โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป่ายุโรปกำลังล่มสลาย คาดเสียหาย 1.3 ล้านไร่ต่อปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิทยาศาสตร์เตือน ป่าไม้ในยุโรปมีแนวโน้มเสียหายเพิ่มขึ้นจากไฟป่า พายุ และแมลงศัตรูพืช แม้โลกจะควบคุมภาวะโลกร้อนไว้ได้ก็ตามคาดว่าภายในปี 2100 พื้นที่ป่าที่ได้รับความเสียหายอาจเพิ่มเป็นประมาณ 1.35 ล้านไร่ต่อปี และอาจสูงถึง กว่า 2.3 ล้านไร่ต่อปี หากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลยังเพิ่มขึ้น หากป่าไม้เสื่อมโทรมลง ความสามารถในการดูดซับคาร์บอนของธรรมชาติจะลดลง ทำให้การแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยิ่งยากขึ้นในอนาคต

ท่ามกลางความพยายามของโลกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและชะลอการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ป่าไม้ซึ่งถือเป็น “ปอดของโลก” กำลังเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะในยุโรปที่พื้นที่ป่ามีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศและการดูดซับคาร์บอน นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า แม้โลกจะสามารถจำกัดภาวะโลกร้อนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ป่าไม้ในยุโรปก็ยังมีแนวโน้มได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นในอนาคตจากภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่า ภายในปี 2100 พื้นที่ป่าในยุโรปอาจได้รับความเสียหายเฉลี่ยมากถึงประมาณ 216,000 เฮกตาร์ต่อปี หรือราว 1,350,000 ไร่ต่อปี เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 180,000 เฮกตาร์ต่อปี หรือประมาณ 1,125,000 ไร่ต่อปี ความเสียหายเหล่านี้มีสาเหตุหลักจากภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นไฟป่าที่เกิดบ่อยขึ้น พายุที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการระบาดของแมลงศัตรูพืชที่ทำลายต้นไม้จำนวนมาก

นักวิจัยอธิบายว่า แม้โลกจะสามารถควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยไม่ให้เพิ่มเกิน 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก แต่ความเสียหายของป่าไม้ก็ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ดี และหากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลยังคงเพิ่มขึ้น สถานการณ์อาจเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม โดยพื้นที่ป่าที่ได้รับผลกระทบอาจเพิ่มสูงถึงเกือบ 370,000 เฮกตาร์ต่อปี หรือประมาณ 2,312,500 ไร่ต่อปี ภายในปลายศตวรรษนี้

พื้นที่ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดคือยุโรปตอนใต้และยุโรปตะวันตก ซึ่งคาดว่าจะเผชิญผลกระทบจากความแห้งแล้งและอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยุโรปตอนเหนือแม้จะได้รับผลกระทบน้อยกว่า แต่ก็ยังไม่อาจหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากพายุและแมลงศัตรูพืชได้

ป่าไม้มีความสำคัญต่อยุโรปอย่างยิ่ง เนื่องจากประมาณ 40% ของพื้นที่ทวีปถูกปกคลุมด้วยป่า และป่าเหล่านี้เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนสำคัญที่ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของความหลากหลายทางชีวภาพจำนวนมาก รวมทั้งช่วยรักษาสมดุลของระบบน้ำ ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม และสนับสนุนวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม หากป่าไม้สูญเสียความสามารถในการดูดซับคาร์บอน หรือเกิดการปล่อยคาร์บอนกลับสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ภาระในการลดก๊าซเรือนกระจกจะตกไปยังภาคเศรษฐกิจอื่น เช่น การขนส่งและภาคเกษตรกรรม ซึ่งจะต้องเร่งลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้นกว่าเดิม

แม้ว่าสหภาพยุโรปจะตั้งเป้าปลูกต้นไม้ถึง 3 พันล้านต้นภายในปี 2030 เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการดูดซับคาร์บอน แต่ความคืบหน้าของโครงการยังถือว่าช้าเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าการฟื้นฟูป่าอาจไม่ทันต่อความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้น

ในท้ายที่สุด งานวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นว่า การต่อสู้กับวิกฤตภูมิอากาศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปกป้องและฟื้นฟูป่าไม้ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของธรรมชาติ หากป่าไม้เสื่อมโทรมลง ความพยายามของโลกในการรักษาสมดุลของสภาพภูมิอากาศก็จะยิ่งยากลำบากมากขึ้นในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...