โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 แบรนด์ไทยที่เปลี่ยน ‘ความลำบาก’ ของผู้หญิง เป็นธุรกิจที่เข้าใจผู้หญิงที่สุด

Capital

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 14.56 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 14.43 น. • Insight

ใครๆ ก็พูดว่าถ้าจะทำธุรกิจ เราต้องมองหาช่องว่างทางการตลาดให้เจอ แต่ความจริงแล้ว อาวุธที่ทรงพลังที่สุดอาจคือ empathy หรือความเข้าใจลูกค้าที่ลึกซึ้ง การ ‘ฟัง’ เสียงของผู้ใช้งานให้มากพอ ว่าเขารู้สึก ‘เหนื่อย’ หรือ ‘ไม่สบายตัว’ ในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าผู้หญิง ที่ประสบพบเจอสารพันปัญหา แต่กลับไม่ค่อยมีใครลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างจริงจัง

เนื่องในวันสตรีสากลปีนี้ เราขอพาไปสำรวจ 5 แบรนด์ไทยที่หยิบเอา pain point เหล่านี้มาเป็นหัวใจในการรันธุรกิจ จนเกิดเป็นนวัตกรรมและบริการที่ขายความเข้าใจที่หาจากที่ไหนไม่ได้ และเป็น ‘ทางออก’ ที่ทำให้ชีวิตเหล่าผู้หญิงง่ายขึ้น มั่นใจขึ้น และมีความสุขกับตัวเองมากขึ้นในทุกๆ วัน

1. Slip to Sleep คืนอิสระให้หน้าอกในพื้นที่ส่วนตัว

สำหรับผู้หญิงหลายคน การกลับถึงบ้านคือช่วงเวลาแห่งความสบายตัวเพราะจะได้ปลดเปลื้องบราที่ทำให้รู้สึกอึดอัดมาทั้งวัน แต่ความลำบากใจมักตามมาด้วยเมื่อต้องเดินไปรับพัสดุหน้าบ้านหรืออยู่ร่วมกับคนอื่นในครอบครัว

Slip to Sleep จึงปฏิวัติชุดนอนด้วยการออกแบบ padding 3 ชั้นหนาพิเศษที่ซ่อนเนียนไปกับตัวเสื้อ ทำหน้าที่ปกปิดรอยจุกได้อย่างแนบเนียนโดยไม่ต้องใส่บราซ้อนด้านใน ผสานกับเนื้อผ้า Tencel คุณภาพสูงที่นุ่มและระบายอากาศได้ดี ช่วยให้ผู้หญิงทิ้งความอึดอัดไว้ข้างหลังได้ทันทีที่ถึงบ้านโดยไม่ต้องพะวงสายตาใคร

ลองจินตนาการถึงวันที่เราไม่ต้องรีบวิ่งไปคว้าเสื้อคลุมมาใส่ทับเพียงเพื่อจะเดินไปเปิดประตูบ้าน หรือไม่ต้องทนร้อนใส่บรานอนเพื่อให้ดูไม่ประหลาดในสายตาคนอื่น การแก้โจทย์ด้วยความหนาที่ ‘พอดี’ และเนื้อผ้าที่ ‘ใช่’ คือความใส่ใจที่เปลี่ยนให้ชุดนอนกลายเป็นเซฟโซนของร่างกายที่แท้จริง โดยไม่ต้องยอมแลกอิสรภาพกับความมั่นใจอีกต่อไป

2. Saneh บริการที่ช่วยให้ผู้หญิงและทุกคนที่ผมยาวประหยัดเวลาชีวิต

การสระผมและไดร์ผมให้สวยเป๊ะคือภาระที่ใช้เวลามหาศาลของผู้หญิงวัยทำงาน ในวันที่ตารางชีวิตแน่นเอี้ยด การต้องลงมือทำเองนอกจากจะเหนื่อยแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่เป๊ะพอสำหรับงานสำคัญ แต่การเข้าซาลอนแบบรายครั้งก็คุมค่าใช้จ่ายและเวลาได้ยาก

แม้แบรนด์จะก่อตั้งโดยผู้ชาย แต่เพราะเสน่ห์ (Saneh) เข้าใจความต้องการนี้อย่างถ่องแท้ จึงบุกเบิกโมเดล Hair Wash & Blow Dry Subscription หรือระบบสมาชิกสระ-ไดร์รายเดือนที่ช่วยให้ผู้หญิงบริหารจัดการทั้งเวลาและงบประมาณความงามได้ เน้นความรวดเร็วและคุณภาพที่สม่ำเสมอในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ เพื่อให้ผู้หญิงสวยพร้อมออกไปสู้กับงานได้ทุกวัน

เราอาจกล่าวได้ว่าสิ่งที่เสน่ห์มอบให้ไม่ใช่แค่ความสบายหนังศีรษะ แต่คือการ ‘ซื้อเวลา’ กลับคืนให้กับเหล่าผู้หญิงที่ต้องแบกความรับผิดชอบหลายอย่างในมือ ลดภาระทางใจและกายให้พวกเธอมีพลังไปโฟกัสกับเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าในชีวิต

