อัยการ ตีกลับสำนวน คดีฮั้วสว. สั่งดีเอสไอ สอบใหม่ 4 ประเด็น ไม่ควรตัดตอนแค่ 8 คน
อัยการคดีพิเศษ ตีกลับสำนวน คดีฮั้วสว. "อั้งยี่-ฟอกเงิน" สั่งดีเอสไอ สอบใหม่ 4 ประเด็นสำคัญ หลังหลักฐานมัด มีคนทำผิดจำนวนมาก ไม่ควรตัดตอนแค่ 8 คน
วันที่ 28 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเกี่ยวกับเอกสารจากสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งได้มีหนังสือส่งถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 เรื่อง คืนสำนวนการสอบสวน โดยอ้างถึงหนังสือกองคดีการฟอกเงินทางอาญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ ยธ.0825/0794 ลงวันที่ 8 ธ.ค.68 พร้อมเอกสารที่ส่งแนบมาด้วย (1) สำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 พร้อมเอกสารจำนวน 74 แฟ้ม (2) หนังสือร้องขอความเป็นธรรมของคณะตัวแทนสมาชิกวุฒิสภาสำรอง ต่ออัยการสูงสุด ฉบับลงวันที่ 22 ธ.ค.68 และตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ของคณะตัวแทนสมาชิกวุฒิสภาสำรอง ต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ฉบับลงวันที่ 8 ธ.ค.68
รายละเอียดภายในเอกสารระบุ ตามหนังสือที่อ้างถึงกองคดีการฟอกเงินทางอาญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 คดีระหว่าง พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้กล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 คน ความผิดฐาน ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย สมทบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 มาตรา 91 มาตรา 209 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 มาตรา 9 มาตรา 60 ไปยังสำนักงานคดีพิเศษเพื่อพิจารณาความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่าความผิดหลักหรือความผิดมูลฐานอันเป็นมูลเหตุที่มาแห่งคดีนี้ เกิดขึ้นจากข้อเท็จจริงตามการสอบสวนของพนักงานสอบสวนว่า ได้มีสมาชิกกลุ่มคณะบุคคลผู้กระทำความผิดมีการร่วมกันวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับบุคคลจำนวนมาก มีลักษณะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ร่วมกันวางแผนเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติฝ่ายวุฒิสภาโดยฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 อันเข้าข่ายความผิดฐาน
จัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้อื่นสมัครเข้ารับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือถอนการสมัคร หรือกระทำการใดๆ อันชอบด้วยกฎหมายให้ผู้นั้นหมดสิทธิที่จะเลือกหรือได้รับเลือกหรือเพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์เลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใดด้วยวิธีการ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1) ซึ่งถือเป็นบทบัญญัติแห่งความผิดอันเป็นมูลเหตุแห่งคดีนี้
แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 8 รายนี้ ซึ่งประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภาซึ่งได้รับการคัดเลือก 2 ราย และกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันกระทำความผิดอีก 6 ราย โดยมีข้อกล่าวหาว่าร่วมกันเป็นอั้งยี่ฯ และสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้กระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 ประกอบมาตรา 83 มาตรา 91 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 มาตรา 9 มาตรา 60
ส่วนความผิดหลักอันเป็นมูลเหตุแห่งคดีหรือความผิดมูลฐานในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินคือความผิดตามมาตรา 77(1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 หรือที่เรียกว่า “ฮั้ว สว.” นั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่าคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งยังมิได้มีมติวินิจฉัยความผิดดังกล่าวแต่อย่างใด
จากพฤติกรรมแห่งการกระทำความผิดของสมาชิกคณะบุคคลในสำนวนการสอบสวนคดีนี้ เป็นลักษณะร่วมกันกระทำความผิดที่เกี่ยวพันต่อเนื่องเชื่อมโยงกันเป็นขั้นเป็นตอน และต้องอาศัยผลแห่งการกระทำความผิด ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งกล่าวเป็นหลักในการพิจารณาคดีนี้ว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยว่าสำนวนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
เป็นการกระทำโดยมีเจตนาเพื่อได้มาซึ่งอำนาจสมาชิกวุฒิสภาเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77(1) แล้วก็จะสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในสำนวนคดีนี้ ซึ่งปรากฏเส้นทางการเงินมีการโอน รับโอนเงินให้กับสมาชิกในกลุ่มของคณะบุคคลดังกล่าวเพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยมีเงินหมุนเวียนจำนวนมากกว่า 300 ล้านบาท
ดังนั้น เมื่อความผิดหลักอันเป็นความผิดมูลฐานยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และผู้ต้องหาทั้ง 8 รายนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสมาชิกคณะบุคคลของผู้กระทำความผิดทั้งหมด ยังปรากฏข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสื่อมวลชนทั่วไปว่ายังมีกลุ่มสมาชิกของคณะบุคคลที่ร่วมกันกระทำความผิดนอกจากผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ในคดีนี้อีก 1,200 ราย โดยสมาชิกของคณะบุคคลดังกล่าวได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 137 ราย สำรอง จำนวน 1 ราย และไม่ได้รับเลือก จำนวน 2 ราย โดยกลุ่มสมาชิกคณะบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมร่วมกันกระทำความผิดเป็นลักษณะเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย มีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นเป็นขั้นเป็นตอน โดยแยกตามกลุ่มต่างๆ ดังนี้
