โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนชาวเชียงใหม่รับมือวิกฤตฝุ่น หาก6 มีค.ไร้ฝนหนักแน่

INN News

อัพเดต 6 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

เตือนชาวเชียงใหม่รับมือวิกฤตฝุ่น หาก 6 มี.ค. ไร้ฝนส่ออ่วมหนัก ชูโมเดล "จ้างคนหาของป่า" แก้ปมเผาป่าอมก๋อยล่าเห็ดถอบ 10 ล้าน

นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ (ทสจ.เชียงใหม่) เปิดเผยถึงสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ว่า ปีนี้สภาพอากาศได้รับอิทธิพล จากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้มีความแห้งแล้งสูงมาก ซึ่งหากไม่มีการบริหารจัดการใดๆ จะถือเป็นปีที่วิกฤตที่สุดในรอบ 5 ปี อย่างไรก็ตาม จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนทำให้ในช่วงที่ผ่านมามีถึง 8 อำเภอที่ไม่มีจุดความร้อน (Hotspot) เกิดขึ้นเลย และทางจังหวัดได้พยายามรักษาคุณภาพอากาศให้ดีต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

นายสมคิด ประเมินสถานการณ์ที่น่ากังวลว่า หากพายุฝนไม่ตกลงมาตามนัดในวันที่ 6 มีนาคมนี้ เชียงใหม่จะก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤตฝุ่นควันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าในบางวันเชียงใหม่จะไม่มีจุดความร้อนเกิด ขึ้นเลย แต่ค่าฝุ่นกลับพุ่งสูงเกินมาตรฐาน สาเหตุหลักมาจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ ทำให้ลมพัดพาเอาฝุ่นควันจากจังหวัดข้างเคียงทางตอนใต้ที่มีจุดความร้อนสูงถึง 200-300 จุด เข้ามา สะสมในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ระบุว่า แม้เชียงใหม่จะไม่มีการเผาเลย แต่ฝุ่นควันกว่าร้อยละ 50 ก็ยังคงถูกพัดพามาจากพื้นที่อื่น

เพื่อเป็นการรับมือ ทางจังหวัดได้สั่งการให้อปท. ทุกแห่งฉีดพ่นละอองน้ำในเวลา 10.00 น. และ 14.00 น. เพื่อสร้างความชื้นให้ฝุ่นตกลงสู่พื้นดิน พร้อมแนะนำให้ประชาชนจัดเตรียม "ห้องปลอดฝุ่น" หรือกางมุ้งเพื่อป้องกันตนเอง ทั้งนี้ หากค่า PM 2.5 เกิน 75.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน 3 วัน ทางสาธารณสุขจะเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางทันที

นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว นายสมคิด ได้กล่าวถึงปัญหาภายในพื้นที่ โดยเฉพาะในโซนอำเภออมก๋อย ตำบลยางเปียง ซึ่งเป็นป่าเต็งรังกว้างกว่าแสนไร่ พื้นที่นี้มักเกิดการเผาป่าเป็นประจำทุกปีเนื่องจาก วิถีชีวิตและความเชื่อของชาวบ้านที่ต้องการหา "เห็ดถอบ" หรือเห็ดเผาะ

"ชาวบ้านมีความเชื่อว่าต้องใช้ไฟเผาป่าให้โล่ง เพื่อให้หาเห็ดถอบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงใกล้สว่างที่รอยแตกของดินจะเรืองแสง ซึ่งการเก็บเห็ดถอบสามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัวละ 30,000-50,000 บาทต่อฤดูกาล หรือมีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่สูงถึง 10 ล้านบาท ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำทำให้ประชาชนหันเข้าป่าเพื่อหาเลี้ยงปากท้องมากขึ้น จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ในการแก้ไขปัญหา" นายสมคิด กล่าว

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทสจ.เชียงใหม่ ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการห้ามเด็ดขาด มาเป็นการ"ดึงฟืนออกจากไฟ" โดยให้ประชาชนที่หาของป่าเข้ามาขึ้นทะเบียน ซึ่งปีนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1,000-2,000 คน และได้นำงบประมาณไปจ้างงานกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ในอัตราวันละ 300-400 บาท เพื่อให้เปลี่ยนบทบาทมาเป็น "ผู้เฝ้าระวังไฟป่า" แทนการเข้าไปเผาป่าหาเห็ดที่อาจได้รายได้เพียง วันละ 100-200 บาท พร้อมกันนี้ ยังได้อนุญาตให้มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิง (ชิงเผา) ในวงจำกัดระดับหลักร้อยไร่ในจุดที่เห็ดออก แทนการเผาลุกลามเป็นหมื่นไร่เหมือนในอดีต

นายสมคิด ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาให้ประกาศ 4 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำพูน) เป็นเขตควบคุมมลพิษ ว่า การประกาศดังกล่าวจะทำให้ส่วนราชการ ต้องจัดทำแผนเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลมาแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ ซึ่งในระหว่างนี้ ทางจังหวัดได้ใช้กลไกของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการเบิกจ่ายงบกลางเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและให้ความช่วยเหลือประชาชนไปพลางก่อน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...