โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้หรือไม่?...“เงินฝาก” 1 – 10 ล้านบาท คิดเป็น 26% ของเงินฝาก… กลุ่มเป้าหมายของ “Private Fund” ยุคใหม่ !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ก.พ. เวลา 16.57 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

Wealthy Way: รู้หรือไม่?…“เงินฝาก” ที่มากกว่า 1 ล้านบาท ขึ้นไป คิดเป็น 80% ของเงินฝากทั้งระบบ อยู่ในจำนวนบัญชีเพียง 1.36% เท่านั้น
เข้าตำรา “รวยกระจุก-จนกระจาย” เพราะบัญชีเงินฝากส่วนใหญ่ 98.64% นั้น มีเงินฝากต่ำกว่า 1 ล้านบาท ที่สำคัญกว่า 90% ของบัญชีเงินฝาก มีเงินฝากต่ำกว่า 5 แสนบาท ด้วย !!!
“การลงทุน” เป็นโอกาสสำหรับทุกคน ไม่เกี่ยวว่าคุณจะมีเงินในบัญชีมากหรือน้อย?
แต่สำคัญ คือ คุณอย่าปล่อยเงินนอนนิ่งในบัญชีเงินฝากรับดอกเบี้ย 0.25% - 1.00% เท่านั้นเอง “กองทุนรวม” ปัจจุบันไม่มีขั้นต่ำ เงินเริ่มต้นหลักร้อย หลักพันก็ลงทุนได้
ส่วนใครมีเงินมากหน่อย ไม่อยากเสียเวลาลงทุนเองก็ยังมี “กองทุนส่วนบุคคล” (Private Fund) ให้เลือกลงทุนกัน
ใครที่คิดว่าต้องมีเงินหลักหลายสิบล้านจึงจะใช้บริการ Private Fund” ได้นั้น “ลืมไปได้เลย”
ปัจจุบันมีเงินเริ่มต้นหลัก “ล้านบาท” ก็สามารถใช้บริการ “Private Fund” ได้แล้ว (สำหรับบางที่)
ตลาดนี้…ถือเป็น “ตลาดใหญ่มาก” และมีโอกาสในการเติบโต จึงไม่น่าแปลกใจว่าจะมีบริษัทที่ให้บริการ Private Fund” ในไทยปัจจุบันมากถึง 50 ราย
ประกอบด้วย “บลจ./บล.” ที่ทำธุรกิจ “กองทุนส่วนบุคคล” 48 แห่ง (บลจ.31 แห่ง, บล. 17 แห่ง) นอกจากนี้ยังมี “บริษัทประกัน” อีก 2 แห่ง
โดยเฉพาะกลุ่ม “เงินฝาก” 1 – 10 ล้านบาท ที่ครองส่วนแบ่งเงินฝากกว่า 26% นั้น ถือเป็นเป้าหมายใหม่ของPrivate Fund” ยุคใหม่เลยทีเดียว
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น วันนี้ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกัน

“เงินฝาก” 1 – 10 ล้านบาท คิดเป็น 26% ของเงินฝากทั้งระบบ…เป้าหมาย “Private Fund” ยุคใหม่