3. Pynpy’ ปฏิวัติวันนั้นของเดือนด้วยนวัตกรรมสิ่งทอ

ประจำเดือนมักมาพร้อมกับความกังวล ทั้งเรื่องการซึมเปื้อน ความอับชื้น และการต้องพกอุปกรณ์สุขอนามัยพะรุงพะรัง ซึ่งขัดขวางความคล่องตัวของผู้หญิงมาทุกยุคสมัย แถมขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังเป็นภาระทางใจสำหรับคนที่อยากใช้ชีวิตแบบยั่งยืนและรักษ์โลก

Pynpy จึงใช้เทคโนโลยีสิ่งทอพิเศษสร้างสรรค์กางเกงในซับประจำเดือนที่ซึมซับได้ดีเยี่ยมแต่เบาสบายเหมือนใส่กางเกงในปกติ สามารถใส่แทนผ้าอนามัยได้เลย ซักและใช้ซ้ำได้นานกว่า 2 ปี

การมีกางเกงในที่ ‘ซับ-ซึม-ล็อก’ ได้ในตัวเดียว ช่วยทลายข้อจำกัดของผู้หญิงในวันมามากให้ออกกำลังกาย ทำงาน หรือนอนหลับได้แบบไร้กังวล เราไม่จำเป็นต้องหยุดกิจกรรมที่รักเพียงเพราะเป็นวันนั้นของเดือน และเรายังดูแลตัวเองไปพร้อมกับการดูแลโลกได้ด้วยสไตล์ที่ทันสมัย

4. Up & Under มั่นใจในรูปร่างแบบไม่ต้องทนรัดจนหายใจไม่ออก

ชุดกระชับสัดส่วนแบบเดิมมักถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ที่ต้องทนทรมานเพื่อให้ได้หุ่นที่สวยงามตามพิมพ์นิยม แถมเฉดสีในตลาดยังมักไม่เข้ากับผิวผู้หญิงเอเชีย ทำให้การแต่งตัวที่ควรจะสนุกกลับกลายเป็นเรื่องที่ต้องแลกมาด้วยความอึดอัดใจและอึดอัดกายทุกครั้งที่สวมใส่

Up & Under ลุกขึ้นมาแก้โจทย์นี้ด้วยแนวคิด Confidence with Comfort พัฒนาชุดกระชับสัดส่วนที่ใช้เทคโนโลยีผ้าไร้ตะเข็บที่ยืดหยุ่นสูงแต่เก็บทรงได้ดีเยี่ยม และมีเฉดสีนู้ดที่หลากหลายครอบคลุมโทนสีผิวสาวไทย เพื่อให้ใส่เสื้อผ้าออกมาแล้วดูเป็นธรรมชาติและเนียนไปกับผิวที่สุด

เมื่อความสวยไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด ผู้หญิงก็จะเริ่มรักและภูมิใจในสรีระของตัวเองมากขึ้น การออกแบบที่แคร์ความรู้สึกของผู้สวมใส่เป็นอันดับหนึ่ง จึงไม่ใช่แค่การจัดระเบียบรูปร่างให้ดูดี แต่คือการเสริมสร้างความเชื่อมั่นที่ทำให้เรากล้าส่องกระจกแล้วยิ้มให้กับตัวเองได้อย่างเต็มที่ในทุกองศา

5. exciting store อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ทำให้เรื่องเหนื่อยหน่ายกลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น

การจะลุกขึ้นมาออกกำลังกายหลังเลิกงานที่แสนเหนื่อยล้านั้นเป็นเรื่องยาก หากอุปกรณ์รอบตัวดูจืดชืดและไม่ได้สร้างแรงจูงใจที่มากพอ หลายคนพยายามหาทางออกด้วยการซื้อของใหม่ แต่เสื่อโยคะทั่วไปมักมีดีไซน์ที่เรียบง่ายเกินไปจนไม่ได้สร้างความรู้สึก ‘อยากใช้งาน’ หรือมอบสัมผัสที่พิเศษพอจะดึงดูดใจได้

exciting store จึงนำแรงบันดาลใจจากการท่องเที่ยวมาสร้างลวดลายสีสันสดใสบนเสื่อออกกำลังกายทั่วไป ถุงเท้า และดัมเบล เปลี่ยนอุปกรณ์กีฬาที่น่าเบื่อให้กลายเป็นงานศิลปะที่ชวนให้ตื่นเต้นทุกครั้งที่หยิบอุปกรณ์ออกมา เป็นการใช้ personality ของแบรนด์มาขับเคลื่อนให้คนอยากลุกขึ้นมารักตัวเอง

ความน่าสนใจคือการที่ลูกค้ากลายเป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์โดยไม่ต้องจ้างรีวิว เพราะพวกเขาสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในดีไซน์และคุณภาพที่แตกต่างไปจากท้องตลาด อุปกรณ์เหล่านี้จึงเป็นตัวแทนคอมมิวนิตี้ของคนที่หลงรักงานออกแบบและอยากเติมสีสันและความตื่นเต้นให้กับชีวิตที่วุ่นวายในทุกๆ วัน

ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ก่อตั้ง แต่ถ้าธุรกิจนั้นเริ่มจากความตั้งใจที่จะฟังและแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ผลลัพธ์ที่ได้คือแบรนด์นั้นจะไม่ได้ขายแค่สินค้าที่เป็นเพียงวัตถุ แต่กลายเป็นแบรนด์ที่ขายนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนชีวิตของลูกค้าให้ดีขึ้นในทุกมิติ

สุขสันต์วันสตรีสากล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...