“กระสุนจำกัดยิงให้แม่น” ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนรบแนวราบ เจาะเรียลดีมานด์สู้ Perfect Storm
ลลิล ประเมินอสังหาฯ ปี 69 ฟื้นตัวช้าตาม GDP ที่อาจโตต่ำกว่า 2% ย้ำจุดยืนไทยต้อง "เป็นกลาง" เพื่อดึงการลงทุนเทคโนโลยีโลก ปักธงรายได้ปี 69 โต 5% บนเป้าหมาย "Safe Zone" ลุยเปิด 6 โครงการใหม่ในทำเลยุทธศาสตร์รับกลยุทธ์ "กระสุนจำกัดยิงให้แม่น" เน้นเรียลดีมานด์แนวราบ เปิด 4-6 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 4.5 พันล้านบาทวางเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท
11 กุมภาพันธ์ 2569–นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร LALIN วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจไว้อย่างน่าสนใจว่าการเติบโตของ GDP อาจต่ำกว่าร้อยละ 2 ซึ่งถือเป็นอัตราที่ต่ำกว่าปี 2568 ผลจากปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศและปัจจัยลบจากภายนอก โดยเฉพาะนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย
แม้ภาคการส่งออกและกำลังซื้อในประเทศจะได้รับแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่ทรงตัวในระดับสูง แต่เศรษฐกิจไทยยังคงมี "ลมใต้ปีก" จากภาคการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ได้รับอานิสงส์จากการเร่งอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งและคาดการณ์การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งจะช่วยประคับประคองภาคเอกชนให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
อสังหาฯ ปรับฐานรับ "Perfect Storm" หนี้ครัวเรือน-กีดกันการค้า
หลังจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 เผชิญภาวะหดตัวอย่างรุนแรงถึงร้อยละ 17 จากเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของธนาคารพาณิชย์และกำลังซื้อที่อ่อนแอ สำหรับปี 2569 คาดว่าตลาดจะเริ่มเข้าสู่ภาวะ "จุดดุลยภาพใหม่" เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือกชะลอการเปิดโครงการใหม่ (New Supply) เพื่อระบายสต็อกคงค้าง
"ปี 2569 จะเป็นการแข่งขันในกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้ดี โดยบริษัทที่มีระดับหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ต่ำ จะมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวสูงกว่าภายใต้ภาวะตลาดที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป"
ภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่อาจเติบโตแบบก้าวกระโดดได้หากเศรษฐกิจภาพรวมยังไม่แข็งแกร่ง ในแง่เศรษฐศาสตร์ อสังหาฯ เป็น Derived Demand (อุปสงค์ต่อเนื่อง) ที่จะดีได้ก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี
"เมื่อเศรษฐกิจโตเพียง 1.5% ภาคอสังหาฯ อย่าหวังจะเติบโตเกิน 3-5% เราจึงต้องใช้กลยุทธ์อย่างระมัดระวังที่สุด ใครบริหารไม่ดีปีนี้จะถูกสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจลงโทษ เพราะปัจจัยลบทั้งหนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อที่อ่อนแอยังคงอยู่กับเรา" นายไชยยันต์กล่าว
นอกจากปัจจัยในประเทศ นายไชยยันต์ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของรัฐบาลในเวทีโลก โดยมองว่าการรักษาความสมดุลด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยให้ผ่านพ้นวิกฤต
"จุดยืนของรัฐบาลต้องยืนตรงกลางให้ได้ ถ้าเราเอนไปทางใดทางหนึ่งจะกระทบหนักทั้งสองทาง แต่ถ้าเรายืนตรงกลางได้เราจะรอด สัญญาณบวกเริ่มเห็นจากการที่บริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิประดับโลกสนใจเข้ามาลงทุนผ่าน BOI ซึ่งจะเป็น S-Curve ใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศ"
กลยุทธ์ 2569: กระสุนมีจำกัดต้องยิงให้แม่น
เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่เติบโตได้ไม่มาก ผู้บริหารวางหมากเพื่ออยู่รอดด้วย 4 กลยุทธ์คือ
- รักษาสภาพคล่องให้ได้
- ควบคุมหนี้ไม่ให้เกินตัว
- ลีนค่าใช้จ่ายให้อยู่รอดให้ได้
- การตลาดต้องเข้าถึงลูกค้า ผลิตภัณฑ์ต้องตรงใจลูกค้า การเปิดโครงการใหม่ต้องแม่นยำ กระสุนมีจำกัดต้องยิงให้แม่น
“เราต้องอยู่ในตะกร้าของผู้อยู่รอด ใครบริหารไม่ดีปีนี้จะถูกสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจลงโทษ เพราะปัจจัยเรื่องหนี้ครัวเรือน เศรษฐกิจโตน้อย อสังหาริมทรัพย์ภาพใหญ่โตน้อยยังอยู่กับเรา แต่โชคดีที่ดอกเบี้ยน่าจะปรับลดได้อีก 2 ครั้ง และสุดท้ายเราได้รัฐบาลใหม่มาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ เช่น คนละครึ่งพลัสต่างๆ ดังนั้นกลยุทธ์ของลลิลปีนี้เป็นการสู้เพื่ออยู่รอดภายใต้ภาวะที่ผันผวนรุนแรงด้วย Innovation และ Quality”