หากดูธุรกิจ“กองทุนส่วนบุคคล” (Private Fund) ของ 25 บลจ. (ที่เป็นสมาชิกสมาคมบลจ.) ปี2025 ที่ผ่านมา พบว่า มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) อยู่ที่ 2.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 16% ของเงินฝากที่มากกว่า 1 ล้านบาทของไทย ที่มีอยู่ 14.3 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 80% ของเงินฝากทั้งระบบ เท่านั้น
ยังมีบริษัทที่ประกอบธุรกิจนี้ที่ “ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคมบลจ.” อีก 25 แห่ง ซึ่งเราไม่มีข้อมูลตัวเลขเม็ดเงิน นี่ยังไม่รวมถึง Private Banking” ของแบงก์ต่างๆ ที่จับกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงของแบงก์เช่นเดียวกัน
ด้วย “จุดเด่น” ของ Private Fund” มีความน่าสนใจในฐานะ "Tailor-made Solution" หรือการบริหารพอร์ตแบบ “เฉพาะตัว” (Customization) สามารถออกแบบพอร์ตตามความเสี่ยงและเป้าหมายเฉพาะบุคคล เช่น เน้นหุ้นไซส์กลาง-เล็กที่เติบโตสูง เป็นต้น ก็จัดการได้ตอบโจทย์เฉพาะตัวได้เลยและเป็นภาพที่นักลงทุนทั่วไปจะรับรู้และคุ้นเคยกันดี
แต่จะใช้บริการได้ก็ต้องมี “เงินลงทุนขั้นต่ำ” หลักหลายสิบล้านบาทขึ้นไป แล้วแต่ที่ (มากน้อยแตกต่างกันไป) ทำให้ดูภาพตลาดดูเหมือนจะตันๆ และไม่ค่อยเติบโต ซึ่งสะท้อนผ่านการเติบโตของ Private Fund” ที่เป็นสมาชิกบลจ.ในปีที่ผ่านมา ที่โตเพียง +2.26% และมีบลจ.ถึง 64% ที่โตลดลงจนดูเหมือนภาพธุรกิจนี้น่าจะถึงทางตันแล้วก็ไม่ปาน
ซึ่งจริงๆ อาจจะไม่ใช่…ไม่งั้นจะมี “ผู้เล่น” มากถึง 50 รายหรือ?
“บลจ.ยุคใหม่” ที่จับตลาด Private Fund” โดยเฉพาะเลยก็มี เช่น “บลจ.จิตตะ เวลธ์” หรือ “บลจ.สแทชอเวย์” เป็นต้น ใช้ “โมเดลพอร์ต” การลงทุนมาจับตลาดนักลงทุนที่มีเงินลงทุนขนาดเล็กลงมา แต่จะเป็นการลงทุนผ่านพอร์ตสำเร็จรูป เป็นต้น
หรือ “บลจ.เอ็กซ์สปริง” เงินลงทุนเริ่มต้นแค่ 3 ล้านบาทเท่านั้น ก็ใช้บริหาร“Private Fund” ได้
ไม่ได้มากเป็นระดับหลายสิบล้านบาทเช่นในอดีตแต่ประการใด
นอกจากนี้ ยังมี Private Fund” ที่บริหารโดย “บล.” (บริษัทหลักทรัพย์) ด้วยเช่นกัน เช่น “บล.อพอลโล่ เวลธ์” เงินลงทุนเริ่มต้นแค่ 1.5 – 2.0 ล้านบาทเท่านั้น บริหารแบบ Private Fund เลย
หรือล่าสุดทาง “บล.บลูเบลล์” เองก็มีแผนจะทำธุรกิจ Private Fund” เช่นกัน โดยใช่โมเดลพอร์ตมาตอบโจทย์ลูกค้า เบื้องต้นเงินลงทุนก็ไม่มากเช่นเดียวกันประมาณ 3 – 5 ล้านบาท เป็นต้น
จะเห็นว่าเป็นช่วงของ “เงินฝาก” ระดับ 1 – 10 ล้านบาท ที่มีสัดส่วน 26% ของเงินฝากเป็นสำคัญ
“ปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ ดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำเตี้ยติดดิน นอกจากนี้การลงทุนก็มีทางเลือกที่หลากหลายและมีจำนวนมากตลอดจนซับซ้อนมากยิ่งขึ้นด้วย ถือเป็นโอกาสที่ดีในธุรกิจนี้ ในขณะที่ตลาดนี้ปกติ นักลงทุนก็ไม่ได้ใช้บริการที่เดียว ก็มีโอกาสจะกระจายจากเจ้าที่ตัวเองเคยใช้บริการอยู่ด้วย จะเป็นลูกค้า Private Fund หรือ Private Banking อาจจะมีการขยับลงมาสู่บลจ.ที่จับตลาดลูกค้าที่เงินลงทุนเริ่มต้นไม่มากได้เช่นกัน”
ภาพรวมของธุรกิจ “กองทุนส่วนบุคคล” (Private Fund) ใน “ปีม้าไฟ” ถือเป็นปีแห่งการ "เลือกเฟ้น" และ "ปรับกลยุทธ์เชิงรุก" แม้เศรษฐกิจไทยโดยรวมจะเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจที่โตช้า การลงทุนที่เต็มไปด้วยความผันผวน แต่สำหรับ “นักลงทุนรายใหญ่” และ “สถาบันต่าง” เชื่อว่า “Private Fund” ยังเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ตรงใจ ที่สำคัญปัจจุบันมีเงินหลัก “ล้านบาท” ก็ใช้บริการได้แล้ว ยิ่งง่ายเข้าไปอีก ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตมากอีกตลาดหนึ่งเลยทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...