โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สหพันธ์ขนส่งฯ ยื่นคำขาดภาครัฐตรึงดีเซล 30 วัน สร้างความมั่นใจผู้ประกอบการ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กรณีที่รัฐบาลประกาศมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน เพื่อรับมือวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางนั้น ยืนยันว่าไม่เห็นด้วย เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงที่จะลุกลามและยืดเยื้อ

ที่ผ่านมาจากการติดตามคำแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประเมินว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 สัปดาห์ หรือประมาณ 1 เดือน จึงจะเริ่มเห็นความชัดเจน

“ดังนั้นการตรึงราคาเพียง 15 วัน จึงถือว่าน้อยเกินไปและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง สหพันธ์ฯ จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาตรึงราคาภายใต้แผนวิกฤตการณ์ฉุกเฉินอย่างน้อย 30 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคการผลิตและการบริการ” นายทองอยู่ กล่าว

ขณะที่สถานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คือ อีกหนึ่งจุดเปราะบาง ปัจจุบันกองทุนฯ เหลือเงินสดสุทธิประมาณ 2,400 ล้านบาท หากต้องใช้อุดหนุนราคาน้ำมันวันละ 450 ล้านบาท ตามภาวะตลาดปัจจุบัน เงินจำนวนนี้จะสามารถพยุงราคาได้เพียง 5 วันเท่านั้น

ทั้งนี้รัฐบาลจึงต้องเร่งหามาตรการอื่นมาเสริม เช่น การปรับลดภาษีสรรพสามิต เพื่อประคองราคาไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดที่ผู้ประกอบการจะแบกรับไหว เนื่องจากหากราคาเกินจากนี้จะกระทบต่อต้นทุนขนส่งซึ่งคิดเป็น 45-50% ของต้นทุนทั้งหมด

“สงครามครั้งนี้อาจไม่จบง่ายๆ เหมือนกรณีรัสเซีย-ยูเครน ที่เดิมคาดว่าจะใช้เวลาเพียง 3 เดือนแต่กลับยืดเยื้อมานานถึง 3 ปี หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะกระทบทั้งการขนส่งน้ำมันและสินค้าไปตะวันออกกลางทั้งหมด ทำให้ค่าระวางเรือและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้น” นายทองอยู่ กล่าว

นายทองอยู่ กล่าวต่อว่า หากราคาน้ำมันดีเซลทะลุ 30 บาท จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทันที ตั้งแต่ต้นทุนวัตถุดิบ การผลิต การนำเข้า-ส่งออก ไปจนถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งจะกระทบขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างรุนแรง

ทั้งนี้สหพันธ์ฯ เตรียมประชุมร่วมกับสมาชิก เพื่อสรุปมาตรการเร่งด่วนเสนอต่อกระทรวงคมนาคมและกระทรวงพลังงานในสัปดาห์หน้า โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลต้องใช้ทุกมาตรการ เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้ก่อนที่ราคาพลังงานจะลามไปกระทบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งกระบวนการ

สำหรับมาตรการเสนอต่อภาครัฐ โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น 1.การห้ามส่งออกน้ำมันในช่วงวิกฤต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมีเพียงพอ และป้องกันการกักตุน

2.ขอให้ยกเลิกมาตรการห้ามจำหน่ายน้ำมันใส่แกลลอน เนื่องจากกระทบต่อกลุ่มรถไถและรถอีแต๋นที่ไม่สามารถขับมาเติมที่ปั๊มเองได้ 3.การบริหารจัดการโลจิสติกส์ โดยสนับสนุนระบบ TSM และการลดเที่ยวเปล่า เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่ง ฯลฯ

เมื่อถามถึงสาเหตุที่ภาคขนส่งขาดความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา นายทองอยู่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแผนงานที่รัฐบาลนำเสนอส่วนใหญ่ ไม่ได้มาจากความคิดริเริ่มของภาครัฐเอง แต่เป็นการหยิบยกข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มานำเสนอต่อเท่านั้น ทำให้มองไม่เห็นแผนเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมจากฝั่งรัฐบาล

“ถึงแม้จะมีมาตรการห้ามส่งออกน้ำมัน แต่ปัจจุบันยังพบการลักลอบส่งออกน้ำมันตามชายแดนอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่หนองคาย มุกดาหาร และอุบลราชธานี ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศ” นายทองอยู่ กล่าว

นอกจากนี้มาตรการห้ามจำหน่ายน้ำมันใส่แกลลอนที่รัฐบาลนำมาใช้ สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับเกษตรกรที่ใช้รถไถหรือรถอีแต๋น ซึ่งไม่สามารถขับรถไปเติมที่ปั๊มเองได้ ทำให้เกิดคำถามถึงความเข้าใจในบริบทการใช้งานจริงของประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...