ทรัมป์ยืนกรานอิหร่านต้องยอมจำนนหรือพังพินาศ
สหรัฐฯ-อิสราเอล ถล่มอิหร่านต่อเนื่องครบ 7 วัน และยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด ทรัมป์ ลั่นต้อง "ยอมจำนนอย่างไร้เงื่อนไข" (Unconditional Surrender)
วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 2.42 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือดในวันเสาร์นี้ ซึ่งนับเป็นเวลาครบหนึ่งสัปดาห์เต็มหลังการเปิดฉากแคมเปญทำลายขีดความสามารถทางนิวเคลียร์และขีปนาวุธของรัฐบาลเตหะราน พร้อมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจการปกครอง
โดยสหรัฐฯ-อิสราเอล ปูพรมถล่มเป้าหมายทางทหาร
- กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) : เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ภายใต้ปฏิบัติการ "Operation Epic Fury" กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำลายเป้าหมายไปแล้วกว่า 3,000 แห่งในสัปดาห์แรก และยืนยันว่าจะ "ไม่ลดละความพยายาม" จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
- กองทัพอิสราเอล (IDF) : ระบุว่าได้ส่งฝูงบินรบกว่า 80 ลำ ใช้ระเบิดกว่า 230 ลูก ถล่มเป้าหมายสำคัญในกรุงเตหะราน ทั้งมหาวิทยาลัยทหารของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รวมถึงคลังเก็บและฐานผลิตขีปนาวุธใต้ดิน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเรียกร้องให้อิหร่าน "ยอมจำนนอย่างไร้เงื่อนไข" (Unconditional Surrender) ซึ่งสร้างความกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลก
ขณะที่ ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ เป็นเพียง "ความฝันที่พวกเขาต้องเอาลงหลุมไปด้วย" อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเขาได้ออกมาขอโทษต่อกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียสำหรับเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าเกิดจากความผิดพลาดในการสื่อสารภายในกองทัพ
ด้านสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียระส่ำ พลังงานโลกวิกฤต ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ต้องเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศเพื่อสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่าน โดยเมืองดูไบได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้หาที่หลบภัยด่วน และสายการบิน Emirates ได้ระงับเที่ยวบินทั้งหมดชั่วคราว
ด้านราคาน้ำมันทุบสถิติ โดยราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ปิดตลาดวันศุกร์ด้วยการพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 35.63% ภายในสัปดาห์เดียว ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการซื้อขายล่วงหน้าในปี 1983 ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ปิดที่ 92.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อ้างอิง : www.cnbc.com