไม่รู้นะ

ช่วงที่เงียบหายไป 3-4 ปีพี่บี๋ไปทำอะไรมาบ้าง?
ผมไปหุ้นทำร้านอาหารซูชิแบรนด์หนึ่ง ทำไปช่วงนั้นมันเกิดเหตุการณ์โควิด ทุกอย่างมันหยุดหมด ในสภาวะโรคระบาด ตอนนั้นก็ต้องประคองตัวเองให้รอดให้ได้ แต่ปัจจุบันก็ได้ถอนหุ้นออกมาแล้ว ถือว่าเกิดในยุคภาวะเศรษฐกิจโควิดด้วย แต่ก็ได้รับผลตอบรับโอเคอยู่ แต่ก็มีปัญหาจุกจิกนิดหน่อย

ตอนนี้ออกมาทำเองไหม?
ตอนนี้ยังไม่ได้ทำเอง แต่มีแพลนอยากจะทำร้านอาหารนี่แหละ แต่อาจจะเป็นอย่างอื่นแทน

ตอนนี้เรียกว่าเดินหน้าเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัวอีกครั้งไหม?
ก็เดินมาตั้งนานแล้วนะ เรียกได้ว่าเหมือนได้กลับมาทำงานในเวอร์ชั่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เป็นอะไรที่สร้างความกระชุ่มกระชวยให้เราเหมือนกัน เพราะบางทีเดินไปตลาด ไปที่ไหน ไปห้าง คนก็ถาม พี่บี๋เมื่อไหร่มีละคร อยากดูละคร บางคนก็ดูผลงานเก่าๆ เมียจำเป็น, พลอยล้อมเพชร, ดอกแก้ว คู่กับคุณกบ สุวนันท์, ร้ายเดียงสา กับชมพู่ หรือ แค่เอื้อม คนยังคิดถึงเลย เจอผมเขาบอกชอบมากละครพี่บี๋ ผมก็ตกใจ ละครนานมากแต่เขายังชอบเพลง ชอบเนื้อเรื่อง ก็ยังอยู่ในความทรงจำ ต้องขอบพระคุณจริง ๆ ครับที่ยังระลึกถึงและคิดถึงกันอยู่เสมอ มันเป็นแรงเป็นกำลังใจให้เราได้ทำงานใหม่ ๆ ออกมา

แต่ละคนชื่นชมว่าพี่บี๋ไม่เปลี่ยนไปเลย ยังหล่อเหมือนเดิม?
แก่แล้วครับไปตามวัย แต่ตอนนี้จะดูแลอยู่ 4 เรื่อง หัวใจ, ความดัน, เบาหวาน และ ไต อันนี้ต้องดูเพราะอายุเรามากขึ้น ทานอาหารมันไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว นอกเหนือจากดูแลร่างกายเราต้องออกกำลังกาย เลือกกินมากขึ้น และดูแลจิตใจ มีอะไรมากระทบจิตใจ เจอเหตุการณ์โควิด เหตุการณ์ไม่มีงาน เจอภาวะเศรษฐกิจแย่ หรือโรครุมเร้า มันต้องประคองใจให้สามารถที่อยู่กับสังคมได้ อย่าให้จิตตก

บางทีคนจิตตกมันสามารถทำอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เยอะตามที่เราเห็นข่าวในสังคมทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น ประคองร่างกายไม่พอ ต้องประคองใจเราด้วย มีความสุขและรู้เท่าทัน มีสติ ทำอะไรก็แล้วแต่ขอให้มีสติทุกอย่างที่เราคิดเราทำ ผมว่าสติจะเป็นตัวนำพาให้เราสามารถฝ่าฟันวิกฤตหลายๆ สิ่งไปได้

ขอบคุณ : สวิช เพชรวิเศษศิริ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...