คนรวยยังซื้อเพชรเริ่ดๆ Jubilee ปรับเกมธุรกิจจับลูกค้ากำลังซื้อสูง
ท่ามกลางกำลังซื้อที่ชะลอลงและเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ธุรกิจเครื่องประดับเพชรเองก็ต้องปรับตัวไม่น้อย โดยเฉพาะในปี 2568 ที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว และการแข่งขันในตลาดไลฟ์สไตล์ลักชัวรีเข้มข้นขึ้น
แต่สำหรับ Jubilee ‘อัญรัตน์ พรประกฤต’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)เล่าว่า ช่วงปลายปีกลับกลายเป็นจังหวะสำคัญของการพลิกเกม หลังบริษัทปรับกลยุทธ์ธุรกิจครั้งสำคัญจากบทเรียนในช่วง 3 ไตรมาสแรก เพื่อรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทายมากขึ้น
ผลลัพธ์คือ ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 371 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 43.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะ QoQ ที่เติบโตถึง 153% ซึ่งถือเป็นระดับกำไรสูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส หรือราว 2 ปีที่ผ่านมา
เบื้องหลังการฟื้นตัวครั้งนี้ มาจากการปรับกลยุทธ์ในหลายมิติ ตั้งแต่การเลือกกลุ่มลูกค้า การใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าและการบริหารต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของตลาด
[ เลือกจับลูกค้ากำลังซื้อสูง ]
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการปรับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ จากเดิมที่ Jubilee มีฐานลูกค้าหลากหลายตั้งแต่กลุ่มระดับกลางล่างไปจนถึงกลุ่มกลางบน มาสู่การโฟกัส กลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงระดับบน (Middle-to-High) มากขึ้น
เหตุผลสำคัญคือ ภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลางล่างชะลอลงอย่างชัดเจน ขณะที่ลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงยังคงมีความต้องการสินค้าไลฟ์สไตล์และเครื่องประดับคุณภาพดีอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงที่ต้นทุนวัตถุดิบอย่าง ทองคำ เพชร และค่าเงินดอลลาร์ มีความผันผวน การโฟกัสลูกค้ากลุ่มนี้จึงช่วยให้บริษัทสามารถรักษาทั้งยอดขายและความสามารถในการทำกำไรได้
[ ใช้ Data เข้าใจลูกค้าให้ลึกขึ้น ].อีกหนึ่งสิ่งที่ Jubilee ให้ความสำคัญมากขึ้น คือการใช้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกขึ้น บริษัทนำระบบ CRM Automation มาวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานสมาชิก The Sparkling Club ที่มีมากกว่า 220,000 ราย เพื่อติดตามพฤติกรรมการซื้อและแบ่งลูกค้าออกเป็น 8 กลุ่ม
แม้จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของทั้ง 8 เซกเมนต์ แต่การแบ่งกลุ่มดังกล่าวอาศัยหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งกำลังซื้อ ระดับราคาสินค้าที่สนใจ รวมถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อเครื่องประดับของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ Jubilee สามารถออกแบบสินค้า วิธีนำเสนอ และบริการต่างๆ ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้มากขึ้น
[ ธุรกิจเพชรในวันที่ต้นทุนผันผวน ]
ในอีกด้านหนึ่ง Jubilee ยังต้องเผชิญกับความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ ทั้งราคาทองคำ เพชร และค่าเงินดอลลาร์ รวมถึงปัจจัยภายนอกอย่างเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคใต้
แม้สาขาใน อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นสาขายุทธศาสตร์ระดับ A+ จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม แต่บริษัทได้ติดตามสถานการณ์และปรับแผนการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารต้นทุนและรักษาโมเมนตัมของยอดขาย
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ Experience-Driven Marketing ผ่านการจัดอีเวนต์ แคมเปญการตลาด และการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า เพื่อกระตุ้นดีมานด์ในช่วง High Season และต่อยอด Brand Momentum ของแบรนด์
จากการปรับกลยุทธ์ในหลายด้านดังกล่าว ทำให้ Jubilee สามารถพลิกผลการดำเนินงานในช่วงปลายปี และสร้างกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ได้สูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส
[ รีโนเวทสาขา-รุก Young Luxury ]
ก้าวต่อไปในปี 2569 Jubilee มีแผนรีโนเวทและเปิดสาขาใหม่เพิ่มเติม โดยตั้งงบลงทุนไว้ราว 50–70 ล้านบาท ซึ่งงบส่วนใหญ่จะใช้กับการปรับปรุงสาขาเดิมมากกว่าการเปิดสาขาใหม่
ขณะเดียวกัน บริษัทตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมรุกตลาด Young Luxury Segment ผ่านการออกแบบเครื่องประดับดีไซน์ร่วมสมัย พร้อมการสื่อสารแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับอารมณ์และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากขึ้น.