โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมพัฒน์ ผนึก พันธมิตรบัญชี 8 แห่ง สกัดกั้นทุนเทา-บัญชีม้านิติบุคคล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ม.ค. เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. เวลา 07.46 น.
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกพันธมิตรด้านบัญชี 8 แห่ง รวมกำลังสกัดกั้นทุนเทาและมิจฉาชีพ เปิดบัญชีม้านิติบุคคล ใช้หลอกลวงคนไทย ย้ำหากพบร่วมมือหรือช่วยเหลือ เล่นงานตามกฎหมายเด็ดขาด ส่วนการตรวจสอบบุคคลรายชื่อเสี่ยง HR-03 จดบริษัท เจอ 1,500 ราย ส่งตำรวจ ดีเอสไอ ปปง.จัดการแล้ว

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรด้านบัญชี 8 แห่ง ประกอบด้วย สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ สมาคมสำนักงานบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีและกฎหมาย สมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย สมาคมสำนักงานสอบบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีตัวแทน (ประเทศไทย) และสมาคมนักบัญชีไทย

ได้ร่วมกันเปิดระบบงานผู้ทำบัญชี e-Accountant Plus พร้อมร่วมช่วยกันสกัดกั้นทุนเทาและมิจฉาชีพ โดย “ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี และไม่สนับสนุนทุนเทา” ตัดวงจรธุรกิจสีเทา “นอมินีบัญชีม้า” ว่าปัจจุบันธุรกิจที่หลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมายอย่างนอมินีบัญชีม้า และการใช้นิติบุคคลบังหน้า มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ส่งผลกระทบด้านลบทั้งต่อประชาชน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ด้านการค้าและการลงทุนของประเทศ

ทั้งนี้ กรมจึงให้ความสำคัญในการเร่งบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับการจัดการกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนวิธีการหลอกลวงจากบัญชีม้าบุคคล เป็นบัญชีม้านิติบุคคล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง และนักบัญชีและสำนักงานบัญชีถือเป็นต้นน้ำที่สำคัญของระบบธุรกิจไทย ที่จะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้

“ทุกวันนี้ เวลาคนอยากตั้งบริษัทเพื่อทำธุรกิจใหม่ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยดำเนินการเอง มักจะใช้นักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีช่วยในการจดทะเบียน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ ตลอดจนการจัดทำบัญชีหรืองบการเงินให้แก่ธุรกิจ และให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เรียกได้ว่าเป็นด่านแรกที่จะช่วยสกัดกั้นธุรกิจที่มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้นอมินีบัญชีม้า และการจดทะเบียนอำพรางให้กับคนต่างชาติ

เพราะหากผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชี ตกเป็นเครื่องมือหรือร่วมมือกับมิจฉาชีพ ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของวิชาชีพบัญชีโดยรวม และสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศ จึงเป็นที่มาของการร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อไม่สนับสนุนหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพในการกระทำผิด” นายพูนพงษ์กล่าว

หากกรมพบว่าผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชี กระทำความผิด ช่วยเหลือการจดทะเบียนนิติบุคคลอำพรางให้กับคนต่างชาติ เพื่อทำบัญชีม้านิติบุคคล โดยไม่ตรวจสอบ หรือรู้ทั้งรู้ว่ามีความเสี่ยงเป็นมิจฉาชีพ เช่น บุคคลคนเดียว จดตั้งบริษัทหลาย ๆ บริษัท บางทีเป็น 100 บริษัท หรือใช้สถานที่อยู่เดียวกันในการจัดตั้งบริษัทเป็นจำนวนมาก ก็จะดำเนินการตามกฎหมายที่กรมมีอยู่ และส่งต่อให้สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์จัดการต่อตามกฎระเบียบที่มีอยู่ด้วย

นายพูนพงษ์กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบบัญชีม้านิติบุคคล กรมได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่ส่งรายชื่อบุคคลกลุ่มเสี่ยง HR-03 จำนวนกว่า 9.8 ราย มาให้กรม และได้นำรายชื่อเหล่านี้ไปตรวจสอบกับรายชื่อบุคคลที่มาจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีอยู่ในปัจจุบันประมาณ 9.8 แสนราย ปรากฏว่า มีชื่อบุคคลเสี่ยงประมาณ 1,500 รายที่ตรงกับชื่อในบัญชี HR-03 ของ ปปง. ซึ่งกรมได้นำส่งรายชื่อบริษัทที่มีบุคคลเหล่านี้เข้าไปเกี่ยวข้องให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ ปปง. เพื่อดำเนินการต่อแล้ว

ส่วนการป้องกันกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีอยู่ประมาณ 13.4 ล้านคน ที่อาจถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้เงิน 1,000-2,000 บาทแล้วเอาชื่อมาใช้จดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งกรมได้นำชื่อเหล่านี้มาใส่ไว้ในระบบ เมื่อมีคนมาจดทะเบียนนิติบุคคล หากชื่อไปตรงกับชื่อในบัญชีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะเด้งขึ้นมาเลย

โดยผลการดำเนินการมาประมาณ 10 วัน พบมี 200 รายชื่อที่ตรงกัน จึงได้เรียกมาพบเจ้าหน้าที่ ขอให้ชี้แจงและแสดงหลักฐานทางการเงิน ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ไม่มา และทิ้งคำขอ แต่ถ้ามาแสดงตัว ก็รับจดให้ และส่งรายชื่อต่อไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อให้พิจารณาสถานะผู้ถือบัตรใหม่ เพราะไม่ได้จนจริง เนื่องจากการจดทะเบียนนิติบุคคล มีการลงทุน 5 แสนบาทจนกระทั่งถึง 1 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรมจะเดินหน้าตรวจสอบนิติบุคคลเสี่ยงในจังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง และกระบี่ ที่มีข้อมูลและมีความเสี่ยงที่จะใช้คนไทยเป็นนอมินี เพื่อให้คนต่างด้าวทำธุรกิจในไทยโดยเลี่ยงปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ใน 6 กลุ่มธุรกิจ

ได้แก่ 1.ธุรกิจท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก 2.ธุรกิจค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ 3.ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ขนส่ง และคลังสินค้า 4.ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต 5.ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร และ 6.ธุรกิจก่อสร้างทั่วไป โดยใช้วิธีการตรวจสอบเชิงลึก ส่วนจะตรวจแบบไหน ขอเป็นความลับ เพราะไม่ต้องการให้เกิดการไหวตัวทัน แต่จะรู้อีกทีก็ตอนที่ถูกส่งต่อไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมพัฒน์ ผนึก พันธมิตรบัญชี 8 แห่ง สกัดกั้นทุนเทา-บัญชีม้านิติบุคคล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...