1.กลุ่มบุคคลผู้มีอำนาจตัดสินใจ 2.กลุ่มบุคคลผู้วางแผนการกระทำความผิดและจัดวางระบบปฏิบัติการโปรแกรมออฟไลน์ 3.กลุ่มกรรมการบริหารของคณะบุคคล 4.กลุ่มผู้ปฏิบัติจัดหาผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา 5.กลุ่มผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีการกำหนดชื่อและหมายเลขในโพย จำนวน 141 ราย 6.กลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาประเภทโหวตเตอร์ และ 7.กลุ่มติวเตอร์ผู้ทำโพย
เมื่อผู้ต้องหาทั้ง 8 รายนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการสมาชิกของคณะบุคคลดังกล่าว การดำเนินคดีกับสมาชิกกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันกระทำความผิดจึงจำต้องมีการสอบสวนให้ครอบคลุมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด จะตัดตอน แบ่งแยกดำเนินคดีเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ ประกอบกับคดีนี้เป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป ประกอบกับมีกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาสำรองและบุคคลที่มิได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากมีหนังสือขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานอัยการสูงสุด ขอให้พิจารณาคดีนี้อย่างละเอียดรอบคอบ
ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาสั่งคดีเป็นไปโดยละเอียด รอบคอบ และเที่ยงธรรมให้ได้ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงยังไม่แล้วเสร็จตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 140 จึงให้คืนสำนวนการสอบสวน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย (1) และผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย กลับให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนมาใหม่ โดยกำหนดประเด็นให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม ดังนี้
1.ให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนการสอบสวนใหม่โดยให้นำผู้ต้องหาทั้ง 8 รายนี้ ไปสอบสวนเป็นสำนวนเดียวกันกับสมาชิกคณะบุคคลผู้ร่วมกระทำความผิดกลุ่มอื่นๆ อีก 7 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มบุคคลผู้มีอำนาจตัดสินใจ 2.กลุ่มบุคคลผู้วางแผนการกระทำความผิดและจัดวางระบบปฏิบัติการโปรแกรมออฟไลน์ 3.กลุ่มกรรมการบริหารของคณะบุคคล 4.กลุ่มผู้ปฏิบัติจัดหาผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา 5.กลุ่มผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีการกำหนดชื่อและหมายเลขในโพย จำนวน 141 ราย 6.กลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาประเภทโหวตเตอร์ และ 7.กลุ่มติวเตอร์ผู้ทำโพย
2.ให้พนักงานสอบสวนนำพยานหลักฐานทั้งหมดทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ อันเป็นพยานหลักฐานสำคัญแห่งคดีในสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในความผิดที่มีการกล่าวหาสมาชิกของคณะบุคคลที่มีการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติฝ่ายวุฒิสภาโดยฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 อันเข้าข่ายความผิดฐาน จัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด
เพื่อจูงใจให้ผู้อื่นสมัครเข้ารับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือถอนการสมัคร หรือกระทำการใดๆ อันชอบด้วยกฎหมายให้ผู้นั้นหมดสิทธิที่จะเลือกหรือได้รับเลือกหรือเพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์เลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใดด้วยวิธีการ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1) อันเป็นความผิดที่เป็นมูลฐานแห่งการดำเนินคดีนี้ประกอบกับความผิดของสมาชิกคณะบุคคลกลุ่มเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิด มาประกอบสำนวนการสอบสวนด้วย
3.ให้พนักงานสอบสวนนำเอกสารคำขอเปิดบัญชีธนาคาร เอกสารความเคลื่อนไหวทางบัญชีธนาคารของสมาชิกคณะบุคคลกลุ่มเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดคดีนี้ทั้งหมดมาประกอบสำนวนการสอบสวน
4.ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ ตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของคณะตัวแทนสมาชิกวุฒิสภาสำรองต่ออัยการสูงสุด ฉบับลงวันที่ 22 ธ.ค.68 และตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของคณะตัวแทนสมาชิกวุฒิสภาสำรองต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ฉบับลงวันที่ 8 ธ.ค.68
5.และหากมีประเด็นอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีก็ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนต่อไปจนสิ้นกระแสความ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ได้เตรียมประสานงานนัดหมายกับพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน เพื่อที่จะได้ประชุมหารือวางกรอบแนวทางการสอบสวนเพิ่มเติมในคดีดังกล่าว ตามหนังสือคำแนะนำของพนักงานอัยการคดีพิเศษ ต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อัยการ ตีกลับสำนวน คดีฮั้วสว. สั่งดีเอสไอ สอบใหม่ 4 ประเด็น ไม่ควรตัดตอนแค่ 8 คน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th