ในปี 2568 ที่ผ่านมาลลิลเปิดโครงการใหม่ 5 โครงการมูลค่า 3.5-5 พันล้านบาทเป็นโครงการแนวราบทั้งหมด ส่วนนี้ผู้บริหารปักธงเปิด 4-6 โครงการใหม่ภายใต้ 5 แบรนด์หลัก ใน 3 ทำเลคือ 1กรุงเทพฯ 2 จังหวัดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว และ3พื้นที่ที่มีเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ
พร้อมวางเป้าหมายยอดขายปีนี้ราวๆ 4,200 ล้านบาทและคาดว่าจะรับรู้รายได้ 3,350 ล้านบาท และเป้าหมายการเติบโตรายได้ 3-5 % ซึ่งผู้บริหารมองว่าเป็นเป้าหมายที่ปลอดภัยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เอื้อ
“เราจะผ่านปีนี้ไปได้ด้วยความเหนื่อยแน่นอน แต่ด้วยทีมงานมืออาชีพ กลยุทธ์บริษัทประกอบกับการมีสถาบันการเงินสนับสนุนจะทำให้เราผ่านปีนี้ไปได้เพื่อรอโอกาสดีๆ ข้างหน้าเพราะประเทศไทยยังมีความหวัง ยังเป็นที่สนใจของต่างชาติแต่ต้องรักษาความเป็นกลางไว้ให้ได้และการเมืองต้องนิ่ง เพราะต่างชาติไม่ได้สนใจว่าพรรคไหนจะได้เป็นนายกฯ ขอให้เป็นประชาธิปไตยและรัฐบาลมีเสถียรภาพ
วิธีการทำงานของลลิลเราวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ปัจจัยภายนอก การเมืองในประเทศและต่างประเทศ ภูมิรัฐศาสตร์ ยอดส่งออก ยอดท่องเที่ยว อุตสาหกรรมคู่แข่ง แล้วนำเข้ากระบวนการวางแผน นั่นหมายความว่าเป้าหมาย4-6 โครงการใหม่ในปีนี้เรามีแผนทางการเงินเตรียมไว้หมดแล้ว ไม่มีปัญหาด้านสภาพคล่อง”
ฝ่าด่านหินหนี้ครัวเรือน ชู "ESG - Agile" ขับเคลื่อนองค์กร
ด้าน นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย รวมถึงภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปีนี้คาดว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวช้าๆ ตามภาวะเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น ขณะเดียวกันมีภาวะกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง แบงก์พาณิชย์ค่อนข้างเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ในแง่ของลลิลปีนี้จะมุ่งกลยุทธ์ 3-4 กลยุทธ์ที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดต่อไป
1. การบริหารงานที่เน้นในเรื่องของ ESG นอกจากจะเป็น Global Trend แล้วลูกค้าคนไทยให้ความสำคัญและถามถึง เพราะฉะนั้นในการออกแบบโครงการจะคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้เราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าและเติบโตอย่างยั่งยืนในภาวะการแข่งขันที่รุนแรงและผันผวนจากปัจจัยภายนอกนี้
“บ้านของลลิลเรามีการปรับทั้งในเรื่องของน้ำและไฟ ใช้โซลาร์เซลล์ในพื้นที่ส่วนกลางและสำนักงานขาย มีระบบชาร์จ EV ให้ลูกค้า มีระบบบ้านเย็นที่ช่วยประหยัดพลังงานต่างๆ เป็น Innovation ที่แตกต่างจากที่อื่นเพื่อให้ลูกค้าเห็นแวรูลในระดับที่เอื้อมถึง” Social เรามีการทำ CSR โดยพัฒนาโครงการต่างๆ ที่คำนึงถึงสังคมรอบข้าง รวมไปถึงคู่ค้าต่างๆ และ Governance เราให้ความสำคัญกับ Good Governance เป็นสำคัญในการบริหารธุรกิจเพื่อให้เติบโตในระยะยาว
2. แผน Marketing เน้นไปที่ประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งปัจจุบัน 60-70% ลูกค้าซื้อจากออนไลน์เป็นหลัก เพราะฉะนั้นลลิลตั้งทีม Digital Marketing ที่ทำการตลาดออนไลน์อย่างเจาะลึกทั้งไลฟ์สไตล์ของลูกค้าและดิจิทัลฟุตพริ้นท์เพื่อทำให้ Marketing ยิงตรงถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รวมถึงปรับ Channel สื่อสารให้ทันกับสมัยและ Lifestyle และ Segment ของลูกค้า
“เรามีการทำ CRM Collaboration กับแบรนด์และมี After Service ที่เข้มแข็ง ดูแลในเรื่องของ After Sale ให้ลูกค้า มีระบบ Security มีความปลอดภัยในชีวิตเพราะเราขาย Quality of Living ซึ่งเป็นคีย์หลักที่เราทำมาตลอดและตรงกับกลุ่ม Real Demand ที่เราให้ความสำคัญ”
3. มุ่งสู่การเป็น Agile Organization ปีนี้เป็นปีที่มีความผันผวนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Geopolitics สงครามการค้าที่ยังไม่จบง่ายๆ เราก็ต้องมีการบริหารงานโดยเน้นความไว ยืดหยุ่น ในการปรับตัวเพื่อให้ตอบโจทย์กับการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกประเทศและภายในประเทศ
“เรานำไอทีมาทรานส์ฟอร์มภายในองค์กรเพื่อการทำงานที่แม่นยำขึ้น ลดเวลาทำงาน และมีข้อมูลในการ Management ที่แม่นยำเพื่อตอบรับกับการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ แผนการทำงานที่มุ่งตรงสู่ลูกค้าที่เป็น Real Demand จะทำให้ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นและเติบโตขึ้นในปี 2569 ได้”