โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอกนิติ”หนุนเอเชียเร่งลงทุน 3 ด้านหลักรับการเติบโตยั่งยืน

The Better

อัพเดต 07 มี.ค. เวลา 06.40 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. เวลา 06.40 น. • THE BETTER
“เอกนิติ” ร่วมเวที Asia in 2050 ชี้เอเชียต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน คน และการปฏิรูปเสริมความร่วมมือภูมิภาค พร้อมรับมือเศรษฐกิจโลกรูปแบบใหม่

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวในงานเสวนากับผู้นำทางนโยบายระดับโลก ในหัวข้อ “Asia in 2050 High Level Policy Roundtable Policy Challenges for Asia Going Forward” ว่า เวทีเสวนาครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจเอเชียในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของระบบการค้าโลก เทคโนโลยีใหม่ และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทั้งนี้ความตึงเครียดของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้นกำลังกำหนดภูมิทัศน์เศรษฐกิจเอเชียในรูปแบบใหม่อย่างมีนัยสำคัญ แต่รากฐานที่สำคัญที่สุดของการเติบโตที่ยั่งยืนยังคงเป็นเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค โดยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับการบูรณาการทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศรวมถึงการจัดการภัยพิบัติในเอเชียจำเป็นต้องอาศัยการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามเอเชียจำเป็นต้องเร่งลงทุนในสามด้านหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ทุนมนุษย์ (Human Capital) และการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง (Structural Reform) เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค โดยในส่วนของประเทศไทย รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ Skill Bridge Program เพื่อยกระดับทักษะคนไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจยุคใหม่

ขณะเดียวกัน Dr. Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าเอเชียได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งด้านการเติบโต นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยให้สังคมสามารถรวมพลังและมีความยืดหยุ่นในการรับมือกับแรงกระแทกจากวิกฤตที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการสร้างงานเพื่อให้เยาวชนสามารถมีบทบาทในฐานะพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างเต็มศักยภาพ

นอกจากนี้เอเชียอยู่แถวหน้าของนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถยกระดับผลิตภาพของภูมิภาคได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมระบุว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาวของเอเชีย และรัฐบาลควรตระหนักว่าความไว้วางใจภายในสังคมเป็นทรัพย์สินสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในมิติความร่วมมือระดับภูมิภาค เห็นว่าการบูรณาการทางเศรษฐกิจในอาเซียนยังเป็นแหล่งการเติบโตสำคัญที่ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ โดยหากสามารถลดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีได้ จะช่วยเพิ่ม GDP ของภูมิภาคได้ราวร้อยละ 4 อีกทั้งยังเสนอให้ประเทศในเอเชียเร่งพัฒนาตลาดทุนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนการเติบโต นวัตกรรม และพลวัตทางเศรษฐกิจ

การเข้าร่วมเสวนาครั้งนี้สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของภูมิภาค และย้ำถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน และครอบคลุมสำหรับเอเชียในอนาคต

ในโอกาสนี้ ดร.เอกนิติได้ยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุม 2026 IMF-WBG Annual Meetings ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” โดยสะท้อนความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการสนับสนุนความร่วมมือพหุภาคี เสริมสร้างศักยภาพของประชาชน และยกระดับความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจเพื่อรองรับความท้าทายในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...